วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2552

Mariah Carey : Memoirs Of An Imperfect Angel : 75%


Mariah Carey : Memoirs Of An Imperfect Angel : 75%

ก่อนจะพูดถึงมารายห์และตัวอัลบั้มนี้เดี๊ยนขอกล่าวอะไรเล็กน้อยถึงรีวิวชิ้นนี้นะคะไม่ว่าคุณอ่านแล้วจะประทับใจหรือไม่ก็ตามแต่สำหรับเดี๊ยน "มันเป็นงานรีวิวธรรมดาๆที่อบอุ่นและพิเศษเป็นการส่วนตัวมากๆ" มาถึงตรงนี้บางคนอาจจะงงว่า "มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรแตกต่างวิเศษวิโสไปกว่างานรีวิวเดิมๆของอีนี่ที่เคยอ่านมา" ความรู้สึกดังกล่าวมันมีเบื้องหลังค่ะเพราะว่างานรีวิวชิ้นนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นจากแนสทิน่าเพียงคนเดียวหากแต่เป็นมันการระดมสมองของทั้งคนที่ชื่นชอบมารายห์ด้วยกันส่วนหนึ่ง แรงบันดาลใจของเดี๊ยน คนที่เฉยๆไปจนถึงแอนตี้มารายห์ตลอดจนคนที่มีความรู้ความสามารถทางด้านดนตรีและเป็นนักดนตรีจริงๆ ซึ่งงานชิ้นนี้เกิดจากการที่มีโอกาสได้เจอพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันตลอดจนสื่อสารผ่านทางมายสเปซเฟซบุ๊คส์ก่อนที่จะคลุมทิศทางของตัวงานทั้งหมดด้วยสำนวนภาษาและการเรียบเรียงรูปแบบในแบบฉบับของแนสทิน่าเพื่อความสะดวกในการอ่านและเพื่อให้มีความเป็นตัวของเดี๊ยนในระดับหนึ่ง อยากบอกว่าประทับใจปาร์ตี้รีวิวเล็กๆครั้งนี้มากๆเป็นการรีวิวที่สนุกและท้าทายที่สุดในชีวิตที่ "ช่า" เคยเขียนมาเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามหากคุณไม่ชอบงานรีวิวชิ้นนี้ก็ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันลงกับตัวเดี๊ยนนะคะยินดีรับคำด่าวิพากษ์วิจารณ์ทุกรูปแบบแต่ถ้าคุณชอบและรู้สึกประทับใจไปกับมันก็ขอให้อุทิศคำชื่นชมให้แก่ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในงานรีวิวครั้งนี้ ทุกคนคือส่วนสำคัญที่ช่วยขัดเกลาและดึงศักยภาพทางงานเขียนของแนสทิน่าให้มันออกมาสูงกว่าที่แค่คนๆเดียวจะทำได้

The Imperfect Angel

จำได้ว่าเคยพาดหัวเธอคนนี้ไว้ตอนรีวิว E=MC2 ว่า "ดาวจรัสแสงจากยุค90" ซึ่งส่วนตัวไม่รู้สึกว่าเป็นการยกยอปอปั้นอะไรที่เกินจริงแต่อย่างใด ถามว่าส่วนตัวชอบมารายห์มั้ย "ชอบมากในระดับหนึ่ง" แต่ถ้าถามว่าเป็นถึงขั้นลูกแกะสาวกตัวฉกาจของเธอมั้ย "ไม่ สำหรับเดี๊ยนเธอไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากมายขนาดนั้น" แต่ที่กล้าชมเธอถึงขนาดนั้นได้เต็มปากเนื่องจากบทพิสูจน์ที่ดีตลอดระยะเวลากว่า2ทศวรรษบนเส้นทางดนตรีจวบจนวินาทีนี้ส่วนตัวเชื่อว่าเธอทำให้ทุกสายตาได้ประจักษ์ถึงความเป็น "ของจริง" ประดับวงการได้อย่างดีไม่ว่าจะเป็นในฐานะศิลปิน ไอค่อน สุภาพสตรีแถวหน้าของวงการ (ดิว่า)ตลอดจนในฐานะตำนานที่ยังคงมีลมหายใจอยู่ แม้ว่าจะมีช่วงหนึ่งที่ดาวดวงนี้ถูกบดบังจนแถบจะดับแสงไปด้วยมรสุมชีวิตและความเชี่ยวกรากของวัฏจักรแห่งอุตสาหกรรมดนตรีแต่ด้วยศักยภาพทางดนตรีที่ทรงพลังโดดเด่นหาตัวจับยาก จิตวิญญาณอันแข็งแกร่งตลอดจนหลายสิ่งหลายอย่างที่ถูกกำหนดมาให้เธอกลับมาจรัสแสงได้อีกครั้งและก้าวฟันฝ่าต่อไปสู่หน้าใหม่ของประวัติศาสตร์ดนตรีในฐานะหนึ่งในศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการ ซึ่งไม่ว่าหน้าของประวัติศาสตร์ดนตรีนี้จะผลิกไปอีกกี่ทศวรรษก็ตามแต่ส่วนตัวเชื่อว่าชื่อของศิลปินท่านนี้ "มารายห์ แครีย์" จะยังคงเป็นหนึ่งในชื่อที่เจิดจรัสในความทรงจำของคนดนตรีไปอีกนาน ในฐานะหนึ่งในสุภาพสตรีที่ประสบความสำเร็จและทรงอิทธิพลที่สุดตลอดการแห่งอุตสาหกรรมดนตรี

