วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Britney Spears(Music Cassanova#3)



สำหรับศิลปินที่เลือกมาเขียนอุทิศความประทับใจส่งท้ายปีใน Music Cassanova ครั้งที่3นี้เป็นหนึ่งในสุภาพสตรีแถวหน้า3ท่านที่ทรงอิทธิพลที่สุดสำหรับเดี๊ยนซึ่งได้เปิดให้คนอ่านร่วมโหวตทางอีเมลล์ เฟซบุ๊ค บอร์ดFFและมายสเปซไปเมื่อรีวิวครั้งที่แล้วนะคะ ก่อนอื่นต้องขอเรียนให้ทราบว่า "ผิดคาด" ที่ผู้ชนะการโหวตกลับกลายเป็นอีกท่านหนึ่งแต่อย่างไรก็ตามส่วนตัวตัดสินใจเลือกเธอคนนี้ขึ้นมาเขียนถึงก่อนเนื่องจากงานของแม่ผู้ชนะเท่าที่อ่านๆดูแล้วรู้สึกว่า "เหมาะกับที่จะนำลงบอร์ดในปีหน้ามากกว่า" เหนือสิ่งอื่นใดคิดว่ามันเป็นเรื่องของแรงบันดาลใจที่ได้รับจากศิลปินท่านนี้เป็นการส่วนตัวว่า Music Cassanova ครั้งที่3นี้ "มันต้องเขียนขึ้นสำหรับเธอเท่านั้น" ซึ่งมันอาจจะดูเป็นเหตุผลที่ไม่เข้าท่าและไม่น่าจะเข้าใจได้สำหรับบางท่านแต่เชื่อว่าสำหรับผู้อ่านอีกหลายๆท่าน แฟนเพลงของเธอโดยเฉพาะอย่างยิ่งคาสโนว่าดนตรีคนนี้ปฏิเสธไม่ลงค่ะว่าเมื่อเป็นการเขียนอุทิศให้กับศิลปินที่ประทับใจเป็นครั้งที่ "3" มันไม่สามารถมีศิลปินท่านใดในโลกจะควรค่ากับเลขสุดมหัศจรรย์นี้มากไปกว่า "บริทนีย์ สเปียรส์" เจ้าหญิงแห่งเพลงพ็อพและตำนานคนสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์อาณาจักรดนตรีและวัฒนธรรมกระแสหลักแห่งทศวรรษ2000แน่นอน
ถ้าจะให้กล่าวถึงความประทับใจแรกเริ่มที่มีต่อเธอคนนี้ส่วนตัวคิดว่าตัวเดียนเองคงจะมีจุดเริ่มต้นที่ไม่ต่งจากหลายๆท่าน (ในรุ่นเดียวกัน) ที่ชอบบริทนีย์นั่นคือ "ความน่ารักสดใสของเธอในมิวสิควิดีโอBaby One More Time" ซึ่งครั้งแรกที่ได้ดูขอบอกว่ามันเป็นความรู้สึกที่ตื่นเต้นตระการตามากๆที่ได้เห็นศิลปินวัยรุ่นหญิงที่ขอบอกว่าทั้งสวยและมีความสามารถในการเต้นระดับเทพที่ดูแล้วชวนตกตะลึงทีเดียว ประโยคที่กล่าวมาข้างต้นอาจจะเป็นอะไรที่ดูยกยอเกินจริงไปนิดสำหรับบางท่านนะคะแต่สำหรับดิฉันที่ส่วนตัวพิจารณาเธอในมุมที่สามารถฉายศักยภาพในการวาดลวยลายออกมาในระดับที่แกร่งกว่าศิลปินหลายท่านที่คร่ำหวอดในวงการมาก่อนต้องนับว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่ไม่ธรรมดาทีเดียว นับแต่นาทีเหล่านั้นมันทำให้เดียนสัมผัสได้ว่า "บริทนีย์" คือีกหนึ่งศิลปินที่เปรียบเสมือนสายป่านที่ต่อยอดลมหายใจให้แก่สถานภาพผู้รักจะบริโภคดนตรีสากลของเดี๊ยนให้ยาวขึ้นไปอีกขั้นหลังจากความประทับใจที่ได้รับจากยุครุ่งเรื่องขอมาดอนน่า,มารายห์ แครีย์และสไปซืเกิลเลยทีเดียว แม้ว่าในสายตาของเดี๊ยนเธอจะไม่ได้มอบแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ความอบอุ่นทางความรู้สึกตลอดจนมีอิทธิพลมหาศาลที่จะสามารถทะลวงเข้าไปถึงจิตวิญญาณในระดับที่เทียบเท่ากับบรรดาชื่อที่กล่าวมาหากแต่บริทนีย์ก็สามารถสะท้อนภาพของคำว่า "แรงบันดาลใจ" ออกมาในมุมมองที่แตกต่างจากเดิมที่เคยมาแบบสูงเสียดฟ้า ทรงพลังและจับต้องได้ไม่ง่ายนักให้กลายเป็นอะไรที่ใกล้ชิดและมีย่างก้าวของพัฒนาการที่จะเติบโตไปสู่อนาคตพร้อมๆกัยโดยสิ้นเชิงด้วยการที่เธอเป็นตัวแทนที่มาจากเจเนอเรชั่นเดียวกันซึ่งจะว่าไปสำหรับเดี๊ยน "บริทนีย์ สเปียรส์" คงต้องนับว่าเป็นไอค่อนท่านแรกสำหรับช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของชีวิต (หัวเลี้ยวหัวต่อ) โดยแท้ อย่างไรก็ตามต้องบอกว่าศิลปินที่น่ารักและมีเสน่ห์ที่สุดคนหนึ่งของโลกอย่างเธอกลับมีเวลานั่งอยู่ในหัวใจเดี๊ยนฐานะ "ไอค่อนที่ทรงอิทธิพลจริงๆ" น้อยไปนิดเพียงเพราะเสี้ยววินาทีเดียวที่ได้ทำความรู้จักกับศิลปินหญิงจากเจเนอเรชั่นเดียวกันที่มีผลงานออกมาในระยะเวลาใกล้กันอีกท่าน การจัดสำดับความสำคัญในจิตใจของเดี๊ยนก็เปลี่ยนไปและเป็นการเปลี่ยนแปลงชนิด "อำลารอยยิ้มของไอค่อนอันดับหนึ่งคนเก่าแถบไม่ทัน" ถึงแม้ว่าสถานะของบริทนีย์จะถูกลดระดับลงเป็นแค่ "ศิลปินที่เคยเปนอันดับหนึ่งในใจ" แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการติดตามสนับสนุนเธอคนนี้จะลดน้อยลงไปอย่างใดจำได้ว่าวันแรกที่ Oops! I Did It Again และ Britney วางขายที่ไทยเป็นวันแรกหลังเลิกเรียนก็รีบเดินแบกกระเป๋าอลังการเท่าบ้านใส่แว่นหนาเตอะเดินเข้าแมงป่องชนิดไม่รีรอ จำได้ถึงช่วงเวลาที่นังนับวันรอจะไปชมภาพยนตร์เรื่อง Crossroad และจำความตื่นเต้นอลังการและความประทับใจถึงขีดสุดหลังจากที่ได้ดู Britney Live In Las Vegas ทางโทรทัศน์ช่องหนึ่ง (น่าจะเป็นช่อง3) ที่เอามาฉายได้อย่างดี ความทรงจำที่กลาวมาเหล่านั้นขอบอกตามตรงว่าคิดถึง โหยหาและรสชาติของความสุขที่ได้รับยังคงหอมหวานตลบอบอวนมาจนถึงวินาทีนี้ทีเดียว และถึงแม้ว่าทุกวันนี้ความรู้สึกระหว่างเดี๊ยนกับบริทนีย์จะเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะห่างไกลออกไปจากกันเรื่อยๆจนบางทีรู้สึกเหมือนกับว่า "ในใจเธอไม่มีเธอคนนี้อยู่อีกต่อไป" และบางทีก็ถึงขั้นรู้สึกว่า "จิตวิญญาณของเรามันถูกฉีกออกจากกัน และเธอคนนี้เป็นอะไรที่บางทีเหมือนกับสิ่งที่เชื่อมกับเดี๊ยนไม่ติดออกไป" แต่ก็น่าแปลกที่ทุกครั้งที่ฟังเพลงของเธอคนนี้มันเป็นอะไรที่ที่ต้องบอกว่า "สัมผัสได้ถึงความสุขทุกที" และตลอดระยะยะเวลาเกือบสิบปีที่ได้รู้จักกันไม่มีสัปดาห์ไหนที่จะผ่านไปได้โดยปราศจากเสียงเพลงจากเธอ จากที่กล่าวมาจึงสามารถกล่าวได้เต็มปากว่า "บริทนีย์ยังคงเป็นหนึ่งในศิลปินที่วนเวียนอยู่ในใจเสมอมาและแน่นอนว่าในพื้นที่เล็กๆของใจเดี๊ยนยังคงมีความเคารพและความรู้สึกดีๆมอบให้เธอเสมอ"

