วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553

Major Lazer : Guns Don't Kill People...Lazers do : 88%


Major Lazer : Guns Don't Kill People...Lazers Do : 88%
สำหรับรีวิวลำดับต่อไปนี้ค่อนข้างจะพิเศษกับเดี๊ยนเป็นส่วนตัวนิดนึงเนื่องจากงานชุดนี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงอัลบั้มท็อป10จาก50งานที่เดี๊ยนประทับใจมากที่สุดในปี2009ที่ผ่านมา หากแต่โปรดิวซ์เซอร์ของงานชุดนี้ยังเป็นหนึ่งในโปรดิวซ์เซอร์ที่ร่วมงานกับคริสทิน่า อากิเลร่าศิลปินสุดที่รักในงานอัลบั้มลำดับที่4ซึ่งนางศิลปินจอมอู้เพิ่งจะปล่อยข่าวดีมาว่าจะวางขายให้เป็นที่ชื่นใจกันช่วงเดือนมีนาคมที่กำลังจะย่างกรายเข้ามานี่นะคะ (ให้มันจริงเถิดดดด) มากไปกว่านั้นงานชุดนี้ยังเป็นหนึ่งในงานเพลงที่อยากจะเขียนรีวิวถึงมากที่สุดแต่ไม่กล้าเนื่องจากรู้ตัวเองว่าความรู้และภูมิทางดนตรีแนวๆนี้ยังไม่สูงมากพอที่จะสามารถเขียนนำเสนอออกมาได้ดีในระดับเทียบเท่ากับงานของศิลปินท่านอื่นๆ อย่างไรก็ตาม "อยากเขียนอ่ะค่ะ" ดังนั้นใครที่อยากอ่านก็ทนๆอ่านหน่อยแล้วกันนะ หึหึหึ บทเรียนครั้งนี้ดิฉันจะใช้ในการนำไปพัฒนาทักษะของตนเองต่อไป เชิญสยองได้เจ้าค่ะ
รูปแบบเพลง
Major Lazer ถือกำเนิดบนโลกแห่งเสียงดนตรีจากการจับมือประสานจิตวิญญาณและรสนิยมทางดนตรีร่วมกันระหว่างสองคู่หูโปรดิวซ์เซอร์สวิตซ์และดิพโล (ถ้าจำไม่ผิดดิพโลเพิ่งมาเล่นที่ไทยและมีคนใดคนนึงในสองคนนี้หล่อ หึหึหึ) ซึ่งหลังจากที่สั่งสมบารมีในวงการมาระดับหนึ่งก็ถึงเวลาที่จะปล่อยสตูดอโออัลบั้มแรกขึ้นมาอาละวาดบนอาณาจักรดนตรีกับโครงการสุดเก๋ไก๋อย่าง Guns Don't Kill People...Lazers Do ที่ตัวงานเน้นหนักไปที่การจับภาคดนตรีจาไมกันแด๊นซ์ฮอลล์มาปรุงแต่งให้ร่วมสมัยขึ้นบนลวดลายการนำเสนอแบบอัลเทอเนทีฟแด๊นซ์โดยหลักใหญ่ใจความยืนพื้นเล่นกับอิเล็คโทรนิคล้ำๆผสานฮิพฮอพ ดรัมส์แอนด์เบสส์ คลับแด๊นซ์ ร็อคและเร็กเก้ฟิวชั่นได้ในระดับที่เจิดจรัสและทรงพลังน่าประทับใจมากๆ นอกจากนี้สองหนุ่มเนื้อหอมยังไปเกี่ยวก้อยชวนศิลปินเก๋ๆในวงการที่ส่วนหนึ่งเคยร่วมเสี่ยงตายจนเกิดแฮปปี้เบิ๊ดเดย์สร้างชื่อมาด้วยกันแล้ว อาทิ ซานติโกลด์/M.I.A/มิสธิง/ไอน์สไตน์/Future Trouble/มิสเตอร์เวกัส/Turbulence และ นีน่า สกาย เป็นต้น แหม แต่ละชื่อรับประกันคุณภาพขนาดนี้พลาดได้ยังไงเนี่ย เห็นด้วยมั้ยคะ?
