วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Prince : Musicology: 95%


Prince : Musicology : 95%

ถ้าถามถึง "พริ๊นซ์" นี่คงต้องตอบตามตรงเลยนะคะว่าเป็นหนึ่งในศิลปินที่ไม่ค่อยจะอยู่ในสารบบการเสพย์ดนตรีของแนสทิน่าเท่าไร ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่าเขาทำเพลงไม่ดีนะคะ "ทำเพลงโคตรดี" แต่ส่วนตัวไม่คลิกกันเท่าที่ควรก็แค่นั้นเอง อย่างไรก็ตามงานรีวิวช่วงหลังๆตั้งแต่กลับมาเยี่ยมบอร์ดนี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างจะสบายๆตามใจตัวเองมากๆอยากจะเขียนถึงใครก็เขียนไม่จำกัดแนวว่าจะต้องพ็อพเป็นที่รู้จักมากมายและคนต้องอ่านเยอะรวมถึงอยากจะพูดถึงอะไรกว้างๆที่ตัวเองไม่เคยพูดถึงและไม่ค่อยมีใครอยากจะพูดถึงในหมุ่มากเท่าไร สิ่งเดียวที่ต้องการคือ "งานดนตรีที่หยิบมาพูดจะต้องเจ๋ง ทรงคุณภาพและควรค่าพอที่จะเสียเวลาหยิบขึ้นมาพิมพ์เพื่อนำเสนอในสังคมผู้บริโภคดนตรีพ็อพ" เมื่อนึกถึงนิยามตรงนี้แล้วปฏิเสธไม่ลงว่าถ้าไม่ลองเขียนถึง "พริ๊นซ์" สักครั้งนี่คอนเส็ปท์ดังกล่าวจะออกมาไม่สมบูรณ์แบบถึงขีดสุดแน่ๆเนื่องจากเขาคนนี้เป็นคนที่สะท้อนคำตอบของนิยามดังกล่าวออกมาได้ชัดเจนที่สุด
รูปแบบเพลง

สำหรับงานที่หยิบขึ้นมารีวิวคือ Musicology สตูดิโออัลบั้มที่วางขายช่วงปี2004ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่งานของพริ๊นซ์ที่เดี๊ยนได้ติดตามนะคะรวมถึงเป็นหนึ่งในไม่กี่งานที่ส่วนตัวคิดว่าผู้ฟังทุกระดับจะสามารถทำความเข้าใจไปกับสาส์นทางดนตรีที่ตัวศิลปินสื่อได้ไม่ยากนัก ด้วยความที่เคยได้ยินกิตติศัพท์จากงานหลายชุดก่อนหน้านี้ของคุณพริ๊นซ์ขาว่าฟังยากจนระทึก บ้าพลังและมากมายจนจำกัดแนวให้สิงสถิตย์แถบไม่ได้ ในขณะที่งานชุดนี้เป็นการเรียนรู้จากข้อบกพร่องในอดีตโดยการลดอีโก้ที่เน้นเพียงแต่จะทำดนตรีเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเพียงอย่าเดียวสู่การขยับเขาสู่ความพอดีมากขึ้นโดยขัดเกลาความดิบ กร้าวและล้ำจนเกินพอดีให้ออกมาละเมียดละไมและเห็นใจผู้ฟังมากขึ้นในขณะเดียวกันก็ยังสามารถรักษาความเปรี้ยวแรงและเก๋ในแบบฉบับที่พริ๊นซ์คนเดียวทำได้ในโลกนี้ไว้เอาใจแฟนๆได้อย่างครบถ้วนตลอดจนการนำเสนอภาคดนตรีที่เป็นมิตรต่ออุปสงค์ของตลาดกระแสหลักมากขึ้นโดยตีกรอบการเล่นไว้บนความเป็นโอลด์สคูลคอนเทมโพลารีย์พ็อพโซลอาร์แอนด์บีที่บีบควมเป็นพ็อพเข้าไปสูงโด่พอๆกับความเป็นเออร์บันที่มอบบทบาทให้แก่ฟั้งค์ อาร์แอนด์บีและโซลเป็นตัวแสดงเอกเสริมทัพด้วยร็อค แจ๊ซซ์ บลูส์ กอสเพล ไควเอทสตอร์มตลอดจนซาวนด์ร่วมสมัยอย่างแร็พ ฮิพฮอพและชิลล์เอ๊าท์ยันไต่ระดับไปเล่นกับการนำเสนอบนธรรมเนียมของเมโลดิคโพรเกรสซีฟก็มีมาใหเเห็น แหมๆๆๆๆๆ ขนาดตีกรอบไว้แล้วพ่อคุณยังล่อซะครบเครื่องเชียวนะคะ

