วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Spice Girls (Music Cassanova#2)


Spice Girls (Music Cassanova#2)

ในที่สุดก็ถึงเดือนธันวาคมเดือนที่เดียนรอคอยที่สุดในรอบปี ซึ่งเป็นที่รู้กันสำหรับท่านผู้อ่านที่ติดตามงานเขียนของแนสทิน่ามาตลอด7ปีนะคะว่านักรีวิวคนนี้มักจะมีอาการผีเข้าช่วงหน้าเทศกาลส่งท้ายปีเป็นประจำด้วยความที่ส่วนตัวเป็นคนหลงใหลในมนตร์เสนห่ของบรรยากาศแห่งความสุขสันต์ช่วงท้ายปีซึ่งสำหรับเดี๊ยนมันไม่ได้หมายถึงการช็อปปิ้งชนิดล้างผลาญหรือกระหน่ำปาร์ตี้เสเพลเข้าขั้นมหกรรมเพียงอย่างเดียว หากแต่มันยังหมายถึงการหวนกลับมาให้ความสำคัญและเยียวยาจิตวิญญาณของตนเองหลังจากที่ผ่านมรสุมกรรโชกมาตลอดทั้งปีด้วยการเติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุข สวยงามและอบอุ่นที่ความรู้สึกเหล่านี้มันแถบจะควานหาไม่ได้อีกต่อไปในการต่อสู้กับชีวิตตามท้องถนนในยุคปัจจุบัน อิทธิพลจากเทศกาลคริสมาสต์ที่จุดประกายพลังขับเคลื่อนทางวิญญาณอันยิ่งใหญ่ให้ไม่ลืมที่จะยืนหยัดในสิ่งสำคัญสองสิ่งที่เรียกว่า "ความฝันและศรัทธา" ตลอดจนการย้อนกลับไปทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนที่จะก้าวไปต้อนรับบทบาทใหม่ของชีวิตพร้อมๆกับมรสุมลูกเก่าที่พัดผ่านพ้นไปอย่างสง่างาม ส่วนตัวเดี๊ยนก็ขอใช้พื้นที่บทนำใน Music Cassanova นี้กล่าวเมอร์รี่คริสต์มาสต์และแฮปปี้นิวเยียร์ล่วงหน้าท่านผู้อ่านรวมถึงสมาชิกบอร์ดทุกท่านและขอให้ปี2553ที่กำลังจะมาถึงเป็นปีที่ดีสำหรับทุกๆท่านนะคะ

สำหรับศิลปินที่หยิบขึ้นมารีวิวใน Music Cassanova ครั้งที่สองในเดือนแห่งความสุขนี้ แหมมมม ส่วนตัวต้องออกตัวว่าไม่มีศิลปินหญิงท่านใดหรือกลุ่มใดใดจะเหมาะสมมากไปกว่าเกิร์ลกรุ๊ปจากเกาะอังกฤษกลุ่มนี้ที่ต้องบอกว่าเป็นศิลปินกลุ่มหญิงที่มีอิทธิพลต่อเดียนมากที่สุดทั้งในด้านดนตรี ภาพลักษณ์ตลอดจนวัฒนธรรมในการดำเนินชีวิตเลยทีเดียว เหนือสิ่งอื่นใดคือหนึ่งในตัวแทนที่ดีที่สุดของความทรงจำทางดนตรีอันเปี่ยมสุขสำหรับดิฉันโดยแท้ซึ่งจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก Scary (เมลบี),Sporty(เมลซี),Baby(เอ็มม่า),Ginger(เจอร์รี่)และ Posh(วิคตอเรีย) 5สาวสไปซ์เกิลตำนานแห่งเกิลกรุ๊ปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งทศวรรษ90ค่ะ มาถึงตรงนี้เชื่อว่าท่านผู้อ่านที่รู้จักแนสทิน่ามาตลอด7ปีคงจะไม่ถามกันแล้วนะคะว่า "รู้สึกอย่างไรกับสไปซ์เกิล?" แต่สำหรับบางท่านที่เพิ่งได้ทำความรู้จักกันในช่วงหลังๆนี้ดิฉันขอบอกว่า "สำหรับแนสวงนี้นี่เป็นอะไรที่สุดๆจริงๆ" คือเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของความประทับใจที่ส่วนตัวจะสามารถสรรหาคำมาบอกได้ สำหรับเดียนพวกเธอเป้นทั้งแรงบันดาลใจทางภาพลักษณ์และทัศนคติ เป็นไอดอลในวัยเด็ก เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทุกวันนี้หันกลับมาสนใจฟังดนตรีสากลอีกครั้งและฟังชนิดระยะยาวมาจวบจนวินาทีที่กำลังเขียนถึงอยู่นี้และทุกสิ่งของทุกสิ่งคงต้องบอกว่าสไปซ์เกิลคือภาพสะท้อนของชีวิตและความทรงจำอันเปี่ยมสุขช่วงวัยเด็กซึ่งหลังจากที่ชีวิตต้องพบกับจุดหักเหครั้งใหญ่และทุกสิ่งมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปการเปิดผลงานของพวกเธอสำหรับเดียนเป็นการเยียวยาที่ดีสำหรับบรรเทาความโหยหาชีวิตที่สุขสมบูรณ์ดังกล่าวที่มันไม่สามารถเรียกกลับมาได้หากแต่ส่วนตัวรู้สึกดีใจที่ทุกครั้งเมื่อปิดตาภาพของบรรยากาศอันเปี่ยมสุขและความรู้สึกดีๆในอดีตมันสามารถกลับมามีชีวิตอีกครั้งและโลดแล่นพร้อมๆกับเสียงเพลงจากพวกเธอซึ่งกับนับว่าเป็นการปัดเป่าความปวดร้าวที่วนเวียนรอบตัวยามเปิดตาได้ไม่เลวทีเดียว นี่แหละเหตุผลที่รักพวกเธอ! อย่างไรก็ตามถ้าคิดในทางกลับกันว่าหากสมมุติทุกวันนี้ชีวิตยังดีเหมือนที่เคยเป็นมาเมื่อ10กว่าปีที่แล้วจะรักพวกเธอน้อยลงมั้ย? คำตอบคือ "ไม่" จากการติดตามวงการเพลงสากลชนิดจริงจังแบบถวายชีวิตตีเป็นเวลาประมาณ15ปีได้พบพานกับศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจมากหน้าหลายตาซึ่งไม่ว่าผลงานของเขาจะสามารถสะท้อนความเป็นจริงของเดี๊ยนได้หรือไม่นั้นมันไม่สำคัญเท่ากับ "การเลือกที่จะชอบ หรือ ไม่ชอบ" และสำหรับสไปซ์เกิลคงต้องบอกว่าเป็นอะไรที่เปรียบเสมือนโชคชะตาลิขิตลงมาให้วงนี้เป็น "ตัวเลือกที่ถูกใจตั้งแต่วินาทีแรก" โดยไม่จำเป็นว่าผลงานของพวกเธอจะต้องผูกติดเป็นภาพสะท้อนของชีวิตเดียนมุมใดมุมหนึ่งที่อนาคตจะย้อนกลับไปโหยหา ส่วนตัวจำได้ถึงวินาทีแรกที่ได้รู้จักกับพวกเธอในมิวสิควิดีโอ Wannabe ซึ่งทุกวันนี้ยังจำความประทับใจอันแรงกล้าในวันนั้นได้อย่างดีว่าดูแล้วมันถึงขั้นตบอกผางพลางกรี๊ดกร๊าดว่า "อีพวกสไปซ์เกิลนี่มันเป้นใครกันแล้วทำมันถึงได้เปรี้ยวเก๋ไก๋และแรงได้ใจขนาดนี้?" ซึ่งปรากฏการณ์ของ Wannabe นอกจากจะสร้างชื่อให้สไปซ์เกิลเป็นตำนานเกิลกรุ๊ปที่เขย่าบัลลังก์ของอาณาจักรเพลงพ็อพไปทั่วทุกมุมโลกแล้วยังทำให้เด็กคนหนึ่งหันกลับมาสนใจรายการโทรทัศนดนตรีสากลทุกวัน (สมัยก่อนที่จะมีUBCและTrue Visionsที่บ้านเป็นIBCมาก่อนค่ะ) แทนการดูการ์ตูนวอล์ทดิสนีย์ โดเมอน เซเลอร์มูน มวยปล้ำหรือพวกขบวนการยอดมนุษย์พิทักษ์โลกแดง ดำ ขาว เขียว ฟ้า น้ำเงิน เหลืองและที่ขาดไม่ได้ชมพูจำพวกไดเรนเจอร์ได้อย่างราบคาบและหันมาสนใจวงการดนตรีมาจวบจนทุกวันนี้ มากไปกว่านั้นพวกเธอยังได้ส่งแรงบันดาลใจให้เด็กคนน้หยิบปากกาขึ้นมาเขียนเรียงความอุทิศถึงความประทับใจที่มีต่อพวกเธอส่งเข้าประกวดในงานสัปดาห์ศิลปะและดนตรีของทางโรงเรียนด้วยแม้จะไม่ได้รางวี่รางวัลปลอบใจใดๆแต่ส่วนตัวแอบภูมิใจสำหรับคำชมของคุณพ่ออธิการที่ว่า "น่ายินดีที่โรงเรียนเรามีเด็กป.4ที่รู้จักศิลปินที่ทันสมัยขนาดนี้ด้วย" (และแน่นอนนะคะว่าเดี๊ยนเป็นคนบุกเบิกการฟังเพลงสากลของป.4ทั้งระดับชั้น หึหึหึ) ตั้งแต่วินาทีนั้นมันทำให้เด็กคนนั้นรักการเขียนค่ะจนทุกวันนี้เขากลายมาเป็นนักรีวิวของบอร์ดนิตยสารForwardmagหนึ่งในนิตยสารที่เขารักและในปีที่7การเป็นนักรีวิวเขาก็ได้ทำหนึ่งในสิ่งที่เคยสัญญากับตัวเองไว้เมื่อตอนป.4ซึ่งก็ลืมไปนานแล้วด้วยนั่นคือ "เขียนถึงความประทับใจที่มีต่อสไปซ์เกิลวงเกิลกรุ๊ปที่เขารักที่สุดให้คนเป็นร้อยๆคนได้อ่าน" ส่วนตัวก็ขอฝากความประทับใจทั้งหมดที่มีต่อสไปซ์เกิลพร้อมทั้งจุดเริ่มต้นของงานเขียนทั้งหมดที่ทุกท่านได้อ่านตลอด7ปี ความรักในเสียงเพลง การคารวะวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ของดนตรีพ็อพตลอดกาลและการศรัทธาในการสานฝันของเด็กคนหนึ่งไว้ใน Music Cassanova ครั้งที่2นี้นะคะ

แม้ว่าชื่อของสไปซ์เกิลสำหรับบางท่านจะเป็นชื่อที่สิ้นลมหายใจไปจากสารบบแห่งอุตสาหกรรมดนตรีแล้วก็ตาม แต่สำหรับคนๆนี้ที่พวกเธอมอบความสุขและแรงบันดาลใจผ่านทางทุกสิ่งที่เธอทำไว้มากมายเหนือคณานับขอยืนยันว่าสำหรับเขาชื่อของ "สไปซ์เกิล" ยังคงจะเป็นชื่อที่เปี่ยมด้วยพลังและสดใหม่ในความรู้สึกเสมอ ชื่อของพวกเธอ งานดนตรีของพวกเธอ ยุคของพวกเธอและความประทับใจที่มีต่อพวกเธอยังจะคงรุ่งโรจน์และโลดแล่นในจิตใจของนักรีวิวคาสซาโนว่าท่านนี้ตลอดไปจนกว่าจิตวิญญาณของเขาจะแตกดับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น