วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552

The Killers : Day&Age : 85%


The Killers : Day&Age : 85%


แอบขำตัวเองอยู่นานมากๆก่อนที่จะเขียนรีวิวชิ้นนี้เพราะส่วนตัวแล้ว The Killers คือวงที่เดี๊ยนรู้สึกเฉยๆมาด้วยตลอดซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาทำเพลงไม่ดีนะคะ ดีและเปรี้ยวมากๆเท่ห์ ทรงเสน่ห์ บาดใจฟังแล้วไม่ผิดหวังหากแต่วงสุดเก๋วงนี้อาจจะมาผิดจังหวะผิดที่ผิดเวลากับการหล่อหลอมรสนิยมทางดนตรีของเดี๊ยนเพราะรู้จักกันครั้งแรกตอนที่เดียนฟังอะไรที่มันกะโหลหะลามากๆจำพวกทีนพ็อพ พั้งค์พ็อพและดิว่ากระแสนิยมทั่วไป มาเจอวงนี้สรุปว่า "เก๋เกิน" ฟังไม่ได้ฮ่ะหูไม่ถึง มาเจอกันอีกที2ปีให้หลังจากนั้นตอนออกงานชุดที่สองที่อีแนสได้กลายร่างเป็นพวกบ้าพลังนิยมของหนักจำพวกแจ๊ซซ์ โซล ฮาร์ดคอร์พั้งค์ กรั๊นจ์ อัลเทอเนทีฟแถมยังไปถูกใจกับวงที่เก๋เชี่ยๆที่ภาคดนตรีดันเหลาออกมาใกล้กันหากแต่แรงกว่าหลายช่วงตัวอย่าง The Rapture กับ The Sunshine Underground สรุปว่าการทักทายกันครั้งที่สอง "แหม เก๋ไก๋ไม่ผิดหวังแต่ก็งั้นๆแหละ" จวบจนมาชนกันจังๆอีกทีในงานชุดล่าสุดที่เพิ่งแกะฟังเมื่อ2เดือนที่แล้ว (ต๊ายยยย ดองพวกเธอไว้หลายเดือนมากๆ) ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่รู้มีอะไรมาดลใจให้ควานหาแรงบันดาลใจทางดนตรีใหม่ๆที่ไหลมาชนกันไม่หยุดยั้งแบบไม่จำกัดแนวและเกี่ยงน้ำหนัก หลังจากฟังงานชุดนี้ครั้งแรกแล้วแอบอมยิ้มก่อนที่จะไปขุดงานสองชุดก่อนหน้านี้มาฟังชนิดมาราธอนก่อนจะตบหนักๆด้วยงานชุดนี้เป็นรอบที่สอง อู๊ววว ว๊าว!!! มองข้ามไปได้อย่างไรตั้งนาน ว่าแล้วจึงต่อด้วยรอบที่สามพร้อมกับนั่งด้นรีวิวสดๆสร้างสถิติให้The Killersเป็นศิลปินที่ใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองนานที่สุดก่อนที่แนสทิน่าจะตอบตกลงขอเป็นแฟน (ไม่มีอะไรที่ช้าไปสำหรับความรักนะคะ แต่ส่วนตัวตะหนักได้ดีว่าเดี๊ยน พลาดดดดดด มาก) แหมคิดดูตั้งแต่Hot Fussเราก็คบหากันมาร่วม5ปีแล้ว รวมถึงยังเป็นศิลปินที่เดี๊ยนให้รอบในการฟังก่อนที่จะรีวิวน้อยที่สุดรองลงมาจากคริสทิน่า อากิเลร่าอัลบั้มBack To Basicsที่ดิฉันล่อรีวิวสดๆไปพร้อมกับการฟังที่ยังไม่จบรอบแรกดีเลยด้วยซ้ำ แม้ว่าเพิ่งจะมารักหัวปักหัวปำหลังจากที่ชาวบ้านเขากรี๊ดกร๊าดคลั่งไคล้กันร่วม5ปีจนจะข้ามทศวรรษอยู่ร่อมร่อแล้วแต่ความรักครั้งนี้ของแนสทิน่าเป็นรักแท้จริงและบริสุทธิ์จริงใจยิ่งนะคะ เพราะพวกตัวได้พิสูจน์ตัวเองได้อย่สงดีมาตลอด5ปีที่รู้จักกันไม่รักปักใจขนาดนี้ก็บ้าแล้ว หึหึหึหึ พรหมลิขิตบันดาลชักพา......