จุดด้อย

ด้วยความที่ดิฉันไม่ค่อยรู้ข้อมูลอะไรของคุณพริ๊นซ์ตลอดจนสร้างภูมิต้านทานกับงานดนตรีของคุณเธอไว้น้อยมากๆจำได้ว่าตอนฟังงานชุดนี้ครั้งแรกนี่รู้สึกว่า "แม่ง มันฟังยากจริงๆนะคะ" แต่พอรอบที่สองผ่านไปแล้วปฏิเสธไม่ลงทีเดียวว่าไอ้ที่เขาล่ำลือกันว่าเจ๋งๆๆๆๆนักหนาอ่ะ "แม่ง เจ๋งจริงๆว่ะ" เพียงแต่ต้องสารภาพเป็นการส่วนตัวนะคะว่าบางส่วนของคุณพี่นี่คุณน้องนั่งฟังมาสามปีแล้วก็ยังเข้ากันไม่ได้อยู่ดี หึหึหึหึหึ แต่งานดีจริงๆคะ
แทร็คเด็ด

ประเดิมด้วยไทเทิ่ลแทร็คอย่าง Musicology (5) ที่ส่วนตัวขอชมในฐานะที่หยิบมาวางเป็นแทร็คเปิดงานสวยๆได้อย่างมีสีสันตลอดจนตัดเป็นซิงเกิ้ลแรกที่สามารถกระชากความสนใจจากทุกสายตาในแวดวงอุตสาหกรรมดนตรีได้อย่างเหนือชั้นในเวลาเดียวกัน ตัวเพลงบีบความเป็นพ็อพเข้าไปเสริมเสน่ห์ให้ภาคของโอลด์สคูลฟั้งค์โซลอาร์แอนด์บียุค70จัดๆตามแบบฉบับของเจมส์ บราวน์ให้กลับมามีลมหายใจโลดเแล่นบนโลกแห่งเสียงดนตรีแห่งยุคโลกาภิวัฒน์ได้อย่างเหนือชั้นอีกครั้ง ตบด้วยการไล่ระดับลูกเล่นของความเป็นเออร์บันตั้งแต่บลูส์ สวิง บิ๊กแบนด์ตลอดจนปิดท้ายด้วยอะแค็พเพลล่าและแซมเพิ่ลบรรดางานเก่าๆของตัวเองได้อย่างสง่างาม ส่วนตัวฟังแล้วขอบอกว่า "ทึ่ง" เนื่องจากชั้นเชิงในการเรียบเรียงดนตรีของพ่อคุณนี่แม่งโคตรเหลือร้ายเลยจริงๆ เริ่ด! สำหรับ Illusion,Coma,Pimp&Circumstance (4.5/5) ซึ่งเป็นแทร็คถัดไปก็สามารถหยิบเอาสรรพสำเนียงสุดเซ็กซี่ของสแปนนิชละทินโซลมาหลอมเข้ากับลูกเล่นการแร็พบนบีทโอลด์สคูลอาร์แอนด์บีฮิพฮอพล้ำที่ถ่ายทอดเคียงคู่กับความเป็นฟั้งค์กี้ย์ ดิสโก้ตลอดจนแดนซ์-พ็อพอ่อนๆได้อย่างลงตัว แอบประทับใจภาคเนื้อหาที่เสียดสีชีวิตรัก เซ็กส์ ความลุ่มหลงในภาพลักษณ์และมายา อำนาจเงินตราตลอดจนการยินดีลดศักดิ์ศรีความเป็นคนเพื่อการเอาชีวิตอยู่รอดนับว่าเป็นตลกร้ายที่เป็นเสน่ห์อันเอกอุซึ่งพริ๊นซ์คนนี้ทำออกมาได้อย่างเจ็บแสบเสมอมา มาที่ Cinnamon Girl(3.5/5) โอลด์สคูลพ็อพร็อคเรียบๆง่ายๆที่ตบด้วยเบสส์ฟั้งค์ยุค70เชยลากสุดเสร่อหากแต่ผลลัพธ์ออกมาดูดีจนไม่น่าเชื่อ แม้ว่าจะไม่ใช่เพลงที่เปรี้ยวเก๋ ล้ำลึกและโดดเด่นเหนือมนุษย์อย่างที่พริ๊นซ์ชอบทำแต่เพราะติดหูมากๆเจ้าค่ะขอยืนยัน ฟังง่ายที้สุดในงานชุดนี้แล้วล่ะค่ะดิฉันว่า หึหึหึหึ

