วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Darren Hayes (Music Cassanova#7)


Darren Hayes (Music Cassanova#7)
Music Cassanova ครั้งที่7นี้เพิ่งแว๊บเข้ามาในหัวตอนที่กำลังนั่งรถกลับมาแต่งตัวที่คอนโด ส่วนตัวแม้ว่าดิฉันจะมีเดทตอนตีหนึ่งแต่ แหมมม เนื่องในโอกาสวันแห่งความรักที่สุดแสนจะหวานหยดและพิเศษสุดสำหรับใครหลายๆคนในวันนี้ หนึ่งในสิ่งที่ดิฉันจะไม่ทำในวันนี้ไม่ได้ก็คือ "การมอบของขวัญให้แก่เพื่อนรักอย่างFF Mag" ด้วยความที่ทุกวันนี้ชีวิตรักสมบูรณ์แบบดีมันเลยเป็นอารมณ์ที่อยากจะย้อนกลับมาขอบคุณบอร์ดที่เป็นเพื่อนที่ดีเสมอมาในวันที่เราไม่มีใครเลยและยังคงเป็นเพื่อนคนเดิมที่น่ารักตลอดจวบจนวินาทีนี้รวมถึงอุทิศความรู้สึกดีๆให้แก่ผู้ชายคนหนึ่งที่ส่วนตัวเดี๊ยนต้องบอกว่า "ไม่เคยชอบในตัวตนของเขา" "ไม่เคยซื้ออัลบั้มของเขา" รวมถึง "ไม่ได้เป็นศิลปินที่มีอิทธิพลหรือสลักสำคัญใดๆในสารบบของดิฉันเป็นการส่วนตัว" หากแต่น่าแปลกที่ "เพลงรัก" ของเขามันกลับสามารถเข้ามามีบทบาทกับชีวิตอย่างยิ่งยวดและเกี่ยวข้องกับหลายๆช่วงเวลาที่สำคัญๆที่แสนจะน่าจดจำในชีวิตที่ตัวดิฉันเองไม่สามารถที่จะปฏิเสธหรือสลัด2-3เพลงจากเขาออกไปจากชีวิตประจำวันได้ ขออุทิศ Music Cassanova สั้นๆและเป็นMCครั้งแรกที่ดิฉันด้นขึ้นสดๆประมาณว่าคิดอะไรก็พิมพ์ลงมาเลยโดยปราศจากการเรียบเรียงให้แก่ "ดาร์เรน เฮยส์" ศิลปินผู้ที่ไม่เคยอยู่ในสารบบของรสนิยมแบบเป็นจริงเป็นจังหากแต่2-3เพลงที่ได้รับฟังจากเขามันช่างกรีดลึกและกระเทาะจิตใจของดิฉันคนนี้มากๆ....มากที่สุดเท่าที่จะมีต่อคนๆหนึ่งได้อย่างน้อยก็คือ "ทำให้ดิฉันตระหนักได้ตลอดว่าคำว่า รัก มันช่างสวยงามเสมอ" เหนือสิ่งอื่นใด "ความรักคือหนึ่งในสิ่งที่ดิฉันพึงศรัทธาในการดำเนินชีวิตบนโลกอันแสนโหดร้ายใบนี้อย่างแท้จริง"
ส่วนตัวรู้จักชายตาคนนี้มาตั้งแต่สมัยดูโอในนาม Savage Garden เมื่อประมาณน่าจะเกือบสิบปีที่แล้วกับเพลงที่ดังเป็นประทัดตรุษจีนอย่าง I Knew I Loved หรือ Truly Madly Deeply อันแสนจะไพเราะเพราะพริ้งหวานหยดย้อยเป็นมิตรอันแสนดีของสถานีวิทยุในแดนสยามเมี๊ยวหง่าวชนิดที่วงมันแหกไปตั้งชาติเศษแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าไทยเราจะเนรเทศ2เพลงดังกล่าวกลับออสเตรเลียไปอย่างใด ถามว่าสมัยนั้นชอบมั้ยคงต้องตอบว่า "ชอบค่ะ" รู้จักมันอยู่แค่สองเพลงแถมฟังมันเกือบจะทุกสัปดาห์แต่ไม่รู้จักหรอกนะคะว่านักร้องชื่อแซ่อะไร (สมัยเด็กโง่มากๆอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก) อย่างไรก็ตามแม้จะรู้จักอยู่เพียงแค่สองเพลงที่มีอิทธิพลกับดิฉันอย่างยิ่งยวดในฐานะแรงบันดาลใจและความใฝ่ฝันของเด็กแก่แดดคนหนึ่งที่สมัยนั้นชอบนั่งเพ้อฝันวาดวิมานความรักในอุดมคติของตัวเองไปเรื่อยๆประมาณว่า "อยากจะเสาแสวงหารักแท้ตั้งแต่อายุ12-13" (เป็นไง?