รูปแบบเพลง

ภาคดนตรีโดยรวมใน Memoirs Of An Imperfect Angel ยังคงเป็นการสานต่อแรงบันดาลใจร่วม10กว่าปีต่อความคารวะอย่างยิ่งยวดในทิศทางสายพ็อพอาร์แอนด์บีนับตั้งแต่การปฏิวัติการนำเสนอภาคดนตรีครั้งใหญ่ของแม่นางฟ้าท่านนี้ในงานชุด Butterfly โดยงานชุดนี้ได้ปรับโครงสร้างและทิศทางให้เข้าสู่ความเป็นเออร์บันที่ดิบและลึกยิ่งขึ้นในแบบฉบับอาร์แอนด์บีแท้ๆที่ไต่ระดับตั้งแต่บีทอาร์แอนด์บีฮิพฮอพโพรแกรมมิ่งง่ายๆประดุจเดโมวันเดียวเสร็จตลอดจนเมนท์สตรีมบัลลาด บลูส์ โซล ไลท์แจ๊ซ์ยันกอสเพลซึ่งจะว่าไปก็ไม่ใช่ของใหม่สำหรับเธอซะเลยทีเดียวหากแต่ส่วนตัวประทับใจสำหรับความกล้าในการบีบความเป็นเออร์บันจัดๆแบบคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีที่พาคุณหวนกลับสู่มนตร์เสน่ห์อันหอมหวานของท่วงทำนองพลิ้วไสวแบบไควเอทสตอร์มยุค70ที่ผสานบนความงามทางเมโลดี้ย์ของสมูธโซลอันนวลเนียนแบบโซลฟูลอาร์แอนด์บีเนิบนาบลอยละล่องปรุงแต่งเข้าสู่ความร่วมสมัยของภาคดนตรีพ็อพอาร์แอนด์บียุคมิลเลเนี่ยมคุมทิศทางการนำเสนอภาคดนตรีส่วนใหญ่ บทสรุปออกมาเป็นงานคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีที่หยอดความเป็นเออร์บันในระดับที่นิ่งและเนียนกว่า Butterfly ซึ่งส่วนตัวรู้สึกว่าภาคการนำเสนอทำออกมาค่อนข้างใกล้เคียงกันในระดับหนึ่งหากแต่จะติดความเป็นโมเดิร์นฮิพฮอพและกลิ่นความร่วมสมัยมากกว่าฟังแล้วขยับได้มากกว่ากันเยอะ ตลอดจนดิบลึกกว่างานอาร์แอนด์บีร้อยเนื้อทำนองเดียวอย่าง Charmbracelet และ โอลด์สคูลอาร์แอนด์บีที่ความเป็นพ็อพสูง รสชาติหลากหลายและไฮแฟชั่นจัดอย่าง The Emancipation Of Mimi หลายช่วงตัว ส่วนตัวแม้แม่เทพธิดาของเราจะเนรมิตออกมาเนิบนาบฟังยากไปนิดแต่ส่วนตัวประทับใจในการรังสรรค์ออกมาได้อย่างมีศิลปะและคลาสสิคจนส่วนตัวประทับใจถึงขั้นขอยกให้เป็นอัลบั้มของมารายห์ แครีย์ที่ดีที่สุดประจำทศวรรษที่สองของเธอเลยทีเดียว

