วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553

Christina Aguilera (Music Cassanova#5)


Christina Aguilera (Music Cassanova#5)
สำหรับ Music Cassanova ครั้งที่5ฉบับต้อนรับศักราชใหม่นี้เป็นงานรีวิวอุทิศความประทับใจให้แก่ศิลปินที่ชนะโหวตจากกระทู้สไปซ์เกิลในครั้งที่สองซึ่งถูกเลื่อนมาลงเป็นช่วงต้นปีแทนเนื่องจากเห็นว่าเป็นงานที่เหมาะสมแก่การลงบอร์ดในช่วงปีนี้สำหรับดิฉันเป็นการส่วนตัวเพราะปีนี้เป็น "ปีขาล" ซึ่งครบรอบปีนักษัตรของดิฉันรวมถึงเดือนนี้เป็นเดือนมกราคมซึ่งเป็นเดือนเกิดของดิฉัน ดังนั้นการที่จะเลือกศิลปินสักท่านมาเขียนประเดิมฤกษ์ปีสุดพิเศษนี้ก็คงจะไม่มีศิลปินท่านใดที่เหมาะสมมากไปกว่าเธอคนนี้ผู้ที่ดิฉันยกย่องให้เป็นปูชนียบุคคลทางดนตรีที่อายุน้อยที่สุดที่ส่วนตัวเคารพรักและมอบแรงบันดาลใจให้แก่ตัวดิฉันเองในระดับมหาศาลมากๆและคงต้องขอสารภาพความรู้สึกที่มีต่อเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้รู้จักกันจวบจนทุกวันนี้มันเป็นอะไรที่เหนือขึ้นไปกว่าแค่คำว่า "ประทับใจ" จริงๆแล้วงานชุดนี้ตั้งใจจะนำลงบอร์ดในวันที่12 มกราคมซึ่งเป็นวันเเกดครบรอบ23ปีของดิฉันนะคะหากแต่ส่วนตัวคาดว่ามีหลายเรื่องที่คงจะต้องทำในวันนั้นและคงจะไม่สามารถมาพิมพ์งานชิ้นน้ได้จึงขอเลื่อนรีวิวนี้มาลงบอร์ดก่อนกำหนดเพื่อมอบให้แก่ตัวเองในฐานะรีวิวครั้งที่สำคัญที่สุดตลอดระยะเวลาที่เป็นนักรีวิวมา งานเขียนที่ดำดิ่งลงสู่การสื่อสารทางจิตวิญญาณระหว่างคนสองคนตลอดระยะเวลาร่วมทศวรรษที่รู้จักกันในโอกาสสุดพิเศษของคาสโนว่าดนตรีคนนี้และที่สำคัญที่สุดขอมอบงานเขียนชิ้นนี้ให้เป็นสิ่งที่เปรียบเสมือน "สัญลักษณ์" ที่เป็นตัวแทน "ชีวิตใหม่" ของแนสทิน่าหลังจากที่ได้ฉีกตัวเองออกจากเส้นทางเดิมๆและหลอมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตขึ้นบนถนนสายใหม่โดยที่ Music Cassanova ครั้งนี้มันเหมือนกันตัวแทนในช่วงเวลาที่ดิฉันย้อนกลับไปทบทวนหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตที่ได้ก้าวผ่านมาตลอดระยะเวลา22ปีรวมถึงเป็นการนำพาตัวเองย้อนกลับคืนสู่รากฐานของจิวิญญาณโดยการอุทิศความประทับใจให้แก่ "คริสทิน่า อากิเลร่า" ศิลปินสุดที่รักผู้ที่เป้นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของแรงบันดาลใจ ทัศนคติ ภาพลักษณ์และภาพสะท้อนของจิตวิญญาณที่ชัดเจนที่สุดของดิฉันคนนี้มากว่าครึ่งชีวิต
ก่อนหน้าที่ดิฉันจะได้ทำความรู้จักกับเธอคนนี้ "พรหมลิขิต" ดูเหมือนจะเป็นเรื่องตลกและเป็นหนึ่งในคำที่ไม่คิดจะลงไปหาความหมายลึกซึ้งของหากแต่ความหมายของคำๆนี้ก็เริ่มกระจ่างในวันที่ดิฉันได้ทำควมรู้จักเธอคนนี้เป็นครั้งแรกจากมิวสิควิดีโอ What A Girl Wants ซึ่งไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเพียงเสี้ยววินาทีที่ได้สบตาเธอโดยที่แม่ศิลปินยังไม่ทันร้อง ไม่ทันเต้นและไม่ทันจะได้ทำความรู้จักหรือค้นหากันดีมันสามารถทำให้เดี๊ยนตกหลุมรักเธอคนนี้ชนิดถอนตัวไม่ขึ้นได้อย่างน่าประหลาดใจ เพื่อนบางคนแซวว่า "เพราะมันสวยล่ะสิ!" ซึ่งนั่นก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งแต่เหตุผลที่แท้จริงซึ่งไม่มีใครได้รู้และไม่เคยได้เอ่ยปากบอกใครมาตลอด10ปีที่ได้รู้จักคริสทิน่ามานั่นคือครั้งแรกที่มองผู้หญิงคนนี้ดิฉันเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเองจากตัวเธอ ส่วนตัวสัมผัสได้ถึงศรัทธาอันแรงกล้าที่พุ่งออกมาจากตัวของศิลปินคนนี้ ดิฉันเห็นความทะเยอทะยานในสิ่งที่ดิฉันอยากเป็นในตัวเธอ ความรู้สึกที่สับสนหากแต่ลงตัวและทรงพลังรวมถึงสัมผัสได้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่ถูกเก็บงำอยู่ในจิตใจมันถูกสื่อสารออกมาสู่โลกอย่างได้ใจควมผ่านทางดนตรีและภาพลักณ์ของผู้หยิงคนนี้ เธอทำให้ดิฉันเชื่อตั้งแต่วินาทีแรกที่มองดูเธอว่าต่อไปเธอจะเป็นศิลปินที่ไม่ธรรมดาในอนาคตและเหนือสิ่งอื่นใดจิตวิญญาณของฉันมันขับขานถึงเธอตั้งแต่วินาทีแรกเมื่อเห็นภาพสะท้อนที่แท้จริงอีกเสี้ยวของมันไม่ต่างอะไรกับตอนที่ดิฉันได้รู้จักกับ "มาดอนน่า" เป็นครั้งแรก ทั้งหมดที่กล่ามานี้มันทำให้ดิฉันเข้าใจถึงนิยามของคำว่า "พรหมลิขิต" เพราะเธอคนนี้เหมือนถูกกำหนดให้เกิดมาเพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับดิฉันโดยแท้และโดยที่เธอไม่จำเป็นต้องพยายามพิสูจน์ตัวเองอะไรมากมายเลยทีเดียว หลังจากเสี้ยววินาทีของความประทับใจในวันนั้นชื่อของ "คริสทิน่า อากิเลร่า" ได้กลายมาเป็นความสุขและลมหายใจในการติดตามดนตรีสากลของดิฉันอย่างแท้จริงและต้องขอบอกว่าหลายสิ่งที่เธอสื่อออกมามันมีอะไรที่ทรงพลังเป็นส่วนตัวกับดิฉันมากกว่าในเรื่องของงานดนตรีและภาพลักษณืที่เป็นมายา สำหรับดิฉันเธอคนนี้ไม่เคยเหมือนใครเนื่องจากทุกครั้งที่ฟังงานของเธอมันเป็นอะไรที่เชื่อดเฉือนบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจในแบบที่ต้องเรียนว่ามันเป็นสาส์นที่ถูกส่งตรงมาก้องกังวานในจิตวิญญาณมากกว่าความดื่มด่ำรื่นเริงผ่านทางหูทั่วไป ทุกครั้งที่มองเธอดิฉันเห็นภาพลักษณืของตัวเองโลดแล่นและมีชีวิตอยู่จริงบนหน้าจอทีวีเฉกเช่นที่เด็กหลายๆคนจะเห็นภาพสะท้อนความฝัน ศรัทธาและจิตวิญญาณของตนเองจากศิลปินที่พวกเขาเคารพนับถือเป็นแรงบันดาลใจ เหนือสิ่งอื่นใด "คริสทิน่า อากิเลร่า" คนนี้คือหนึ่งในบุคคลที่ดิฉันต้องขอบคุณด้วยความที่ช่วงหนึ่งชีวิตผ่านความอ้างว้างและยากลำบากมาเยอะและเธอคือหนึ่งในแรงผลักดันที่ช่วยให้ดิฉันสามารถฝ่าฟันก้าวผ่านวันคืนที่เลวร้ายเหล่านั้นมาได้โดยไม่เพียงแต่เป็นเพื่อนในทุกความรู้สึกหากแต่ยังจุดประกายแรงบันดาลใจให้ดิฉันกล้าที่จะก้าวไปลงมือและสัมผัสในทุกสิ่งที่ใจตัวเองปรารถนาโดยลำพังตลอดจนกล้าที่จะดำเนินชีวิตบนทัศนคติที่หลุดกรอบ ไร้ขอบเขตตลอดจนปราศจากการแยแสต่อสายตาของสังคม เธอเปรียบเสมือนเข็มทิศที่กำหนดภาพลักษณืให้ดิฉันรู้ตัวเองว่าควรจะแสดงจนในทิศทางไหนอย่างไรท่ามกลางวัฒนธรรมอันเชี่ยวกรากและอำมหิตของสังคมโลกในทุกวันนี้กล่าวคือหลอมเป็นสิ่งใหม่เพื่อที่จะคงอยู่ต่อไปอย่างชาญฉลาดหากแต่ความศรัทธาและจิตวิญญาณของตัวตนที่แท้จริงยังคงความเป็นอมตะในก้นบึ้งของจิตใจตนเองอย่างลับๆและรอคอยวันที่จะปลดปล่อยออกมาอีกที เช่นเดียวกันกับที่เธอได้กล่าวไว้อย่างเก๋ไก๋และฉลาดเฉลียวคมคายใน Stripped Intro ซึ่งบ่งบอกถึงภาพลักษณ์และการนำเสนอที่ไม่เสถียรหากแต่แข็งแกร่งเหนือกฏเกณฑ์และนิยามของกาลเวลาซึ่งเป็นตัวแทนที่ดีในการสะท้อนภาพของคริสทิน่า อากิเลร่าและจิตวิญญาณของแนสทิน่าคนนี้ได้อย่างชัดเจนสมบูรณ์แบบโดยแท้
