วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Goldfrapp : Supernature : 92%



Goldfrapp : Supernature : 92%

รีวิวชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระทู้คาดการณ์งานชุด Light&Darkness ของคุณนายคริสทิน่า อากิเลร่าที่ดิฉันขอคุณพี่สตาฟปักหมุดไว้อัพเดทเรื่อยๆเท่าที่จะคิดได้ชนิดไม่มีที่สิ้นสุดจนกว่าอีติ๊มันจะคายงานออกมาเสียทีนะคะ เรื่องของเรื่องคือเพื่อนสาวกลุ่มเดี๊ยนไม่รู้นึกครื้นเครงอะไรขึ้นมาจู่ๆก็เข้ามาอ่านกระทู้ที่ว่าชนิดยกกลุ่มเลยทีเดียว มีทั้งเข้ามาเพราะเป็นหน้ามาาประจำนังแนส สนใจเฉพาะอีติ๊ตลอดจนเข้ามาหาเพลงฟังเล่นแก้กลุ้มอย่างไรก็ตามส่วนตัวดีใจนะคะที่กระทู้แก้เซ็งธรรมดาๆกระทู้นี้ก็สามารถเป็นที่กรี๊ดกร๊าดดดดดดของพวกหล่อนๆได้ ไอ้เราก็หลงดีใจนึกว่าคนอ่านเป็นพันจริงๆที่ไหนได้มีสามนางเข้ามาสารภาพว่า "ช่วงแรกๆกูเขาไปฟังเพลงกระทู้อีติ๊มึงวันละร่วมสิบรอบ" ต๊ายยยยยยย หึหึหึหึ สำหรับรีวิวชิ้นนี้เป็นรีวิวของผู้ชนะการโหวตในมีตติ้งกลุ่มที่ผ่านมาในฐานะโปรดิวซ์เซอร์ของคริสทิน่าที่สาวๆในกลุ่มเดี๊ยนสนใจอยากจะอ่านรีวิวอัลบั้มเต็มๆมากที่สุด ซึ่งก็เป็นไปตามคาดนะคะว่า Goldfrapp ชนะโหวตนี้ไปชนิดเรียกได้ว่าขาดลอยทีเดียวซึ่งส่วนตัวก็ไม่แปลกใจเท่าไรเนื่องจากเครดิตในเรื่องของการเป็นที่นิยมในวงกว้าง ชั่วโมงบินในวงการตลอดจนชื่อชั้นบารมีแล้วนับว่าปฏิเสธกันไม่ลงทีเดียวว่าวงนี้ออกจะเหนือระดับ โดเดนและทรงพลังกว่าโปรดิวซ์เซอร์ท่านอื่นๆที่มาร่วมงานกับติ๊เลยทีเดียว

รูปแบบเพลง

สำหรับท่านผู้อ่านที่เคยเขียนมาถามว่า "Goldfrapp คือใครเอ่ย?" ก็วงนี้เป็นวงดนตรีอิเล็คโทรนิคจากลอนดอนที่ฟอร์มวงขึ้นช่วงปี1999 จกการรวมพลังกันระหว่างนางพญาอิเล็คโทรนิคสุดเปรี้ยวอย่างอลิสัน โกลด์แฟร็ปนักร้องนำและวิล เกรกอรีย์มือซินธิไซเซอร์ระดับพระกาฬประจำวง ซึ่งวงนี้ก็เริ่มสร้างชื่อในหมูนักวิจารณ์ดนตรีตั้งแต่งานชุด Felt Moutain สตูดิโออัลบั้มชุดแรกเมื่อปี2000ที่ภาคดนตรีเป็นอิเล็คโทรแอมเบี้ยนท์จัดๆก่อนจะไต่ระดับมาตีความเป็นที่ยอมรับในวงกว้างขึ้นในงานชุด Black Cherry อัลบั้มถัดมาก่อนจะประสบความสำเร็จสุดๆใน Suernature ที่เลือกมารีวิวด้วยความที่สามารถขยับชื่อของพวกเขาให้มาเจิดจรัสกระชากความสนใจจากทุกสายตาในอาณาจักรดนตรีสากลและโลกแห่งเสียงเพลงเต้นรำจากการนำเสนอภาคดนตรีได้อย่างเก๋ไก๋บนพื้นฐานของความเป้นอิเล็คโทรนิคจัดๆผสานคลับแด๊นซ์ ยูโร ทริพฮอพและดิสโก้ตลอดจนหยอดลูกเล่นของควมเป็นซินธิ์พ็อพ แกลมร็อคและนิวเวฟสู่บีทดิสโก้ตึ๊บๆและอิเล็คโทรแกลมแรงๆจนกลายร่างสู่วัฒนธรรมอันเกรี้ยวกราดของอิเล็คโทรแคลชอย่างที่ได้ยินกันใน Black Cherry ตลอดจนการร่ายมนตร์เสน่ห์ของแอมเบี้ยนท์ที่ยังคงสืบทอดอิทธิพลมาอย่างเจือจางจากงานชุดแรกหากแต่ถูกพัฒนาให้พ็อพและเข้าถึงง่ายมากขึ้นในงานชุดนี้ สิริรวมเป็นงานอิเล็คโทรพ็อพสุดเปรี้ยวล้ำ แฟชั่นและหรูหราสมบูรณ์แบบจนได้รับการลงความเห็นจากผู้ฟังหลายเสียงว่าเป็นงานระดับมาสเตอร์พีซของทางวงทีเดียว

