วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553

Anthony Hamilton : The Point Of It All : 98%


Anthony Hamilton : The Point Of It All : 98%



สำหรับหนึ่งในงานที่ส่วนตัวต้องขอบอกว่าดื่มด่ำและประทับใจที่สุดของรอบปีที่ผ่านมาคงต้องขอยกให้ The Point Of It All งานอัลบั้มจากฝากคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีของป๋าแอนโธนี่ย์ แฮมมิลทันซึ่งต้องบอกว่าเป็นอะไรที่ผิดคาดมากๆสำหรับดิฉันเนื่องจากไม่คิดว่างานของศิลปินที่ไม่มีภาพลักษณ์ทางการตลาดที่ดเด่นเอาเสียเลยคือเรียบๆไม่มีอะไรสะดุดความสนใจยกเว้นแต่ความดีของตัวงานที่ถ้าได้ "ลองฟัง" จะรู้ว่ามีให้กล่าวถึงมากพอตัวทีเดียวตลอดจนเป็นงานอาร์แอนด์บีที่และเข้มข้นฟังยากในระดับหนึ่งแต่น่าแปลกที่กลับฟังมันส์และฟังเพลินจนจับแนสทิน่าได้อยู่หมัดจวบจนวินาทีนี้ สำหรับวันนี้ได้โอกาสประจวบเหมาะที่จะเขียนถึงพอดีจะเป็นยังไงก็ขอเชิญให้ลองมาอ่านกันดูนะคะ


รูปแบบเพลง


คอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บี อย่างที่ได้เรียนให้ทราบไปข้างต้นเป็นหลักใหญ่ใจความซึ่งส่วนตัวขอชมที่คุณป๋าสามารถกลั่นกรองเนื้องานให้ออกมากรีดกรายและหรูหราทรงเสน่ห์กว่าหลายๆงานของบรรดาศิลปินจากฝากดนตรีเดียวกันซึ่งก็อย่างที่เราทราบกันดีนะคะว่างานดนตรีแนวนี้ทำออกมากันเยอะจนเป็นอะไรที่ค่อนข้างเกร่อที่สำคัญส่วนใหญ่ศิลปินที่ทำงานแนวๆนี้ออกมาเนื้องานก็ดีกันในระดับสูงเสียดฟ้าซะด้วย แม้ภาพลักษณืป๋าจพไม่ได้เล่นอะไรกับตลาดกระแสหลักมากมายแต่เนื้องานที่เหนือระดับกว่าชาวบ้านเขาขนาดนี้นับเป็นจุดต่างที่จะทำให้งานชุดนี้เป็นที่กล่าวขวัญถึงในหมู่คออาร์แอนด์บีหากได้ "ลองฟัง" ทีเดียว สำหรับตัวงานใครนึกไม่ออกขอแนะนำให้ลองจินตนาการถึงงานของจอห์น เลเจนด์ซึ่งนำเสนอภาคดนตรีออกมาเปนอาร์แอนด์บีที่หลากระดับพอกันก่อนจะแทรกด้วยการจับลงไปปะทะกับภาคเออร์บันอื่นๆอาทิ ฮิพฮอพไต่ระดับไปเล่นกับโซล บลูส์ แจ๊ซซ์ ฟั้งค์ยันกอสเพล หากแต่งานของป๋าจะมีความเป็นเออร์บันในระดับที่ดิบและลึกกว่าตลอดจนเนื้องานเป็นคอนเทมโพลารีย์ในระดับที่ทรงศักดิ์และสง่างามกว่าสามช่วงตัว นั่นแหละนิยามของภาคดนตรีใน The Point Of It All


จุดด้อย


หนีไม่พ้นชะตากรรมเดียวกันกับบรรดาหลายๆงานที่อยู่ในสัจธรรมของ "งานดีที่ฟังยาก" อยู่ดี สุดท้ายนี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็คงต้องขึ้นอยู่กับรสนิยมและการเปิดใจของผู้ฟังเป็นหลักซึ่งดิฉันก็ไม่แน่ใจนะคะว่าจะมีสักกี่คนที่จะเล็งตรงมาสนใจที่งานของวคุณป๋าเป็นอันดับแรกด้วยความที่มันเป็นงานแบบ "ต้องลองฟัง" ก่อนจะค้นพบความประทับใจมากกว่า "เห็นหน้าปก" แล้วประทับใจอยากซื้อจนตัวสั่นน่ะค่ะ