Life 'O' The Party (5) มีทีเด็ดที่ท่อนครัสเพราะติดหูมากๆเช่นเดียวกับความร่วมสมัยในตัวที่ต่อให้นับจากนี้อีก20ปีมาเปิดก็ยังคงความคลาสสิคเหนือกาลเวลาไม่มีทางเชยด้วยฝีมือการเรียบเรียงดนตรีที่ประณีตระดับพระกาฬตั้งแต่การยืนพื้นบนโอลด์สคูลพ็อพอารืแอนด์บีผสานจังหวะเต้นรำอ่อนๆก่อนจะไต่ระดับไปเล่นกับคอนเทมโพลารีย์ ชิลล์แจ๊ซซ์ ฟั้งค์โซลตลอดจนพ็อพแร็พซึ่งท้ายเพลงเราจะได้เห็นคุณพริ๊นซ์แสดงฝีมือแร็พไปแดกเอาป๋าไมค์เข้าคำโตได้อย่างอลังการ หึหึหึหึ สลับมาฟังในส่วนของบัลลาดกันบ้างกับ Call My Name (5) และ On TheCouch (4.5/5) โดยแทร็คแรกถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะชนะแกรมมี่สาขา Best Male R&B Vocal Performance ด้วยนะคะ ตัวเพลงเป็นคอนเทมโพลารีย์พ็อพโซลอาร์แอนด์บีบัลลาดผสานแจีซซ์เล้าจ์นพลิ้วๆและอารมณ์ไควเอทสตอร์มโซลฟูลอาร์แอนด์บีดิใๆตลบอบอวน ฟังพริ๊นซ์ร้องเพลงนี้แล้วขนลุกเพราะว่ามันเพราะมากๆ ส่วนแทร็คหลังนี่ถูกจับยัดเป็นบีไซด์ในซิงเกิ้ลแรกด้วยนะคะ ภาคดนตรีเป็นโอลด์สคูลคอนเทมโพลารีย์เพียวโซลบัลลาดยุค50-70ผสานลูกเล่นสมูธแจ๊ซซ์ บลูส์และการใช้ำน้ำเสียงแบบฟัลเซ็ทโทได้อย่างมีชั้นเชิง เริ่ด! ส่งท้ายด้วย Dear Mr. Man (5) บลูส์โซลอาร์แอนด์บีผสานฟั้งค์ แจ๊ซซ์และบีทอาร์แอนด์บีฮิพฮอพเท่ห์ๆตลอดจนภาคเนื้อหาสุดทรงพลังในแบบกอสเพลที่เป้นการตั้งคำถามถึงมนุษยชาติ ศรัทธา จิตวิญญาณ ศาสนา การเมืองตลอดจนกับดักของความยากจนได้อย่างเหนือชั้น ส่วนตัวฟังแล้วคิดถึงงานของ มาร์วิน เกย์ จัง

สรุป

ฟังแล้วก็ต้องขอบอกว่าเห็นด้วยกับบรรดาแฟนเพลงและนักวิจารณ์หลายๆสำนักที่ยกให้งานชุดนี้เป็นงานที่ดีที่สุดและประสบความสำเร็จที่สุดของพริ๊นซ์นับตั้งแต่ที่เคยทำได้กับงานชุด Diamonds And Pearls เมื่อปี1991 เลยทีเดียว นับว่าเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่เรียกได้ว่าหวนคืนสู่บัลลังก์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น