จุดด้อย

เข้าข่าย "งานดีที่ฟังยากยกกำลังสอง" นะคะ เพราะแม้ว่าถ้าตีความในแง่ของคนที่ฟังอาร์แอนด์บีมาในระดับหนึ่งถึงจะเห็นว่าพยายามหยอดลูกเล่นอะไรที่น่าสนใจลงไปหลายอย่างพอสมควรหากแต่ภาพรวมที่ออกมากลับมาในทิศทางที่เนิบเนือยหวีดหวิวซึ่งสำหรับคนที่ภูมิต้านทานทางเออร์บันและคอนเทมโพลารีย์สูงก็อาจจะฟังเพลินไปแต่ถ้ามาปะมวยกับผู้ฟังที่หูไม่รับกับแนวนี้ล่ะก็ "ไม่ฟังมันซะเลย อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับหลายๆท่าน" เหลาออกมาซะพริ้งและเนียนเป็นเนื้อเดียวกันขนาดนี้ก็คงต้องเหนือ่ยหน่อยนะคะเนื่องจากต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเองซักระยะจนผู้ฟังจะเข้าใจในสิ่งที่เธอสื่อรวมถึงซึมซาบไปกับเสน่ห์ของมันนี่จึงเป็นเหตุผลส่วนตัวที่ไม่คิดจะรีวิวงานชุดนี้ตั้งแต่ช่วงแรกๆที่หลุดออกมาเนื่องจากส่วนตัวอยากจะให้เวลากับงานชิ้นนี้ได้พิสูจน์ตัวเองซักระยะนึงก่อนเพราะงานอาร์แอนด์บีตลบอบอวนแบบนี้มันฟังปุ๊ปจะตบอกผางกรี๊ดกร๊าดกันปั๊ปแบบ It's Like That หรือ We Belong Together ก็คงไม่ใช่ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าถ้าให้เวลาซักนิดศักยภาพในตัวงานจะสามารถสะท้อนออกมาให้สัมผัสขึ้นเรื่อยๆกว่าที่รู้สึกในวินาทีแรกๆน่ะค่ะซึ่งตัวมารายห์เองก็คงต้องทำใจสำหรับกรณีจากข้อเท็จจริงอันน่าเศร้าที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดกับผู้ฟังหลายๆท่านคือ "มันอาจจะไม่มีทางพิสูจน์ความดีในตัวสำเร็จ" เนื่องจากเพลงดีแต่ก็อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ฟังบางท่านจริงมั้ยคะ