จุดด้อย

แต่สำหรับดิฉันดันโชคร้ายที่เกิดมาไม่ได้รับพรสวรรค์สำหรับใช้ผูกมิตรกับดนตรีอิเล็คโทรนิคมากมายเท่าใดนักซึ่งด้วยความที่ไม่ถนัดและไม่คุ้นเคยเป็นการส่วนตัวมากมายนักกับดนตรีแนวนี้ก้อาจจะทำให้เข้าไม่ถึงจุด "เก๋ๆ" บางจุดที่ศิลปินต้องการสื่อรวมถึงอาจจะตีความแทร็คบางแทร็คไปในทิศทางที่ตัวเองเคยชินชนิดที่เรียกว่าเล่นหลอมใหม่บัญญัติความเข้าใจไปเองจนถ้าตัวศิลปินมารู้อาจจะมีงงประมาณว่า "เอ๊ะ อีนี่นี่มันไม่ใช่ที่ฉันต้องการสื่อเลยนะ" ส่วนตัวก็จะพยายามให้ดีที่สุดที่จะพัฒนาควมสามารถตัวเองในการรีวิวดนตรีสายนี้ให้ดีขึ้นเรื่อยๆนะคะ นอกจากนี้ดันซวยที่เดียนดันไปฟังสองงานแรกเทียบกับงานชุดนี้ก่อนซึ่งมาเหนือระดับกว่าในแง่ของความแรง เข้มข้น ดิบและตึ๊บชนิดที่คนฟังมึนกันไปข้างทีเดียวเลยกลายเป็นที่เขาว่ามาสเตอร์พีซๆเนี่ยมันดันไม่ถึงระดับนั้นสำหรับดิฉันไปอย่างน่าเศร้า เหอๆๆๆๆๆ ไม่ถนัดอิเล็คโทรนิคก็จริงๆแต่เซ้นส์ทางดนตรีในฐานะนักวิจารณ์เพลง7ปีมันฝังลึกอยู่ในตัวนี่คะ อย่างไรก็ตามเหตุผลที่หยิบงานชุดนี้ขึ้นมารีวิวทั้งๆที่ชอบน้อยกว่าเพราะส่วนตัวคิดว่าฟังง่ายและค่อนข้างสะดวกต่อการรีวิวมากๆตลอดจนคิดว่าเป็นงานที่รู้สึกเป็นการส่วนตัวว่าน่าจะส่งอิทธิพลในงานชุดหน้าของคริสทิน่าเท่าที่ควรว่าแล้วก็๋เลยขอหยิบมารีวิวด้วยหลายเหตุผลดังกล่าว หึหึหึหึ