จุดด้อย
เรื่องความเปรี้ยวล้ำนี่ใครได้ฟังก็คงไม่เถียงซึ่งมันก็เถียงไม่ได้เช่นกันว่าบางแทร็คนี่ เอ่อ... คุณโปรดิวซ์เซอร์คุณศิลปินก็เหลากันออกมาซะจนคนฟังหัวหมุนไปข้างทีเดียว ฟังแล้วต้องจอบอกพลางอุทานว่า "โห!มึงแนวมากกก" ซึ่งคนที่ชอบคนที่รับได้ก็ดีไปแต่ถ้าใครไม่ใช่แนวล่ะก็คงปิดทิ้งไปเลยเพราะมันเป็นอะไรที่แม่งต้องบอกว่า "เกินคำว่าติ๊สท์ขึ้นไปอีกเยอะ" แต่ส่วนตัวเดี๊ยนชอบนะคะประหลาด เก๋ แรงและเพี้ยนๆดีจนมันกลายเป็นอะไรที่บรรเจิดเลิศล้ำโดยแท้
แทร็คเด็ด
Hold The Line (5) กับ When You Hear The Bassline (5) สองแทร็คแรกที่พวกพ่อคุณเนรมิตดนตรีออกมาได้มันส์มากๆตัวเพลงเป็นอัลเทอเนทีฟแด๊นซ์บนภาคของอิเล็คโทรคลับแด๊นซ์ผสานสรรพสำเนียงเร็กเก้แด๊นซ์ฮอลล์แรงๆตีกับฮิพฮอพได้สนุกสุดเหวี่ยงชนะใจ ผลลัพธ์ออกมาลายพร้อยและเฟี้ยวฟ้าวจนมึนไปนิดแต่ก็ปฏิเสธไม่ออกว่าตาสองคู่หูนี้มันทำเพลงออกมาได้เหลือร้ายแน่นอนจริงๆ สลับมาฟังอะไรที่ซอฟต์ๆเพราะๆกันบ้างใน Can't Stop Now (4/5) ที่เป็นพ็อพเร็กเก้ใสๆน่ารักๆที่ส่วนตัวไม่คาดติดว่าจะได้ยินในงานของสองท่านนี้ผลลัพธ์ออกมาเป้นที่น่าพึงพอใจก่อนที่จะมาแรงกันสุดฤทธิ์กับ Lazer Theme (5) แทร็คถัดไปที่เป็นจาไมกันแด๊นซ์ฮอลล์จัดๆที่คุณศิลปินรับเชิญสมารถแหล่และแร็พในระดับที่มันส์เข้าขั้นหฤโหดมากๆตบด้วยการผสานซาวนด์อิเล็คโทรนิคเปรี้ยวๆเข้ากับร็อคและความดิบสดในแบบเออร์บันที่เล่นบนฮิพฮอพแร็พได้อย่างลงตัว ชอบสุดแล้วในอัลบั้มนี้ ต่อด้วย Keep It Goin' Louder (4/5) กับการนำเสนอแบบฮิพฮอพคลับแด๊นซ์ติดพ็อพอาร์แอนด์บีตามแบบฉบับอันเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ศิลปินฮิพฮอพและอาร์แอนด์บีตลอดจนพ็อพที่พยายามจะอาร์แอนด์บีในตลาดกระแสหลัก ถ้ายกไปให้พวกฟลอริด้า/นีโย่/บียอนเซ่/ริฮานน่าหรือบรรดาศิลฃปินฮิพฮอพที่เลื่องชื่อเกลื่อนชาร์ตบิลบอรืดทั้งหลาย (พวกได้อันดับต้นๆน่ะ) คงจะดังกันชนิดลืมโลกทีเดียว ปิดท้ายด้วย Jump Up (4/5) ที่อำลาผู้ฟังได้อย่างมันส์หยด
สรุป
สรุปว่า.....เพลงของพวกคุณพี่มันส์มากค่ะปืนที่ว่ามันยิงทะลุตัดขั้วหัวใจคนได้มันยังไม่เก๋าพอที่จะทะลุทะลวงไปยันจิตวิญญาณของคุณน้องได้เท่ากับงานชุดนี้ของพวกคุณพี่เลย ว่าแล้วก็ขอชมแบบกักขฬะนิดนึงนะคะว่า.....มึงสองคนแนวมากกกก!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น