สำหรับเดี๊ยนส่วนที่คิดว่าด้อยคือแม้ว่าจะเล่นความเป็นเออร์บันจัดกว่างานชุดที่ยกมาเปรียบเทียบอย่าง Butterfly หรือ Charmbracelet แต่พอฟังไปฟังมาแล้วรู้สึกว่าหนีไม่พ้นเงาของสองงานดังกล่าวชนิดที่ถ้าคิดร้ายๆหน่อยก็คือ "คลานกลับไปหาของเก่าเลยทีเดียว" อีกประเด็นคือคิดว่าถ้ามองผิวเผินแล้วเป็นงานที่ไม่มีจุดพีคเลยนะในที่นี้คือไพเราะเพราะพริ้งหยิบมาบรรเลงได้เรื่อยๆแต่ถ้าจะถามถึงแทร็คที่โดดเด่นระดับที่เป็นไฮไลท์เป็นแม่งานจริงๆแล้วส่วนตัวอยากบอกว่าถ้าไม่ลำเอียงหรือไม่รู้สึกไปกับเธอจริงๆไม่มีเพลงไหนน่าจะได้5หรอกค่ะรวมถึงรู้สึกแปลกใจที่ฟังเนื้องานทั้งอัลบั้มแล้วศักยภาพในตัวงานมันสมควรที่จะตัดคะแนนออกมาเป็นเปอร์เซนตที่สูงกว่าที่เห็นมากเนื่องจากเอกภาพเมื่อหยิบมารวมกันนี่จะทรงพลังจนน่าระทึกใจมากแต่ลองถ้าแยกตัดคะแนนเป็นแทร็คๆเมื่อไรความไม่สามัคคีจะตามมาทันทีเดี๋ยวเนื้อหาบ้างล่ะ เดี๋ยวเมโลดี้บ้างล่ะบ้างล่ะแต่ส่วนตัวไม่มีปัญหากับเสียงร้องของเธออย่างที่หลายๆท่านครหาเพราะเล็งเห็นว่าเธอทำออกมาเอื้อำนวยต่อศักยภาพในวินาทีปัจจุบันถึงขีดสุดหากแต่อดสงสัยเวลาแม่อัปสรมาลัยออกคอนเสิร์ตเพลงหวีดหวิวเป็นระลอกคลื่นขนาดนี้แล้วนางจะด้นออกมายังไงให้มันไพเราะสวยงามและคงที่ล่ะเนี่ย อีกประเด็นไม่ว่าคุณจะเชี่ยวชาญการฟังอาร์แอนด์บีมากน้อยหรือไม่อย่างไรก็ตามก็คงต้องพยักหน้ารับโดยดุษฏีว่าถ้ามองงานชุดนี้ให้มัน "น่าเบื่อ" ก็จะเป็นงานที่โคตรซ้ำซากน่าเบื่อขนาดสีสันและชวนหลับเลยทีเดียว ก็แหมเนิบนาบได้ใจเสียขนาดนี้จะมีซักกี่คนเนี่ยที่จะสนใจเข้าถึงวิมานทางดนตรีที่แม่เทพธิดาร่างยักษ์ของเราอุตส่าห์เนรมิตเนี่ย