แทร็คเด็ด

เริ่มต้นด้วยเพลงเก่งอย่าง Ooh la la (4.5/5) ซิงเกิ้ลสุดฮิพในแบบฉบับอิเล็คโทรแกลมสวยหรูที่ยืนพื้นบนโครงสร้างของแดนซ์พ็อพอิเล็คโทรนิคที่ผสานท่วงทำนองของแกลมร็อค ยูโรและตลอดจนอิทธิพลของความเป็นโพสท์ดิสโก้โดยใส่ซินธิ์พ็อพผสานเขากับริฟฟ์กีตาร์ไฟฟ้าวิ่งว่อนกันสนุกสนานทำเก๋ทั้งเพลงประกอบกับท่อนคอรัสเก๋ๆที่หลอนติดหูสุดๆส่งผลให้แทร็คนี้เป็นหนึ่งในซิงเกิ้ลที่ประสบความสำเร็จที่สุดตลอดกาลของทางวงเลยทีเดียวซึ่งถ้าจำไม่ผิดน่าจะได้อันดับ4บนฝั่งยูเคและได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงแกรมมี่ปีที่49ในสาขา Best Dance Recording ด้วย เริ่ด!!!! ต่อด้วย Ride A White Horse (5) ซิงเกิ้ลที่สามที่เจิดจรัสด้วยการร่ายมนตร์เสน่ห์บนบีทอิเล็คโทรนิคที่หนักหน่วงเข้มข้นขึ้นอีกหลายระดับพร้อมกับหยอดท่วงทำนองของความเป็นคลับแด๊นซ์ แอมเบี้ยนท์และดิสโก้เข้าไปยกระดับได้อย่างลงตัว บทสรุปออกมาเป็นอิเลคโทรนิคแดนซ์เปรี้ยวล้ำหรูหราสุดบรเจิดที่ทรงพลังทั้งในแง่ของความสวยงามจากวาทะศิลป์และบรรยากาศแวดล้อมของดนตรีที่เนรมิตออกมาได้อย่างสุดอัศจรรย์ มาที่ Fly Me Away (5) ที่เคยรีวิวไปในกระทู้รีวิวซิงเกิ้ลก่อนหน้านี้สลับอารมณ์จากอิเล็คโทรเต้นรำผสานบีทดิสโก้หนักหน่วงจากสองเพลงข้างต้นสู่ห้วงของมิดเทมโพอิเล็คโทรพ็อพบัลลาดลอยๆที่หลอมเอาวิญญาณซินธิไซเซอร์รวมร่างเข้ากับเสน่ห์ของเครื่องสายออเครสตร้าได้อย่างลงตัวก็จะถ่ายทอดคลอเคลียไปกับสรรพสำเนียงหลอนๆลอยละล่องกับมนตร์เสน่ห์ของท่วงทนองแอมเบี้ยนท์สวยๆที่จะพาคุณหลุดไปยังอีกโลกหนึ่งที่เต็มไปด้วยความฝัน จินตนาการและความลึกลับที่สุดแสนจะงดงามน่าแสวงหา เพราะมากเลยทีเดียว

Lovely 2 C U (4.5/5) อีกหนึ่งอิเล็คโทรแกลมเริ่ดๆที่โดดเด่นด้วยการจับเอาแกลมร็อค นิวเวฟ อินดี้และซินธิ์พ็อพเข้าไปประสานวิญญาณกับอิเล็คโทรนิคแดนซ์แรงๆ ผลลัพธ์ออกมาเป็นอิเล็คโทรแคลชอ่อนๆหากแต่เปรี้ยวและทรงพลังมากๆส่วนตัวฟังแล้วแอบคิดถึงมาดอนน่าช่วงยุค80ในแบบฉบับที่หนักหน่วงกว่าประมาณอีกสามช่วงตัว เก๋ไก๋มากๆ ส่งท้ายรีวิวด้วย Koko (5) อีกหนึ่งในแทร็คที่ส่วนตัวประทับใจที่สุดของงานชุดนี้ด้วยภาคเนื้อหาที่บรรจงแต่งออกมาได้อย่างสวงามทรงวาทะศิลป์ในระดับกวีอิเล็คโทรนิคถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจในแบบแอมเบี้ยนท์ตลอดจนสรรพสำเนียงทริพฮอพที่หลอมรวมเข้ากับอิเล็คโทรแคลชได้อย่างน่าประทับใจ กรี๊ดดดดดดๆๆๆๆแฟชั่นมากๆฮ่ะ ฟังแล้วรู้เลยว่านิยามของแดนมหัศจรรย์ที่รังสรรค์ด้วยดนตรีเป็นอย่างไร
สรุป

แม้ว่าจะชอบน้อยกว่าสองงานก่อนหน้านี้หากแต่ต้องขอชมที่ Goldfrapp สามารถที่จะรักษษมาจรฐานทางดนตรีอันสูงส่งของทางวงได้อย่างสมบูรณ์แบบชนิดที่ไม่มีทำให้ผิดหวัง งานดนตรีของวงนี้สร้างความประทับใจตั้งแต่วินาทีแรกเริ่มเช่นไรวินาทีนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น คือ ดินแดนเหนือจินตนาการแห่งโลกดนตรีที่สวยงามประดุจเนรมิตขึ้นมาจากเวทย์มนตร์ ถ้าจะหาคำจัดความ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น