แทร็คเด็ด


เชื่อดเฉือนตั้งแต่ The News (4/5) แทร็คเปิดอัลบั้มบนภาคดนตรีคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีจัดๆตามด้วยการเหยาะศิลปะของภาคดนตรีเออร์บันหลากชนิดอาทิโซล แจ๊ซซ์ ฟั้งค์ บลูส์ยันฮิพฮอพเข้าไปผสมผสานได้อย่างมีรสชาติ แค่แทร็คแรกก็เร้าใจให้อยากติดตามฟังแทร็คต่อๆไปยันจบอัลบั้มชนิดอดรนทนไม่ไหว แทร็คถัดไป Cool (4.5/5) ที่ส่วนตัวไม่แน่ใจว่าถูกตัดเป็นซิงเกิ้ลแรกรึเปล่าตัวเพลงเป็นพ็อพโซลอาร์แอนด์บีผสานฮิพฮอพ บลูส์ แจ๊ซซ์ตลอดจนลูกเล่นจำพวกโมเดิร์นอาร์แอนด์บีในแบบฉบับที่ฟังแล้วทำให้นึกถึงการปะทะกันระหว่างภาคดนตรีของจอห์น เลเจนด์ สรรพสำเนียงทรงเสน่ห์แบบอัชเชอร์กับความดิบสดด้วยความเป็นบลูส์โซลจัดจ้านในเส้นเสียงประมาณมาร์วิน เกย์ติดสตีวี่ วอนเดอร์อะไรประมาณนั้นทีเดียว บทสรุปออกมาเป็นป๋าแอนโธนี่ย์ที่ไม่หล่อแต่เร้าใจท่านนี้แหละ สลับมาที่ฝากบัลลาดใน Diamond In The Rough (4.5/5) คอนเทมโพลารีย์บลูส์โซลอาร์แอนด์บีบัลลาดพรมด้วยเพียโนแจ๊ซซ์พลิ้วไสวนุ่มละมุนหวานหู ส่วนตัวประทับใจภาคเนื้อหาที่บรรจงแต่งออกมาได้หวานหยดและทรงวาทะศิลป์ตามแบบฉบับวัฒนธรรมอาร์แอนด์บีบัลลาดทุกกระเบียดได้ชนิดสมบูรณ์แบบโดยแท้ ต่อด้วย Prayin' For You/Superman (5) งานเมโลดิคโพรเกรสซีฟคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีที่ส่วนตัวประทับใจที่สุดในอัลบั้ม ครึ่งแรกเป็นงานฟั้งค์โซลอาร์แอนด์บีสุดทรงพลังสะท้านทรวงเสริมทัพด้วยความเป็นบลูส์จัดจ้านขยับไปหานีโอโซล ละทิน คันทรีย์ยันกลายร่างเป็นกอสเพลช่วงท้ายก่อนจะสลับไปสู่งานบัลลาดแบบคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีบัลลาดจัดๆที่เป็นงานเพียวโซลบัลลาดแบบจีนูไวน์ติดไลท์แจ๊ซซ์ สมูธโซลยุค70ตลอดจนน้ำเสียงบลูส์โซลเชือดเฉือนบาดจิตวิญญาณ สุดฤทธิ์สุดเดชมากแทร็คนี้ ปิดท้ายรีวิวด้วย Please Stay (5)/The Point Of It All(4.5/5)/Her Heart(4.5/5)/Fine Again (5) และ She's Gone (4/5) งานคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีบัลลาดที่ทรงพลังไพเราะทะลุทะลวงขั้วหัวใจ สุขใดเล่าจะเท่าไปหามาฟังเอง คนที่ได้ดื่มด่ำงานดนตรีชิ้นนี้แล้วอย่างดิฉันขอบอกว่าเป็นอะไรที่อิ่มอร่อยมากๆและคนรักอาร์แอนด์บีฟังแล้วประทับใจจนน้ำตาซึมทีเดียว.....



สรุป



.....ย้ำว่าเพราะมากกกกกกกกกกกกกกกก อย่าพลาด!

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น