วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Madonna (Music Cassanova#1)



Madonna (Music Cassanova#1)



Music Cassanova ไม่ใช่งานรีวิวเฉพาะแทร็ค ซิงเกิ้ลหรืออัลบั้มเพลงอย่างที่ดิฉันทำมาตลอด7ปี ในทางกลับกันเป็นงานเขียนที่ย้อนกลับไปอุทิศให้แก่ความประทับใจในตัวศิลปินท่านนั้นๆโดยตรงซึ่งต้องเรียนกับผู้อ่านทุกท่านว่าศิลปินทุกท่านที่ถูกยกขึ้นมาอยู่ในรีวิวนี้เป็นศิลปินที่มีความพิเศษกับเดี๊ยนเป็นการส่วนตัวมากๆไม่ว่าจะเป็นด้วยผลงานที่ทรงพลังจับไปถึงขั้วหัวใจหรืออาจจะเป็นที่ตัวตนของศิลปินนั้นๆที่ให้เกียรติสำหรับการลงมาเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งสำหรับเด็กคนหนึ่งตลอดจนท่านที่เป็นถึงขั้น "ภาพสะท้อนทางวิญญาณ" จากการที่งานดนตรีของเขาหรือเธอเหล่านั้นมันทะลุทะลวงไปสัมผัสไปถึงแก่นของจิตวิญญาณด้วยอิทธิพล พลังและความสอดคล้องกับตัวตนของเดี๊ยนชนิดมหาศาลจนต้องออกมากว่า "ใช่! งานของคุณกำลังตอบสนองเสียงกรีดร้องเบื้องลึกในจิตใจของฉันอยู่" งานรีวิวชิ้นนี้ถ้าเปรียบหัวใจของผู้เขียนเป็นเสมือนกล่องดนตรี เครื่องเล่นซีดีตลอดจนทันสมัยเฉกเช่น ไอพ็อด ศิลปินทุกท่านที่ถูกเขียนถึงในรีวิวชิ้นนี้ก็ไม่ต่างกับ "ดนตรี" ที่ถูกโชคชะตาลิขิตมาให้ถูกเปิดสะท้อนก้องกังวานและโลดแล่นปลอบประโลมจิตใจของนักเขียนคาสซาโนว่าท่านนี้ทุกเสี้ยววินาทีโดยแท้

