วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2552

Marvin Gaye : What's Going On : 100%


Marvin Gaye : What's Going On : 100%

รูปแบบเพลง

นอกจากพ็อพแล้วก็อย่างที่รู้กันนะคะว่าส่วนตัวส่วนตัวเป็นคนที่ชอบดนตรีแนว "เออร์บัน" หรือพวก "แบล็คมิวสิค" มากๆ คือรู้สึกว่าถึงแม้จะเป็นแนวที่เรียกได้ไม่เต็มปากนักว่าเข้าถึงได้ง่ายหากแต่ทุกครั้งที่ฟังผลงานจากศิลปินแนวๆนี้ก็จะสามารถสัมผัสได้ถึงสาส์นอันทรงพลังและความพิเศศทางความรู้สึกที่ศิลปินเหล่านั้นสื่อผ่านดนตรีออกมาซึ่งขอยอมรับว่าเป็นการเติมเต็มทางจิตวิญญาณและการต่อยอดทางแรงบันดาลใจสำหรับเดี๊ยนอย่างดีเยี่ยมทีเดียว ก่อนหน้านี้ก็ได้มีโอกาสรีวิวดิว่าจากสายแจ๊ซซ์ไปค่อนข้างพอสมควรทีเดียวรวมถึงงานอาร์แอนด์บีร่วมสมัยหลายงานตลอดจนแนวเออร์บันที่ไม่ค่อยโปรดปรานนักอย่างฮิพฮอพก็ได้มีเขียนไปแล้วบ้าง มาครั้งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากคนอ่านท่านหนึ่งที่ส่งอีเมลล์มาว่า "อยากอ่านงานจากศิลปินโซลดีๆบ้าง " พูดถึงโซลทำให้คิดถึงยุคที่ดนตรีโซลและอาร์แอนด์บีรุ่งเรื่องมากๆอย่างสมัย60-70ซึ่งส่วนตัวไม่ค่อยติดตามงานของศิลปินยุคนั้นเท่าที่ควร แต่ถ้าจะให้หยิบงานที่พูดได้เต็มปากว่าเป็นหนึ่งในตัวแทนอันทรงเกียรติจากอุตสาหกรรมดนตรีในยุคนั้น ส่วนตัวขอยกให้ What's Going On จาก "มาร์วิน เกย์" หนึ่งในศิลปินแนวโซลและอาร์แอนดืบีที่ส่วนตัวเคารพมากที่สุดท่านหนึ่งได้รับตำแหน่งดังกล่าวไปเลยทีเดียว ด้วยความที่เนื้องานเป็นอะไรที่ควรค่าแก่การยกย่องให้เป็นหนึ่งในงานอัลบั้มที่ทรงอิทธิพลที่สุดและเป็นนิยามใหม่แห่งแวดวงดนตรีแบล็คมิวสิคในยุคนั้นทีเดียวกับงนดนตรีสมูธโซลที่ยืนพื้นบนความบริสุทธิ์ของโซลยุค60และคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีแท้ๆผสานเข้ากับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมาร์วิน เกย์ที่ขนมาครบทั้งบลูส์ แจีซซ์ กอสเพลเคียงคู่ไปกับภาคเนื้อหาที่อุทิศแก่ดศกนาฏกรรมของสงครามเวียดนาม สถาบันทางสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ ปัญหาความยากจน อุปสรรคและความอยุติธรรมที่พบพานในชีวิตตลอดจนความสำคัญของความรัก ศรัทธา อนาคตของมวลมนุษยชาติจวบจนการสนทนาทางจิตวิญญาณกับพระผู้เป็นเจ้าระบายลงสู่โลกของแผ่นเสียงได้อย่างเป็นรูปธรรม

จุดด้อย

ตามบรรทัดฐานของเดี๊ยนนี่คงต้องขอตัดออกไปเลยนะคะข้อนี้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นหนึ่งในอัลบั้มโซลที่สมบูรณ์แบบที่สุดงานหนึ่งเท่าที่โลกนี้เคยมีมาเลยทีเดียวคือทรงพลังทั้งในด้านดนตรีและเนื้อหารวมถึงไม่ได้เป็นงานโซลที่ฟังยากเกินไปด้วย ดิบมั้ย? "ดิบค่ะ" แต่ละเมียดละไมและไม่ได้ดิบหม่นจนหดหู่ฟังยากคิดว่างานที่คอดนตรีทุกระดับสามารถฟังได้เลยทีเดียว แต่จะชอบมั้ยนี่ขึ้นอยู่กับรสนิยม