แทร็คเด็ด

จากประสบการณ์ที่เขียนรีวิวมาร่วม7ปีส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญมากๆสำหรับศิลปินที่จะสร้างFirst Impression ที่ดีโดยการวางแทร็คสวยๆ ไพเราะ โดดเด่นตลอดจนทรงพลังซักแทร็คไว้สำหรับเปิดงานซึ่งจะเป็นเข็มทิศที่สามารถบ่งชี้ถึงค่าของงานที่ฟังได้ดีทีเดียวว่าจะเข้าขั้นศิลปะระดับมหากาพย์ดนตรีหรือเป็นเพียงแค่ขยะย่อยยากชิ้นหนึ่งที่ประดับอุตสาหกรรมวงการเพลง ส่วนตัวรู้สึกประทับใจหลังจากที่ได้ฟัง Betcha Gon' Know (5) แทร็คเปิดอัลบั้มที่เปิดตัวได้สวยและสมบูรณ์แบบเข้าขั้นไฮไลท์เด็ดของงานเลยทีเดียวกับคอนเทมโพลารีย์บลูส์โซลอาร์แอนด์บีสุดเชือดเฉือนที่ร่วมฉาบความงามด้วยโพรแกรมมิ่งซินธิ์และสรรพสำเนียงร่วมสมัยแบบโมเดิร์นอาร์แอนด์บีคลอเคลียด้วยภาคความเป็นคลาสสิคจากเพียโนแจ๊ซซ์ตลอดจนปรยเสน่ห์ของลูกเล่นกึ่งๆไควเอทสตอร์มโซลฟูลอาร์แอนด์บีเนียนๆเข้าไปตรึงภาพรวมได้อย่างมั่นคง ส่วนตัวทำให้นึกถึงสรรพสำเนียงแบบมารายห์ที่เล่นบนภาคดนตรีที่ผสานความเป็นแมรีย์ เจ ไบล์ทเข้ากับอลิชา คียส์และวิทนีย์ ฮุสทันอย่างไรก็ตามขอชมที่เธอทำออกมาได้ไม่เสียทิศทางและรัศมีของตัวเองเลยนะคะ อีกประเด็นประทับใจที่ตัวเพลงสะท้อนคอนเส็ปท์ของไทเทิ่ลแทร็คออกมาได้อย่างมีมิติด้วยการสลัดตัวเองจากชีวิตที่เพียบพร้อมในปัจจุบันและหวนกลับสู่วินาทีแห่งความทุกข์ระทม มองลงไปให้ลึกกว่าภาคเนื้อหารู้สึกว่าเธอเสียดสีความเป็น "มารายห์" ที่สมบูรณ์แบบทั้งจากชื่อเสียง เงินทอง อันดับหนึ่ง18เพลงตลอดจน "รักแท้" ซึ่งไม่อาจจะเป็นมนตร์วิเศษที่ตจะเยียวยาความเจ็บปวด เปลี่ยนแปลงตลอดจนซื้อทุกสิ่งที่ใจปรารถนาชดใช้คืนสู่ชีวิตในอดีตได้ นับว่าเป็นการสะท้อนมุมดราม่าที่มีควมเป็นส่วนตัวสูงโด่งให้ออกมาเป็นสัจธรรมที่จะทะลุทะลวงใจผู้ฟังหลายท่านได้อย่างเหนือชั้นเลยทีเดียว สำหรับซิงเกิ้ลแรกอย่าง Obsessed (2/5) มาจนถึงวินาทีนี้ขอยืนยันอย่างมั่นคงว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่น่าผิดหวังและแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์การตัดซิงเกิ้ลของมารายห์เลยทีเดียว พ็อพอาร์แอนด์บีผสานโพรแกรมมิ่งอาร์แอนด์บีฮิพฮอพลวกๆประหนึ่งเดโมคาาโอเกะขำๆวันเดียวพร้อมขาย อย่างไรก็ตามมองในแง่ที่จับมายัดไว้เป็นสมาชิกท่านหนึ่งของงานชุดนี้แล้วกลับเป็นแทร็คที่ดึงตัวงานให้โดเด่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียวด้วยความแตกต่างจากภาคของความเป็นอัพบีทในตัวซึ่งถึงแม้ว่าจะแย่แต่กลับทำให้เนื้องานมาเด่นออกมามากกว่าเพลงที่มีชั้นเชิงอย่าง Standing O หรือ Up Out Of My Face ได้อย่างน่าประหลาดใจ จึงเป็นเหตุผลที่บวกให้อีกหนึ่งคะแนน มาที่ Inseparable (3.5/5) พ็อพอารืแอนด์บีติดสรรพสำเนียงอารืแอนด์บีฮิพฮอพที่เฉิดฉายบนกลิ่นของความเป็นโซลฟูลนวลเนียนร่วมสมัย ซึ่งเพลงนี้ทางเว็บไซต์ Wikipedia แปะข้อมูลไว้ว่าใช้แซมเพิ่ลเพลงสุดคลาสสิคอย่าง Time After Time ของ ซินดี้ ลอเพอร์ด้วยนะคะ สำหรับคนอื่นๆอาจจะเฉยๆแต่ส่วนตัวขอบอกว่าไม่เสียทีสำหรับยัยหมีที่หยิบของสูงระดับนี้มาเล่นนะคะเพราะส่วนตัวชอบมากๆแม้จะไม่ที่สุดแต่เป็นเพลงที่ฟังบ่อยที่สุดในอัลบั้มตอนนี้เลยทีเดียว ซึ่งดิฉันเป็นคนเดียวในโปรเจ็ครีวิวนี้ที่ดันหน้ามืดไปถูกใจเพลงแกนๆแบบนี้ซะได้ อย่างไรก็ยังงงๆอยู่

