วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

Cher : Believe : 75%


Cher : Believe : 75%
ถามถึงศิลปินที่อยู่เคียงข้างกับรีวิวของแนสทิน่ามาตลอด7ปีชนิดแยกกันไม่ออกและไม่มีวันที่เราจะพรากจากกันได้นี่แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นศิลปินประเภท "ดิว่า" ที่ส่วนตัวขอบอกว่าเวลาเขียนงานอุทิศถึงพวกสุภาพสตรีอันทรงศักดิ์แห่งอุตสาหกรรมดนตรีเหล่านี้แล้วมันรู้สึกเปี่ยมไปด้วยพลังและความสุขอย่างบอกไม่ถูก ดังนั้นสำหรับต้นปีขาลซึ่งเป็นปีของดิฉันหากนับศักราชแบบจีนคงจะไม่สมบูรณ์ถึงขีดสุดแน่นอนหากขาดงานรีวิวอัลบั้มที่อุทิศให้แก่ "ดิว่า" และสำหรับดิว่าท่านที่เลือกมาเขียนนี้เธอเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่ดิฉันประทับใจในตัวตนและความสามารถของเธอมากที่สุดตลอดกาลท่านหนึ่งเลยทีเดียว เธอคือหนึ่งในศิลปินหญิงที่ดิฉันต้องขอคำนับว่าเป็นออริจินัลและตัวแม่แห่งแฟชั่นของจริงและที่สำคัญที่สุดเอคนนี้ได้พิสูจน์ตัวเองได้อย่างแข็งแกร่งบนเส้นทางดนตรีและมายาซึ่งถ้านับจากงานชุดแรกของเธอในฐานะศิลปินเดียวอย่าง All I Really Want To Do ในปี1965 นี่ก็ปาเข้าไปร่วม45ปีแล้วบวกกับสมัย Sonny&Cher ก่อนหน้านั้นในปี 1962 ก็ปาไป48ปีแล้วนะคะ ทรงพลังสง่างามดุจนางพญามาได้จนถึงทุกวันนี้ดังนั้นดิฉันจึงขอถือโอกาสต้นปีขาลในการเขียนรีวิวเล็กร้อยเพื่อเป็นการอุทิศให้แก่ "แฌร์" ศิลปินหญิงผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในนิยามของภาพสะท้อนคำว่า "ดิว่า" ได้อย่างแจ่มชัดที่สุดตลอดระยะเวลากว่า5ทศวรรษ
รูปแบบดนตรี
จากความประทับใจกลายเป็นแอบหนักใจเนื่องจากเจ้าป้าออกผลงานมากว่า 24 ชุด ซึ่งดิฉันคงต้องสารภาพว่าจนปัญญาที่จะตามไปความเก็บและดักฟังงานอีเจ้าป้าแกได้ครบทุกชุดดังนั้นจึงขอเลือกผลงานที่ส่วนตัวคิดว่าโด่นและสร้างความสำเร็จให้แก่เจ้าป้าในระดับมหาศาลเข้าขั้นเป็นไฮไลท์อันทรงเกียรติให้แก่ชีวิตของเธอซึ่งแน่นอนว่าคงจะไม่มีงานชุดไหนที่จะเจิดจรัสไปกว่า Believe สตูดิโออัลบั้มชุดที่23ของเจ้าป้าซึ่งนอกจากจะเป็นงานชุดที่ทำให้เจ้าป้าฟื้นขึ้นมาเป้นที่รู้จักในบรรดาคอดนตรีโดยเฉพาะอย่างยิ่งเก้งกวางในยุคนี้แล้วงานชุดนี้ยังกวาดยอดไปมากมายถึง20กว่าล้านแผ่นตลอดจนไทเทิ่ลแทร็คที่เป็นซิงเกิ้ลแรกก็สามารถชนะรางวัลแกรมมี่สาขา Best Dance Recordingสร้างสถิติรางวัลแกรมมี่ตัวแรกและตัวเดียวในชีวิต (ถ้าจำไม่ผิด)ตลอดลมหายใจกว่า33ปีในช่วงนั้นบนอุตสากรรมดนตรีของเจ้าป้า สำหรับภาคดนตรีเก๋มากค่ะเพราะคุณป้าแฌร์เล่นกระชากวัยสลับมาทำพ็อพแดนซ์กระจายใจแตกเอาอีตอนแก่ซึ่งดนตรีก็ประพิมประพายหรูหราไปกับการเกาะกระแสยูโรดิสโก้ที่มาแรงมากๆในยุคนั้นตลอดจนอิเล็คโทรพ็อพ ละทินและฟั้งค์กี้ย์ดิสโก้ติดคลับแด๊นซ์ แหมๆๆๆๆๆๆๆมาทำเพลงดักกะเทยเอาอีตอนอายุอานามล่อเข้าไป50แล้วนั่น มั่นมากค่ะอีป้า!
จุดด้อย
ในส่วนของเนื้องานต้องยอมรับว่า Believe ชุดนี้ของป้าเป็นอะไรที่ออกมาครบสมบูรณ์แบบถูกจริตกะเทยรักแสงสีตามสูตรสำเร็จครบสูตรด้วยความที่ติดหูเข้าขั้นหลอน โฉ่งฉ่างและฟังเพลินฟังสนุกฟังแล้วมีความสุขดีไม่หยอกก็ตาม หากแต่ส่วนตัวแม้จะคิดว่ามันออกมาเข้าขั้นดูดีแต่อย่างไรก็ตามพอลงลึกจริงๆแล้วรู้สึกว่ามัน "ทรงพลังไม่ถึงขีดสุด" เมื่อเทียบกับสมัยตอนป้าเป็นสาวร็อคน่ะเจ้าค่ะ สำหรับคนที่ฟังเพลงเต้นรำมาน่าจะพอตัวอย่างหนูพอได้ฟังงานของป้าชุดนี้แล้ว "โอเค เก๋ฮ่ะ" แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าแอบคิดในว่ามันก็มี "สั่วๆเชยๆ" อยู่ในเนื้องานไม่น้อย เข้าใจว่าดนตรีเป็นยูโรดิสโก้ช่วง90ที่มันเลิกฮิตไปนานจนจะกลับมาฮิตกันอีกรอบแล้วหากแต่ไม่รู้ว่าผู้อ่านจะคิดเหมือนกันรึเปล่านะคะว่างานของเจ้าป้าชุดนี้พอย้อนกลับมาฟังตอนนี้แล้วมันเป็นอะไรที่ "สัมผัสได้ค่อนข้างน้อยถึงความคลาสสิคในตัวเอง" กล่าวคืองานมันจะดีและเก๋มากๆในช่วงเลานั้นแต่มันไม่ได้อยู่เหนือกาลเวลาในบทพิสูจน์ตัวเองระยะยาวในแบบฉบับที่หลายๆงานของศิลปินดิว่าจำพวกแด๊นซ์ซิ่งควีนทำได้ อย่างไรก็ตามถ้าวัดกันเฉพาะในช่วงเวลานั้นล่ะก็ต้องขอยอมรับว่างานของเจ้าป้าเป็นอะไรที่ "ยิงเข้า" ด้วยความสอดคล้องเอื้ออำนวยและลงตัวเหมาะเจาะไปหมดทุกสิ่งอันทั้งภาพลักษณ์ เส้นเสียง แฟชั่นตลอดจนความเป้นที่นิยมของกระแสหลักในช่วงนั้น เรียกได้ว่างานของป้าเกาะติดเทรนด์ในระดับแนวหน้าแล้วกัน
แทร็คเด็ด
ต๊ายยยย อะไรจะเด็ดดวงถึงพริกถึงขิงไปกว่าไทเทิ่ลแทร็คอย่าง Believe (5) ที่เป็นซิงเกิ้ลแรกล่ะค่ะ อิเล็คโทรพ็อพเต้รำผสานแด๊นซ์-เฮ้าส์กรุยกรายและกลิ่นอายหอมๆของยูโรดิสโก้ที่ฉาบบนภาคการนำเสนอบนสรรพสำเนียงที่บีบด้วยโวโคเดอร์ที่ฟังแล้วแยงประสาทหากแต่ปฏิเสธไม่ลงว่ามันทะลุเข้าไปวนเวียนลอยหน้าลอยตาสร้างความหลอนได้ยาวนานร่วมเดือนเลยทีเดียว ก่อนหน้านี้ฟังแล้วขอบอกว่าก็โอเค "เก๋ดี" แต่พอมาฟังตอนเขียนรีวิวนี่แถบกรี๊ดเพราะอาถรรพ์เจ้าที่ของทายาทอสูรยายแฌร์นี่มันเฮี้ยนชนิดประโยคคำว่า Do You Believe In Life After Love? เข้าเจ้าป้ามันหลอนเข้าไปในหัวเดี๊ยนตลอดธันวาคมเดือนแห่งความสุขสันต์ที่ผ่านมาทีเดียว นอกจากนี้แถมเป็นเกร็ดไว้นิดว่าแทร็คนี้เป็นแทร็คที่สร้างสถิติรางวัลแกรมมี่ให้ป้าแฌร์ตัวแรกในชีวิตตลอดจนเป็นซิงเกิ้ลที่ประสบความสำเร็จที่สุดในช่วงปีที่1998ทีเดียวและตบท้ายอย่างสง่างามด้วยการเป็นอันดับหนึ่งตัวล่าสุดของเจ้าป้าที่ทิ้งห่างจากซิงเกิ้ล