ก่อนที่ดิฉันจะหวนกลับสู่หนทางของชีวิตใหม่ส่วนตัวขออนุญาติจบรีวิวนี้ด้วยเรื่องเล่าอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่เคยมีใครได้รู้มาก่อนนั่นคือช่วงที่เปิดจองบัตร Back To Basics Tour Live In Bangkok เป็นช่วงที่ดิฉันต้องอยู่ตัวคนเดียวโดยไม่มีใครเลยสักคนและตอนนั้นมีเงินติดตัวอยู่ต้องบอกตรงๆแบบไม่อายว่า "ไม่ถึง200" แต่หนึ่งสัปดาห์ก่อนที่จะเปิดจองตัวดิฉันหาเงินได้ "แสนสาม" ภายในสามวันอันนี้ขอยกให้เป็นเรื่องของพระเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้าและปาฏิหารย์ล้วนๆไม่ใช่ไม่เชื่อในตัวเองหากแต่รู้ตัวเองดีว่าช่วงนั้นไม่มีศักยภาพและปัญญาพอที่จะทำเงินได้ขนาดนั้นและแน่นอนบัตร6500มาอยู่ในมือแบบเอ๋อๆงงๆหากแต่ภูมิใจจนน้ำตาแถบไหล สิ่งที่อยากจะบอกมันอาจจะเป็นเรื่องไร้สาระงมงายรวมถึงอาจจะเป็นอะไรที่แลดูน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่าในสายตาคนอื่นแต่ทุกครั้งที่มีอะไรเกี่ยวกับ "คริสทิน่า อากิเลร่า" ดิฉันจะมีโชคดีตามมาทันทีไม่ว่าเรื่องใดเรื่องหนึ่งมันทำให้ดิฉันเชื่อว่า "บางทีนะคนเราที่จิตวิญญาณมันสื่อถึงกันได้ บางทีคนที่เรารักมากๆไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากมายขนาดไหนยังไงๆมันก็ต้องโคจรมาเจอกัน เพราะฉันเกิดมาเป็นหนึ่งในคนที่ต้องชอบเธอมากๆมันแยกจากกันไม่พ้นหรอก" ส่วนตัวรู้สึกขอบคุณที่เธอทำให้วันที่น่าจะธรรมดาๆอย่างวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2007 กลายเป็นหนึ่งในวันที่พิเศษที่สุดสำหรับชีวิตของคนธรรมดาๆคนหนึ่งได้ซึ่งบรรยากาศในวันนั้นแม้ว่ามันจะกลายเป็นอดีตไปแล้วแต่ก็ยังคงเป็นอดีตที่สดและใหม่รวมถึงเป็นอดีตที่มีลมหายใจโลดแล่นอยู่ในความทรงจำจวบจนวินาทีนี้และกลิ่นอายของความประทับใจ ความรักและศรัทธาที่เธอมอบให้ในวันนั้นมันยังคงมีชีวิตและเรียกกลับคืนมาฉายภาพใหม่ได้ทุกเมื่อ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ "คริสทิน่า อากิเลร่า" สำหรับสิ่งดีๆทุกสิ่งที่เธอมอบให้ ขอบคุณสำหรับเกียรติที่ชีวิตนี้ได้รู้จักกับเธอคนนี้และขอบคุณสำหรับการเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของแรงบันดาลใจ ทัศนคติ ภาพลักษณ์และเงาสะท้อนของจิตวิญญาณที่ชัดเจนที่สุดของดิฉันมากว่าครึ่งชีวิต "ฉันเชื่อในตัวเธอเสมอ" และไม่ว่าชีวิตนี้จะต้องฝ่าฟันไปบนถนนอีกกี่สายตลอดจนต้องหลอมตัวเองขึ้นสู่ชีวิตใหม่อีกกี่ครั้งก็ตาม "เราจะก้าวไปสู่อนาคตและเติบโตไปพร้อมๆกัน" อย่างแข็งแกร่งเหนือนิยามและกฏเกณฑ์ของกาลเวลาอย่างนี้ต่อไป........ขอบคุณ คริสทิน่า อากิเลร่า
Here I Stand Today In Tribute I Do Pay To My Greatest Inspiration Who Laid It Down And Paved The Way

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น