วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Jamie Cullum : The Pursuit : 87%



Jamie Cullum : The Pursuit : 87%

หลังจากที่รีวิวอัลบั้มครั้งที่แล้วดิฉันได้อุทิศความประทับใจให้แก่งานชุดใหม่ของคุณพี่จอห์น เมเยอร์อย่างจริงใจชนิดเต็มรักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับโอกาสสุดว่างในวันนี้คิดว่าคงจะไม่มีศิลปินท่านใดที่จะเหมาะสมแก่การหยิบขึ้นมารีวิวเป็นท่านถัดไปมากไปกว่าคุณพี่ฮ็อบบิทแจ๊ซซ์สุดเฮี้ยวและมากความสามารถอย่างเจมี่ คัลลัมกับสตูดิโออัลบั้มล่าสุด The Pursuit หนึ่งในงานดนตรีที่เดี๊ยนรอคอยมาที่สุดชุดหนึ่งประจำปีนี้เลยทีเดียว

รูปแบบเพลง

ภาคดนตรีใน The Pursuit ยังคงยืนพื้นบนความเป็นครอสโอเวอร์แจ๊ซซ์ตามสไตล์ที่ตัวศิลปินถนัดโดยบูรณษการดนตรีสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์ตามธรรมเนียมนิยมเข้ากับภาคดนตรีร่วมสมัยซึ่งส่วนตัวแล้วเดี๊ยนขอคารวะให้คุณพี่เจมี่เป็นหนึ่งในศิลปินแจ๊ซซืมือทองคำแห่งยุคที่เป็นเซียนในด้านการฉีกกรอบความสมบูรณ์แบบและความอนุรักษ์นิยมจากการนำเสนอดนตรีแจ๊ซซ์ในยุคก่อนๆสู่การคินชีวิตให้แก่ดนตรีแจ๊ซซ์เพื่อขึ้นมาโลดแล่นในวัฒนธรรมแห่งดนตรียุคปัจจุบันได้ชนิดสง่างามสุดๆ โดยในงานชุดนี้ถึงคิวของการจับความอลังการในแบบดนตรีคลาสสิคและมิวสิคคัลบรอดเวย์อ่อนๆผสานเข้ากับบีทเต้นรำร่วมสมัยที่ส่วนตัวรู้สึกว่าโดเด่นบนความเป็นเฮ้าส์เจืออิเล็คโทรอินดี้พ็อพอ่อนๆซึ่งคุมทิศทางได้อย่างอยู่หมัดบนความเป็นสแตนดาร์ดเพียโนแจ๊ซซ์สุดพลิ้วและอลังการอันเป็นเอกลักษณ์ก่อนจะหยิบมาประสานงากัยภาคการนำเสนอจำพวกคอนเทมโพลารีย์โอลด์สคูลบัลลาดที่ขนมาทั้งบลูส์ โซล อาร์แอนด์บียันกอสเพลตลอดจนเล่นกับจังหวะครึกครื้นสไตล์ฟั้งค์โซลสุดทรงพลังปะทะละทินไต่ระดับไปเล่นกับร็อคและโมเดิร์นแจ๊ซซ์จบข่าว นับว่าเป็นการนิยามดนตรีแจ๊ซซ์ขึ้นสู่ภาพลักษณ์ใหม่ได้อย่างมีมิติและทรงเสน่ห์เช่นเดิม

จุดด้อย

ในแง่ของเนื้องานจะว่าไปก็ยังคงต้องยอมรับว่าเหนือชั้นและน่าประทับใจเช่นเดิม แต่สำหรับเดี๊ยน แหมมมม งานชุดนี้มันไม่มีแทร็คที่แบบเอ่อฟังแล้วโดนใจจัดๆถึงขั้นกรี๊ดดดดน้ำตาไหลพรากแบบ London Skies,Photograh,Catch The Sun,Mind TrickหรือMy Yardเลยอ่ะค่ะ แค่นี้แหละ หึหึหึ ด้อยสะใจพอมั้ยเอ่ย?