จากนิยามข้างต้นเดี๊ยนกล้าพูดว่าไม่สามารถที่จะมีศิลปินท่านใดในโลกนี้ที่เหมาะสมแก่การหยิบมาประเดิมงานรีวิวชิ้นนี้เป็นท่านแรกมากไปกว่า "มาดอนน่า" มหาราชินีแห่งวงการเพลงพ็อพและสุภาพสตรีหมาลยเลขหนึ่งแห่งวงการอุตสาหกรรมดนตรีสากลตลอด3ทศวรรษ ด้วยความที่เธอตอบนิยามด้านบนได้ครบถ้วนทุกข้อไม่ว่าจะเป็นผลงานดนตรีที่ทรงอิทธิพลสำหรับเดี๊ยนตลอดกาล การเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น ทัศนคติ ภาพลักษณ์ตลอดจนการเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นภาพสะท้อนอันชัดเจนสำหรับความเป็นรูปธรรมหลายสิ่งหลายอย่างที่อัดแน่นอยู่ในจิตวิญญาณของดิฉัน มากไปกว่านั้นผู้หญิงคนนี้เหมือนกับเป็น "สัญลักษณ์" ที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังมากๆของบางสิ่งซึ่งตัวเดี๊ยนเองค้นหาเธอมาจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบว่าคนธรรมดาๆคนนี้จะสามารถเป็นอะไรที่เหนือมนุษยขนาดนั้นได้อย่างไร (อันนี้ชมเจ๊นะ) หากแต่วินาทีแรกที่ได้รู้จักเธอน่าจะประมาณ5ขวบกว่าๆแม้ว่าจะเด็กมากๆแต่แค่มองเธอคนนี้แว๊บเดียวก็สัมผัสได้ทันทีว่า "เธอมีอะไรที่ทรงพลังมากๆอย่างที่หลายๆคนไม่มี" และแน่นอนว่าความประทับใจที่ได้ทำความรู้จักกับเธอครั้งแรกในมิวสิควิดีโอ Like A Prayer ยังคงเป็นอะไรที่สดใหม่จวบจนทุกวันนี้ คำถามที่ได้รับเป็นประจำเมื่อสนทนาเกี่ยวกับผู้หญิงท่านนี้คือ "ชอบอะไรในตัวเธอ?" เนื่องจากต้องบอกตามตรงว่าถึงแม้ว่าเธอจะเป็นถึงระดับราชินีในวงการดนตรีแต่คนใกล้ตัวร้อยละ70ไม่ค่อยมีใครยอมรับในตัวเธอเนื่องด้วยความอคติที่มีต่อสิ่งที่เธอสื่อ หากแต่ส่วนตัวดิฉันถูกกำหนดให้เกิดมานิยมของแรงจึงสามารถตอบได้อย่างฉาดฉานมั่นใจว่า "ชอบมาดอนน่าเพราะเธอกล้าทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ" กล่าวคือกล้าที่จะสื่อ กล้าที่จะแตกต่างและไม่กลัวที่จะก้าวให้ล้ำหน้าศิลปินท่านอื่นไม่ว่าจะกี่ระดับก็ตาม ความไร้ขอบเขตของเธอเป็นหนึ่งในสิ่งที่จารึกชื่อของเธอให้เป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่อยู่บนยอดของคำว่า "ออริจินัล" ตลอดกาล ด้วยควมบรรเจิดทางวิสัยทัศน์ทั้งทางด้านดนตรี แฟชั่น ศิลปะและการตลาดที่หลอมทุกสิ่งที่เธอทำให้กลายเป็น "วัฒนธรรม" อันทรงเสน่ห์ที่โลกทั้งใบคอยจับตา นอกจากนี้ด้วยความ "กล้าที่จะสื่อแบบไม่แคร์สื่อ" สำหรับเดียนมาดอนน่าได้ฉีกภาพสัญลักษณ์ทางเพศในอุดมคติอันสูงส่งที่โลกเคยได้รับจากมาริลีน มอนโรให้ราบลงมาสัมผัสกับการตอบสนองสัญชาติญาณพื้นฐานของมนุษย์ หรือพูดง่ายๆ สันดานดิบคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเซ็กส์ ความรัก ศาสนา การเมือง สังคม วัฒนธรรมและความเป็นไปของฌโลกตลอดจนเรื่องของจิตวิญญาณ น่าแปลกที่เรื่องเหล่านี้ต่างก็เป็นเรื่องรอบๆตัวเราหากแต่เมื่อคนๆหนึ่งหยิบขึ้นมาสื่ออย่างเผ็ดร้อนกลับกลายเป็น "เรื่องต้องห้าม" ได้อย่างน่าประหลาดใจ อย่างไรก็ตามควมขบฏ ขวางโลกและปราศจากความแยแสต่อสายตาสังคมของเธอมันเป็นอะไรที่โดนใจและเป็นสายสัมพันธ์อันอบอุ่นที่สื่อสารกับจิตวิญญาณของเดี๊ยนได้อย่างทรงพลังเป็นการส่วนตัวซึ่งมันทำให้คิดถึงบทสัมภาษณ์อันชาญฉลาดที่มาดอนน่าเคยให้ไว้กับนิตยสารฉบับหนึ่งเมื่อ2ปีที่แล้วถึง "ความสัมพันธ์อันล้ำลึกทางจิตวิญญาณระหว่างศิลปินที่ยืนอยู่บนสถานภาพอันทรงเกียรติที่เรียกว่า ดิว่า กับ เกย์" จากการที่เดี๊ยนได้มองดูเธอต่อสู้เพื่อจุดยืนทางภาพลักษณ์และดนตรีที่แข็งแกร่งมาตลอด3ทศวรรษมันไม่ต่างจากภาพสะท้อนอะไรที่ฉายกลับมาให้เห็นถึงภาพเดียวกันกับมรสุมซึ่งคนที่เป็น "เกย์" ต้องเผชิญในสังคมจากการต้องต่อสู้เพื่อจุดยืนในสิ่งที่ตัวเองเป็นตลอดจนการลุกขึ้นยืนเพื่อปกป้องสิทธิและเรียกร้องการปฏิบัติที่เสมอภาคในฐานะมนุษย์คนหนึ่งของสังคม เห็นได้ชัดว่าเป็นจริงอย่างที่เธอพูดว่า "ความเป็นดิว่าในตัวเธอกับความเป็นดิว่าในตัวของพวกเรามันขับขานซึ่งกันและกันเสมอ" ตอบคำถามได้ดีเสียจนนางสาวไทยอายกันไปข้างเยี่ยงนี้ดิฉันจึงไม่แปลกใจว่าทำไมบรรดาเพื่อนๆชาวเกย์ส่วนใหญ่รวมถึงดิฉันซึ่งเป็นหนึ่งในนั้นต่างยินดียกตำแหน่ง "พระเจ้าของเพศที่3" ให้วีรสตรีนางนี้ชนิดไร้ข้อกังขาใดๆ

จุดสรุปส่งท้ายสำหรับสิ่งที่ "ประทับใจ" ในตัวของศิลปินที่ชื่อ มาดอนน่า มากที่สุดนั่นคือ ไม่ว่ากี่ครั้งที่จะหลอมและหล่อตัวเองขึ้นในภาพลักษณ์ใหม่ๆแต่จิตวิญญาณของความเป็นมาดอนน่าที่เคยสัมผัสตั้งแต่รู้จักกันในวินาทีแรกมันไม่เคยละลายไปไหน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งวงการดนตรีท่านนี้ยังคงเป็นคนเดิมกับที่เคยประทับใจเมื่อตอน5ขวบตลอดมาและเป็นมาดอนน่าคนเดิมตั้งแต่โลกได้จารึกชื่อของเธอมาร่วมจะ3ทศวรรษ ปฐมบทของ Music Cassanova ขอจารึกชื่อของ "มาดอนน่า" มหาราชินีแห่งวงการเพลงพ็อพท่านนี้ให้เข้าสู่พิพิธภัณฑ์ทางดนตรีในหัวใจที่ถ่ายทอดออกมาในรูปงานเขียนเป็นท่านแรกของนักรีวิวคาสซาโนว่าคนนี้ ในฐานะความทรงจำทางดนตรีที่หอมหวานที่สุด ศิลปินหญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดและแน่นอนผู้ชนะที่ยืนอยู่เหนือความเชี่ยวกรากของอุตสาหกรรมดนตรีแห่งวัฒนธรรมกระแสหลักตลอดกาล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น