แร่ดมั้ยเคอะ?) ข้ามมาอย่างทันใจถึงยุคที่คุณดาร์เรนขานักร้องหน้าสวยแยกออกมาโซโล่ดิฉันก็ไม่ได้ติดตามหรือสนใจใดๆชายท่านนี้เป็นพิเศษเช่นเดิมจนได้มาพบความรักกับชาวต่างประเทศท่านหนึ่งเมื่ออายุ 17 แม้ว่าอาจจะไม่ใช่ความรักครั้งแรกแต่ก็เป็นความประทับใจที่เป็นจุดเปลี่ยนให้แนสทิน่า "เมินคนไทย" ไปตลอดชีวิต หึหึหึ ยิ่งกว่านั้นเป็นครั้งแรกแห่งความประทับใจอย่างสุดซึ้งในดนตรีของคุณดาร์เรนเลยทีเดียวนะคะเพราะบังเอิ๊ญเราพบกันตอนที่เพลง I Miss You ของคุณเธอกำลังโหยหวนคลอเคลียดังกังวานทั่วร้านแม็คโดนัลด์ สยามเซ็นเตอร์ (ในยุคนั้นยังไม่ทุบทิ้ง) ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่เพลงของคุณดาร์เรน เฮยส์เข้ามามีบทบาทกับชีวิตรัก หลังจากที่จากกันด้วยดีถัดมาดิฉันก็ไปเจอแฟนคนที่ชอบฟังเพลงของดาร์เรน เฮยส์ เจอแฟนที่มาร้องเพลงของดาร์เรน เฮยส์จีบ เจอแฟนที่หน้าตาคล้ายกันดาร์เรน เฮยส์ (นี่เกลียดอะไรได้อย่างนั้นโว้ยยยย ว่าแล้วแม่จะเกลียดโรเบิร์ท แพ็ตตินสันดูซักตั้ง) และกับแฟนคนล่าสุดก็เสือกมาสปาร์คกันได้เพราะเพลง So Beautiful ของดาร์เรน เฮยส์ ที่บรรเลงดังสนั่นหวั่นไหวกลางถนนข้าวสารและมาตัดสินใจคบกันหน้าร้านซีดีเถื่อนตรงหน้าเบอร์เกอร์คิงสีลมซอย2โดยมีเสียงเพลงของ "ดาร์เรน เฮยส์" โหยหวนเป็นแบ็คกราวนด์ชนิดสุดลุ้นระทึกและให้กำลังใจ........
..........สรุปแล้วดิฉันไปทำเวรทำกรรมไว้ตั้งแต่ชาติปางไหนกับ ดาร์เรน เฮยส์
รีวิวชิ้นนี้อาจจะไม่ได้เป็น Music Cassonava ที่อลังการแบบ6ครั้งที่แล้วนะคะเขียนแบบเล่นๆลวกๆฆ่าเวลาและเพื่อความทันท่วงทีในกระแสวาเลนไทน์โดยแท้ อย่างไรก็ตามขออุทิศ Music Cassanova ครั้งนี้เป็นของขวัญวาเลนไทน์แบบฮาๆขำๆให้แก่บอร์ด FF Mag เพราะรู้มั้ยว่าช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้น "ชั้นผ่านมันมาได้เพราะมีเธอเป็นคนหนึ่งที่อยู่เคียงข้างเสมอ" ดังนั้น14 กุมภาพันธ์อันแสนสุขนี้ขออุทิศส่วนหนึ่งให้เธอเป็นของขวัญเล่นๆลวกๆแต่มาจากใจแท้ๆ และอีกท่านที่ต้องขอขอบคุณคงหนีไม่พ้นคุณกามเทพ "ดาร์เรน เฮยส์" สำหรับ2-3เพลงที่สามารถสะท้อนภาพชีวิตรักของแนสทิน่าบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยแสงสีอันสวยงามและอันตราย ขวากหนาม มายา ความเจ็บปวดทุกข์ระทม ลมหายใจแห่งชีวิตที่สนุกสนานหากแต่ไม่มีวันจีรังบนถนนสีลม เส้นทางแห่งความขบถ อิสรเสรีอันเปี่ยมด้วยความฝัน พลังและจินตนาการบนถนนข้าวสาร เส้นทางที่เป็นตัวแทนของมุมใสๆและความสุขที่ครั้งหนึ่งในชีวิตดิฉันพึงมีในฐานะวัยรุ่นคนหนึ่งที่พบรักแท้ที่สยามและเส้นทางสายธุรกิจที่เชี่ยวกรากและไม่เคยหยุดนิ่งที่เส้นสุขุมวิท.......ทุกเส้นทาง2-3เพลงของคุณที่กล่าวมาอยู่ที่นั่นเสมอๆพร้อมๆกับรักแท้ที่สวยงามและบริสุทธิ์ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสิ่งหนึ่งที่โลดแล่นในความทรงจำของคาสโนว่านักรีวิวคนนี้เสมอมา
ประวัติศาสตร์2-3หน้าที่มีค่าที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยได้ลองจารึก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น