แทร็คเด็ด

เปิดอัลบั้มได้ชนิดโคตรพ่อโคตรแม่อลังการกับ Just One Of Those Thing (5) ที่คัฟเวอร์จากปลายปากกาของโคล พอร์เทอร์นักเขียนเพลงบรอดเวย์และแจ๊ซซืระดับปรมาจารย์ของโลกซึ่งแทร็คนี้เป็นหนึ่งในแทร็คคลาสสิคระดับขึ้นหิ้งที่ศิลปินแจ๊ซซ์ระดับตำนานหลายท่านนิยมหยิบมาคัฟเวอร์ใหม่ในสไตล์เฉพาะตนนะคะ อาทิ เจ้าป้าบิลลี่ ฮอลิเดย์,ซาร่าห์ วอห์น,ดิน่าห์ วอชิงตัน เป็นต้น ต๊ายยยยย อ่านแต่ละชื่อแล้วขนลุกทีเดียวเชียะ สำหรับฉบับของคุณพี่ฮ็อบบิทแจ๊ซซืพรมด้วยสแตนดาร์ดเพียโนแจ๊ซซ์พริ้วไสลช่วงเปิดม่านที่หวนให้นึกถึงเพลงที่แสดงในคลับแจ๊ซซ์ช่วงยุค40-50ก่อนจะกลายร่างเป็นบอร์ดเวย์แจ๊ซซืผสานสวิงและบิ๊กแบนด์ชนิดสุดพลังฟังแล้วปลื้มไม่เสร็จมาจวบจนวินาทีนี้ แทร็คถัดไป I'm All Over It (4/5) อินดี้พ็อพแจ๊ซซ์น่ารักๆที่เป็นซิงเกิ้ลเปิดตัวแม้ว่าอาจจะดูน่ารักแบบง่ายๆไม่มีชั้นเชิงไปนิดแต่ถ้าลองเจาะลงลึกแล้วมันมีอะไรที่ดาดดื่นมากกว่าความเรียบง่ายที่ได้ยินกันผิวเผิน ด้วยการยืนพื้นที่สแตนดาร์ดเพียโนแจ๊ซซ์ปูเป็นโครงสร้างตบด้วยร็อคอ่อนๆและการประสานเสียงแบบมิวสิคคัลบรอดเวย์ได้อย่างลงตัวทีเดียว น่ารักดีนะ! อีกเพลงที่ส่วนตัวประทับใจมากๆขอยกให้ Don't Stop TheMusic (4.5/5) คัฟเวอร์จากริฮานน่าที่เก๋ไก่ด้วยการร่ายมนตร์เปลี่ยนร่างเพลงเออร์บันแดนซ์-พ็อพ เทคโนของต้นฉบับให้กลายเป็นสแตนดาร์ดเพียโนแจ๊ซซ์ติดสวิงและโมเดิร์นแจ๊ซซ์สุดหรูหราและเยือกเย็นตามแบบฉบับแจ๊ซซ์อังกฤษได้อย่างเหนือชั้นชนิดที่ถ้าไม่อ่านชื่อเพลงและไม่ฟังท่อนคอรัสก็ไม่รู้ว่าเป็นเพลงคัฟเวอร์ริานน่ามา

ข้ามมาที่ฝั่งบัลลาดอย่าง If I Ruled The World (4.5/5),Love Ain't Gonna Let You Down (4/5),I Think I Love (4/5) และ Not While I'm Around (4/5) ที่มาในแบบของคอนเทมโพลารีย์แจ๊ซซ์บัลลาดที่มาในรสชาติแตกต่างกันไปตั้งแต่โมเดิร์นแจ๊ซซ์ โอลด์สคูลแบบบลูส์โซลและอาร์แอนด์บีที่ไม่ได้ดำปี๋แบบฝั่งมะกัน แจ๊ซซ์เล้านจ์ ไลท์แจ๊ซซ์ตลอดจนกอสเพลออ่นๆ ส่วนตัวชอบหมดทุกแทร็คเลยขอกล่าวชนิดรวบรัดนะคะ ปิดท้ายด้วย Music Is Through (4/5) โดดเด่นด้วยการหยอดดนตรีเฮ้าส์เต้นรำมาวาดลวดลายภายใต้การคถุมเชิงของสแตนดาร์ดแจ๊ซซ์ที่เจ้าตัวถนัดเช่นเดิม จะว่าไปก็เก๋ดีนะเปิดอัลบั้มด้วยแจ๊ซซ์ย้อนยุคจัดๆและปิดท้ายด้วยดนตรีฟิวชั่นยุคอนาคตอย่างนี้ นับว่าเป็นการวางไฮไลท์ได้อย่างมีสีสันน่าสนใจดีแท้

สรุป

สุดท้ายนี้ไม่มีอะไรจะบอกมากไปกว่า "ภูมิใจ" และ "ประทับใจ" งานชุดนี้มากๆ คิดว่ามันเป็นอะไรที่น่ายินดีไม่น้อยนะคะเมื่อเราเลือกที่จะศรัทธาในผลงานของศิลปินสักท่านและได้เห็นว่าตลอดการผจญภัยในโลกแห่งเสียงดนตรีร่วมกันในระยะยาวเกือบสิบปีศิลปินท่านนี้ไม่เคยทำให้เดียนผิดหวังเลยแม้แต่นิดเดียว ส่วนตัวขอยกให้ The Pursuit เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดแห่งปี2009และขอยืนยันว่าชายร่างเล็กท่านนี้ยังคงเป็นอนาคตอันรุ่งโรจน์แห่งดนตรีแจ๊ซซ์ในยุคโลกาภิวัฒน์อย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น