หนึ่งในแทร็คที่แรกๆเฉยๆแต่ฟังไปฟังมาแล้วประทับใจมากๆขอยกให้ The Impossible (4/5) ที่เป็นสโลแจมดาวน์เทมโพคอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บีผสานไควเอทสตอร์มหลอนๆและโซลฟูลอาร์แอนด์บีเนิบนาบลอยละล่องในยุคหลังๆ ส่วนตัวประทับใจที่กลั่นกรองออกมาได้อย่างเซ็กซี่และเป็นมารายห์มากๆตลอดจนภาคเนื้อหาทรงวาทะศิลป์ที่เล่นโวหารอุปมาได้อย่างแยบยลมีศิลปะสุดๆ ต่อด้วยสองแทร็คสุดไพเราะติดกันอย่าง H.A.T.E U (3/5) กับ Candy Bling (4.5/5) ที่สะท้อนมนตร์เสน่ห์ของวัฒนธรรมการนำเสนออาร์แอนด์บีในแบบฉบับของมารายห์ได้อย่างน่าประทับใจ เพลงแรกเป็นพ็อพอาร์แอนด์บีหวานๆติดบีทสโลแจมเนิบนาบผสานเมโลดี้โซลฟูลอาร์แอนด์บีลอยๆฟังแล้วคิดถึงเพลงน่ารักๆหงุงๆหงิงๆประมาณนี้แบบที่ได้ยินใน Charmbracelet อยู่เหมือนกันหากแต่งวดนี้แม่นางฟ้าล่อซะโหยหวนคร่ำควญหวีดหวิวเป็นเด็กสามเดือนไปเลยทีเดียวนะคะฟังมากๆก็อึดอัดไม่ใช่เล่นเหมือนกันภถึงจะเพราะเนียนดีก็เถอะ ในขณะที่แทร็คหลังขยับเข้าสู่ความเป็นคอนเทมโพลารีย์ที่ใส่ลูกเล่นของโมเดิร์นอาร์แอนด์บีจัดๆที่ผสานเข้ากับโอลด์สคูล อาร์แอนด์บีฮิพฮฮพและโซลหวานๆลอยละล่องคุมทิศทางแบบที่น่าจะคุ้นเคยกันดีจาก Butterfly เป็นเพลงที่ส่วนตัวขอบอกว่าชอบมากขึ้นเรื่อยๆตามรอบการฟังนับว่าบรรจงขีดเขียนความงามของลวดลายช้าๆหากแต่ความประทับใจออกมาระยะยาวในระดับตัวบรจงเต็มบรรทัดโดยแท้ ไปๆมาๆในอนาคตอาจจะเป็นที่ชอบที่สุดในงานชุดนี้แทนที่ Angels Cry (5) ที่บูรณาการเสน่ห์ของมรายห์ทั้ง3ยุคตั้งแต่ความเป็นอดัลท์คอนเทมโพลารีย์บัลลาดสไตล์ดิว่ายุค90เข้ากับการยืนพื้นแบบโอลด์สคูลมิดเทมโพพ็อพอารืแอนด์บีที่ได้ยินจาก The Emancipation Of Mimi ก่อนจะบหนักๆด้วยอิทธิพลของโซลฟูลอาร์แอนด์บีจัดจ้านจาก Butterfly ปิดท้ายได้อย่างเหนือชั้น เปนแทร็คที่ส่วนตัวเห็นว่ามีเมโลดี้ย์และฮุคที่บรรเจิดติดหูที่สุดจากบรรดาทั้งหมด เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการตัดซิงเกิ้ลโปรโมตสู่ตลาดเมนท์สตรีมในอนาคต ปิดท้ายกับ I Want To Know What Love Is (4/5) ซิงเกิ้ลที่สองที่เะอคัฟเวอร์มาจาก Foreigner และหลอมขึ้นมาใหม่ในแบบฉบับอดัลท์คอนเทมโพลารีย์เมนท์สตรีมพ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดบนท่วงทำนองสแตนดาร์ดเพียโนเป็นแบ็คกราวนด์เพราะๆก่อนจะหยอดความเป็นโซลเข้าไปจากคอรัสกอสเพลสุดอลังการ ส่วนตัวฟังแล้วคิดถึงงานเมนท์สตรีมบัลลาดที่เพราะมากๆในช่วง Daydream คิดว่าแฟนเพลงบัลลาดของเธอช่วงยุค90ได้ฟังกันล่ะก็มีจุดพลุฉลองชัยแน่ๆ

สรุป

ส่วนตัวคิดว่าเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของมารายห์ในช่วงทศวรรษนี้

อธิษฐานถึงนางฟ้า

เนื้อที่ส่วนนี้ขออุทิศให้แก่ผู้ที่เป็นแฟนคลับของมารายห์ได้อธิษฐานถึงความในมฃใจที่อยากจะบอกเธอนะคะ ตลอดจนแนสได้ไปเชิญบุคคลที่แม้ว่าจะไม่ได้เป็นแฟนคลับของมารายห์หากแต่เป็นแรงบันดาลใจของแนสให้มาร่วมกันบอกความในใจถึงมารายห์ในฐานะหนึ่งในเพื่อนร่วมแรงบันดาลใจด้วยกัน ที่นำมาลงเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเนื่องจากเวลาของแต่ละท่านอาจจะยังไม่เอื้ออำนวยและสะดวกที่จะตอบอีเมลล์ของแนสในตอนนี้ แต่จะเอามาทยอยลงเรื่อยๆนะคะ รวมมถึงขอขอบคุณทุกๆท่านมา ณ ที่นี้จากใจจริง ที่ช่วให้งานรีวิวธรรมดาๆชิ้นนี้มีอะไรที่มันพิเศษและอบอุ่นขึ้น