แทร็คเด็ด

ขอเริ่มต้นกับแทร็คที่รุ้สึกกินใจเป็นการส่วนตัวกับ Wholy Holy (5) กับสาส์นอันทรงพลังที่กล่าวถึงความงดงามของ "ความรัก" ในฐานะกลไกสำคัญที่สุดที่จะเยียวยาโลกและขับเคลื่อนอนาคตของมวยมนุษยชาติให้เดินไปบนย่างก้าวที่แข็งแกร่งตลฃอดจนตระหนักถึง "ศรัทธาทางจิตวิญญาณ", "ความกตัญญู" และ "การระลึกถึงพระนามอันศักดิ์สิทธิ์" ของพระเยซูคริสต์ ผ่านความงดงามของดนตรีบลูส์โซลอาร์แอนด์บีผสานสมูธแจ๊ซซ์และกอสเพลที่ได้พัฒนาขึ้นมาเป้นไควเอทสตอร์มและโซลฟูลอาร์แอนด์บีในเวลาต่อมา ต่อด้วย What's Happening Brother (4.5/5) ที่อุทิศแก่แฟรงค์กี้ย์น้องชายแท้ๆกับบาดแผลทางวิญญาณที่ถูกกรีดลึกโดยโศกนาฏกรรมจากสงครามเวียดนามรวมถึงฝันร้ายจากการไคว่ขว้าและโหยหาความบริสุทธิ์และความรู้สึกที่าสวยงามที่โลกเคยมอบให้ในอดีต ในขณะที่ Save The Children (5) ก็สามารถสลัดความหมองหม่นมาสู่ความขลังและน่าประทับใจของการนำเสนอที่เปรียบเสมือนบทสวดขอพรสวยๆเพื่ออุทิศแก่มวลมนุษยชาติ ความสวยงามของโลก อนาคตที่รุ่งโรจน์และที่สำคัญศรัทธาและความรักที่ไม่มีวันแตกดับ

Mercy Mercy Me (The Ecology) (5) ที่มาพร้อมกับความละเมียดละไมน่าประทับใจในแบบฉบับพ็อพโซลอาร์แอนดืบีติดกอสเพลที่ฉายถึงความสวยงามทางเมโลดี้ย์และเสน่ห์จากอิทธิพลของดนตรีโซลแบบโมทาวน์แท้ๆที่หลอมเข้สู่ตัวเพลงได้อย่างน่าประทับใจ ไพเราะและหรูหราสุดๆ มาที่ไทเทิ่ลแทร็คอย่าง What's Going On (5) ที่เปรียบเสมือนกระจกที่สะท้อนถึงความเป้นไปอันน่าเสร้ารวมถึงการตั้งคำถามกับวิกฤตกาณ์ของโลกได้อย่างเชือดเฉือนชวนขบคิด ตัวเพลงเป็นสมูธโซลที่เสริมทัพด้วยความสวยงามของดนตรีคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนดืบีผสานแจ๊ซซ์ บลูส์และเมนท์สตรีมพ็อพตลอดจนเครือ่งดนตรีและการอิมโพรไวส์สดๆแบบบีบ็อพช่วงยุค40ได้อย่างลงตัว ฟังแล้วไม่แปลกใจว่าทำไมเพลงนี้ถึงเป็นหนึ่งในแทร็คที่ทรงพลังและคลาสสิคที่สุดตลอดกาลเท่าที่โลกเคยมีมา ปิดท้ายด้วย Inner City Blue Make Me Wanna Holler (4.5/5) บลูส์โซลอารืแอนด์บีเข้มๆผสานฟั้งค์ ไซคลีเดลิกโซลและไลท์แจ๊ซซ์สไตล์เจมส์ บราวน์ก่อนที่ต่อยอดไปสู่เพียโนกอสเพลสุดอลังการ กับภาคเนื้อหาที่เสียดสีเศรษฐกิจ ความน่าเศร้าของกับดักความยากจน ความหนาวเหน็บอ้างว้างของสังคมตลอดจนความอยุตอชิธรรมทางการเมือง ปิดงานได้สวยและเริ่ดมากๆ

สรุป

นอกจากจะเป็นอัลบั้มแรกที่ยกระดับและแสดงให้เห็นการนำเสนอในทิศทางที่แปลกใหม่จากแวดวงอุตสาหกรรมดนตรีโซลแล้ว What's Going On ยังคงเป็นงานที่เปรียบเสมือนกระจกที่สะท้อนความเป็นจริงและย่างก้าวอันน่าเศร้าหลายสิ่งหลายอย่างของมวลมนุษย์และโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม เป้นสัจธรรมและข้อเท็จจริงอันทรงพลังในอดีตที่ยังคงความทรงพลังจวบจนวินาทีปัจจุบัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น