ปิดท้ายการอุทิศความประทับใจครั้งนี้ด้วยการตอบคำถามเมื่อ "3" ปีที่แล้วจาก "คุณจอย" ผู้อ่านท่านหนึ่งที่เคยอีเมลล์มาถามว่า "ศิลปินหญิงท่านใดที่แนสคิดว่าคือไอค่อนประจำยุค2000?" โอเคถ้ามาดอนน่าคือราชินีแห่งยุค80และมารายห์ แครีย์คือดาวจรัสแสงของช่วงยุค90ล่ะก็ ศิลปินที่เป็นประวัติศาสตร์สำคัญที่สุดของหน้าประวัติศาสตร์ดนตรีสากลแห่งทศวรรษ2000คือสำหรับเดี๊ยนคือเธอคนนี้ศิลปินที่เป็นคนจากเจเนอเรชั่นเดียวกันที่สามารถประกาศศักดิ์ศรี ศักยภาพและความสามารถให้เป็นที่ยอมรับจนกลายเป็นสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรดนตรีสากลและวัฒนธรรมกระแสหลักไม่เพียงชั่วข้ามคืนหากแต่ยังประดับตลอดมาจวบจนวินาทีนี้ เธอศิลปินคนที่ถูกกล่าวหาว่า "ไม่ได้ขายคุณภาพ" หากแต่ตลอดระยะเวลาการพิสูจน์ตัวเองกว่า6อัลบั้มสำหรับเดี๊ยนเป็น6อัลบั้มเพลงที่ไม่เคยต่ำกว่าระดับของคำว่า "มาตรฐาน" และแน่นอนในแง่ของย่างก้าวพัฒนาการทางดนตรีที่ทรงคุณภาพ โดดเด่นและแข็งแกร่งต้องบอกว่าเธอคนนี้สามารถทำได้ดีกว่าศิลปินที่ได้รับการประกันคุณภาพซึ่งมาคิดกันดีๆก็เกินค่อนวงการ เธอคนที่สร้างชื่อตนเองให้มีอิทธิพลเหนือขึ้นไปกว่าความเชี่ยวกรากของวัฒนธรรมกระแสหลักเฉกเช่นที่ เอลวิส เพรสลีย์,มาดอนน่า,ไมเคิล แจ็คสัน,เดอะ บีทเทิ่ลส์,มารายห์ แครีย์ ตลอดจน สไปซ์เกิล เคยสร้างวัฒนธรรมของตนเองขึ้นมาสยบบัลลังก์ของอาณาจักรดนตรีทั่วโลก เธอคนที่โลกครหาแต่ไม่เคยปฏิเสธและแน่นอนชื่อนี้ต้องยกให้เธอ "บริทนีย์ สเปียรส์" เจ้าหญิงแห่งวงการเพลงพ็อพ หนึ่งในบุคคลที่แข็งแกร่งและทรงอิทธิพลที่สุดแห่งสังเวียนดนตรีโลก ศิลปินและสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดแห่งวัฒนรรมกระแสหลักประจำทศวรรษ2000ที่โลกทั้งใบไม่เคยละสายตาไปจากเธอ

ไม่มีสัปดาห์ไหนที่ผ่านไปโดยปราศจากเสียงเพลงจากเธอ

1 ความคิดเห็น:

  1. ขนลุกมากครับ เธอเป็นที่ 1 ในใจของผมตลอดกาลและตลอดไป

    ตอบลบ