เครดิต

1. ในส่วนของแรงบันดาลใจขอขอบคุณบาทหลวงจรัลอดีตรองอธิการของโรงเรียนเซนต์ดอมินิกเมื่อ10กว่าปีที่แล้ว คุณพ่อเป็นหนึ่งในผู้ที่ชื่นชมมารายห์มากๆรวมถึงขอขอบคุณบทสนทนาทุกครั้งกับคุณป้าโดเรมี ณ โดเรมีสยามร้านซีดีที่เปรี้ยวที่สุดในประเทศไทย พี่ตี้ สุรจักร์ ชัยวรศิลป์ อดีต บ.ก. นิตยสาร POP ตลอดจนนิตยสารดนตรีสากลสุดฮิพอย่าง POP,Forwardmag,Alert,Hook และที่จำชื่อไม่ได้อีกสองสามเล่มที่เราๆรัก และที่สำคัญงานศิลปะของ Christian Develter จิตรกรเบลเยี่ยมสุดเซ็กซี่ ซึ่งงานของคุณคริสเตียนมีอิทธิพลในแง่ของอารมณ์ต่องานเขียนชุดนี้มากๆ

2. ขอบคุณคุณน้อง Popparazzi มากๆชั่วโมงกว่าๆที่ร่วมแชร์ความเห็นกันทางโทรศัพท์พี่ต้องบอกว่าน้องป็อปช่วยวางทิศทางของงานรีวิวชิ้นนี้ให้มันชัดเจนและง่ายขึ้นมากๆ

3.ขอขอบคุณน้องนิค จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แฟนตัวจริงของทาทา ยังที่มาช่วยขัดเกลาสำนวนภาษารวมถึงดึงศักยภาพทางงานเขียนของพี่ให้ออกมาสูงเกินกว่าระดับที่เคยทำได้ สมศักดิ์ศรั "เพชรยอดมงกุฏ" ภาษาไทยมากๆ น้องรัก

4. ในส่วนของ "จุดด้อย" ขอขอบคุณพี่แชมป์ ปริศร์ อติเรกานนท์ จาก Channel [V]และอดีตคอนทริบิวเตอร์และนักรีวิวของนิตยสาร POP รู้สึกดีใจมากๆที่งานของแนสครั้งนี้ได้เครดิตจากหน่งในนักเขียนที่เป็นแรงบันดาลใจ

ขอบคุณ Jonathan G. สาวกตัวจริงของมาดอนน่าและอาจารย์สอนภาษษอังกฤษรูปหล่อจาก British Council, Alexander M. นักศึกษา/กราฟฟิคดีไซน์เนอร์และช่างภาพอิสระ กลับมาเที่ยวไทยงวดนี้จะพาไปเลี้ยงข้าวนะจ๊ะ ขอบคุณน้อง Chinya Y. น้องรักที่ล่วงหน้าได้ดิบได้ดีกับงานโมเดลลอ่งไปก่อนหน้าคุณพี่แล้ว (เชอะ!) รวมถึงคุณพี่แก๊งค์นั้นอ่ะที่คุยกันที่สีลมอ่ะ คุยกันออกความเห็นสุดฤทธิ์เดชนักรีวิวลืมถามชื่อซะนี่ แต่ไม่คิดว่าจะเจอคนอ่านที่ติดตามงานเขียนที่สีลมนะคะที่สำคัญพวกตัวอ่านงานของดิฉันแบบรู้ลึกรู้จริงมากๆเชื่อว่าคงไม่ทิ้งงานรีวิวชิ้นน้กันแน่ๆและนี่คือเครดิตสำหรับพวกพี่นะคะ