Dark Lady ในปี1974สิริรวมแล้วก็ร่วม24ปี หึหึหึ นี่ล่ะนะที่เขาเรียกว่าอาถรพ์ของคำว่า "เฮือกสุดท้าย" มันมีจริง สำหรับแทร็คอื่นๆที่ประทับใจกขอต่อด้วย All Or Nothing (4/5) อิเล็คโทรพ็อพแด๊นซ์ติดยูโรบีทที่ท่อนคอรัสติดหูจัดจ้านมากมายฟังแล้วรู้สึกว่าเก๋เริ่ดอย่างบอกไม่ถูก Dov' L'Amore (4/5) ที่สลับอารมณ์จากเพลงแด๊นซ์ดักกะเทยสู่อารมณ์เก๋ๆสุดเซ็กซี่บนภาคดนตรีละทินพ็อพเต้นรำเจือฟลาเมงโก้ โซลและอาร์แอนด์บีได้อย่างลงตัว แม้จะแลดูไม่เข้าพวกแต่รสชาติหอมหวานมากมายนะเออ กลับไประเบิดซ่องกันต่อกับ Strong Enough (5) แทร็คที่ประทับใจที่สุดในอัลบั้ม ตัวเพลลงเบิกโรงด้วยความเป็นคอนเทมโพลารีย์บัลลาดฉาบมาหลอกๆก่อนจะตัดฉับสู่แสงสีลายพร้อยของมนตร์เสน่ห์แห่งฟั้งค์กี้ย์ดิสโก้ช่วงยุค70ได้ชนิดสุดเหนือชั้น เป็นหนึ่งในแทร็คที่ส่วนตัวขอบอกว่าสมบูรณ์แบและถูกจริตที่สุดตลอดกาลจากแฌร์ทีเดียว ต่อด้วย Takin' Back My Heart (4/5) โอลด์สคูลพ้อพเต้นรำผสานฟั้งค์กี้ย์ดิสโก้ยุค70เหยาะโซลเก๋ๆลงไปได้เท่ห์มากมาย ไม่คิดว่าจะได้ยินเพลงแบบนี้จากเจ้าป้าส่วนตัวขอออกปากชมว่าเก๋ไก๋มากๆ ปิดท้ายรีวิวด้วย Taxi Taxi (4/5) ที่พาคุณผู้ฟังไปร่วมบรรลุความเป็นกะเทยกับเจ้าป้าด้วยภาคดนตรีโป๊งชึ่งโฉ่งฉ่างซ่องแตกสุดฤทธิ์สุดพระเดชพนะคุณที่มาแบบยูโรดิสโก้ติดอิเล็คโทรเดินบีทแบบเดียวกับพวกเพลงเต้นรำฆ่าเวลาที่เรามักได้ยินตามละแวกสีลมแบบนั้นแหละ ดนตรีสามช่าเรดบีทในแบบที่ไม่จำเป็นต้องมิกซ์เลยก็พาเอากะเทยเมาดิบแด๊นซ์กันรากแตกได้ แม้ว่าสุดหล่อแถวนี้หาว่าเพลงป้าเสร่อแต่ส่วนตัวชอบนะคะเนื่องจากอีแบบนี้มันหาฟังได้ยากมากๆแล้วในยุคนี้ หึหึหึหึ
สรุป
ปิดท้ายด้วยคำครหาที่บางสำนักเขาก่นว่า "เจ้าป้าแก่จะตายห่าอยู่แล้วยังไม่รู้จักเจียมสังขาร" สำหรับดิฉันแล้วขอเถียงว่าไม่เห็นด้วยเพราะคิดว่างานชุดนี้เป็นอะไรที่ระเบิดศักยภาพที่เกินคาดจาก "แฌร์" ในแบบที่โลกไม่เคยประจักษ์มาก่อนเลยทีเดียว (แม้เนื้องานจะไม่ได้ดีขนาดนั้นก็เถอะ!) ที่สำคัญแม้ว่าเจ้าป้าจะลุกมาเสียคนเอาอีตอนอายุร่วม50หากแต่คิดว่าเจ้าป้าทำแด๊นซ์ออกมาได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว อย่างน้อยก็ยังถูกกาลเทศะและน่าอภิรมย์กว่าอีเจ๊แม่มาดอนน่าของดิฉันที่อุตริขึ้นมาทำฮิพฮอพเอาอีตอน50ให้ชาวบ้านเขาหัวเราะกันเล่นๆเสียอีก อีแบบนั้นน่ะเรียกว่า "ไม่เจียมสังขาร" ของจริง หึหึหึหึ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น