สุดท้าย Katherine,Damien,Patrick และ Mario เห็นอย่างนี้แต่ขอบอกนะคะว่าเป็นหญิงซะสาม บุคคลที่กล่าวๆมาเหล่านี้นี่ไม่ได้เป็นสาวกของมารายห์แต่อย่างใดนะคะแต่พวกเะอสามารถบ่งบอกจุดด้อยของงานชิ้นนี้รวมถึงจุดด้อยของมารายห์ชนิดรัวไม่นับเม็ดเลือดสาดกันไปข้างแบบถ้าสาวกของดิว่าอีก2นางได้มาอ่านล่ะก็คงนั่งหัวเราะ หึหึหึ อีมารายห์มาอ่านแล้วคงเป็นลม

5. โปรดิวเซอร์ของานรีวิวชิ้นนี้ทั้งหลายซึ่งไฟท์นี้สีสันสูงมากเนื่องจากเป็นการพบปะกันของคนที่รักมารายห์ชนิดใครหน้าไหนแตะไม่ได้ยันคนที่เกลียดเจ๊หมีเข้าไส้เลยทีเดียวตั้งแต่ แฟร้งค์ แนวเสียง The Beatles และ Bee Gee / Pierre นายนี้ของแรงมากๆเพราะเป็นฮิปปี้ตัวหอมจากเบลารูซ (ทำไมคนเบลารูซชื่อ ปิแอร์ อ่ะ?) เขาบอกว่าเขาโปรดนตรีตั้งแต่อายุ13ด้วยการหล่อหลอมประสบการณ์และรากฐานชนิดเหนือมนุษย์ ฟังผิวเผินและเหมือนโม้แต่พอได้คุยกันแล้ว แหม มันรู้จริง/ Jayden D. อดีตนายแบบสังกัดชื่อดังย่านอโศกส่วนตัวขอมอบตำแหน่ง Executive Producerให้เนื่องจากเธอเป็นคนช่วยจัดแจงทุกสิ่งอย่างตั้งแต่การดาวน์โหลดงานนางมาลัยมาให้ฟังก่อนวางแผง แสดงความเห็นจิก กัด แขวะนางมาลัยแบบลอยๆตลอดการดำเนินงานตลอดจนจนถึงทำหน้าที่กลั่นกรองคำพูดอีปิแอรร์ออกมาให้เป็นภาษาที่เดี๊ยนเข้าใจได้ / Lacoste (นามแฝง) บีทบ็อกซ์เซอร์ แร็พเพอร์และบีบอยพรสวรรค์ทางดนตรีและการเอ็นเตอร์เทนเหนือมนุษย์มากๆอีกนาย จัดเป็นคนไทยที่มีความสามารถน่าจับตามอง รักฮิพฮอพ ดรัมส์แอนด์เบสส์ เร็กเก้และสกาเป็นชีวิตจริงใจแต่น่าแปลกใจที่นางมารายห์คือแรงบันดาลใจอันดับหนึ่ง เหอๆๆๆ ว่าแต่ทำไมต้องเอายี่ห้อนี้เป็นนามแฝงอ่ะ เสียชื่อเด็กฮิพหมดว่ะค่ะ / พี่เป้นักดนตรีฮาร์ดร็อค ดีใจที่พอพี่อ่านงานวิจารณ์ของดิฉันแล้วคุณพี่ก็ยินดีสละเวลาเพื่อมาร่วมแสดงความเห็นชนิดทันที อยากจะทำอะไรก็รีบๆทำซะนะคะพี่เดี๋ยวมาคาบไปแดกแล้วหนูกไม่รู้จะช่วยคุณพี่อย่างไร เคารพนะเนี่ยถึงเตือนขอเตือน/ สุดท้ายพี่โจ๊ะ วลาลักษณ์ฝ่ายบัญชีคนเก่งจาก Notebook DD จำได้ว่าเคยบอกว่าอยากเขียนงานรีวิวแบบแนสบ้าง งานนี้มาจากพี่ล้วนๆไม่ใช่แนส พี่เป็นนักรีวิวแล้วนะ รักพี่คนนี้มาก
สรุป (อีกที)
รีวิวครั้งนี้คอนทริบิวเตอร์เหลือเฟือมาก จนส่วนตัวคิดว่าน่าจะทำเป็นอัลบั้มเพลงมากกว่ารีวิวเพลง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น