รูปแบบเพลง+จุดด้อย

มีหลายเสียงครหามาว่างานของ The Killers นี่หาความแปลกใหม่ไม่ได้ตลอด3ชุดหนักเข้าก็กระหน่ำว่าซ้ำซากอยู่กับลูกเล่นการนำเสนอแบบเดิมๆตลอด3อัลบั้ม ส่วนตัวแล้วไม่คิดว่ามันจะรุนแรงอะไรถึงขั้นนั้นหรอกนะคะคือมันมีความเป็นไปได้ในส่วนของเอกลักษณ์ทางดนตรีที่ยืนพื้นอยู่บนดนตรีเต้นรำสนุกๆผสานพั้งค์ ฟั้งค์ ดิสโก้และเรโทรอันเป็นโครงสร้างที่แข็งแกร่งเหนียวแน่นมาตลอดสามอัลบั้มหากแต่ถ้าพิจารณากันดีๆและอย่างเปิดใจแล้วจะสัมผัสได้ว่าการนำเสนอทั้ง3อัลบั้มมาในรสชาติที่ลึกๆค่อนข้างจะแตกต่างกันเลยทีเดียวอย่าง Hot Fussนี่ส่วนตัวสัมผัสได้ถึงความเป็นชูเกสซิ่งแบบอังกฤษที่ติดการาจ พั้งค์ ดิสโก้ เรโทรและอินดี้ร็อคเท่ห์ๆขยำรวมออกมาเป็นซาวนด์ดนตรีที่เก๋และเปรี้ยวเท่ห์เป็นเอกลักษณ์สุดจิตวิญญาณ มาที่ Sam's Town ที่ขยับเข้าสู้ความคลาสสิคแบบอเมริกาน่าที่ผสานแกลมร็อคเข้ากับอัลเทอเนทีฟและRockabillyและยกระดับภาคการนำเสนอให้ดิบและสดขึ้นตามอรรถรสของร็อคแอนด์โรลแบบอเมริกัน มาที่งานชุดนี้ส่วนตัวเดียนคิดว่าความเป็นซาวนด์ทดลองค่อนข้างจะหลุดออกมาชัดเจนกว่า2ชุดที่แล้วโดยผนวกเอาลูกเล่นที่หลากหลายทั้งดั๊บ แคริบเบี้ยน อดัลท์คอนเทมโพลารีย์ บอสซาโนว่า เวิลด์ละเลงบนภาคดนตรียืนพื้นอย่างอัลเทอเนทีฟร็อคผสานเรโทร ซินธิ์พ็อพและนิวเวฟยุค80โดยส่วนตัวรู้สึกว่ารสชาติที่ได้รับค่อนข้างหลากหลายกว่า2ชุดที่ผ่านมาหากแต่ยังสามารถรักษาเอกภาพ ทิศทางและความเป็น The Killers ไว้ได้อย่างเหนือชั้น นับว่าเป็นการค้นหาทิศทางดนตรีใหม่ๆและปูทางไปสู่การนำเสนอที่จัดจ้านขึ้นในอนาคตได้อย่างทรงเสน่ห์ทีเดียว


แทร็คเด็ด

ประเดิมที่แทร็คโปรดของดิฉันก่อนนะคะกับ Space Man (5) ที่ขยำเอาโพสท์พั้งค์เข้ามาฟาดฟันกับจังหวะเต้นรำแบบเรโทรซาวนด์ที่หอบเอาลูกเล่นทั้งพ็อพ ฟั้งค์ แดนซ์-พั้งค์ ดิสโก้ฉบับThe Killersที่ท่านรักและถวิลหามาปะทะกันได้อย่างเฟี้ยวฟ้าวเมามันส์ในอารมณ์ โฮะๆๆๆๆๆ ฟังแล้วนึกถึงภาคที่พ้อพกว่าของThe RaptureและNew Orderแต่ที่แน่ๆผลลัพธ์นี้ทำเอาดิฉันหยุดฟังไม่ได้มาร่วม2เดือนแล้วค่ะ ต่อด้วย Human (4.5/5) กับการผสานจังหวะเต้นรำที่โดเด่นบนท่วงทำนองของซินธิ์พ็อพอิเล็คโทรเข้ากับซาวนด์นิวเวฟยุค80และอัลเทอเนทีฟร็อคผสานรวมออกมาแม้ว่าจะเป็นแทร็คเต้นรำที่เรียบนุ่ทสุขุมผิดแผกจากงานเต้นระบำรำฟ้อนเดิมๆที่เน้นความโจ๊ะๆพรึมๆโลกแตกไปนิดหากแต่ในระยะยาวสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการในการนำเสนอดนตรีและเนื้อหาที่ล้ำลึกขึ้นอีกหลายระดับ เรียบๆแต่เก๋และอัจริยะน่ะเคยได้ยินมั้ย สลับมาฟังจังหวะเต้นรำน่ารัๆกันใน I Can't Stay (4/5) กับอารมณ์หวานๆของซาวนด์แคริบเบี้ยน เร็กเก้ บอสซาโนว่าเทียบกับเพลงอื่นๆแล้วอาจจะไม่มีอะไรโดเด่นแต่ส่วนตัวชอบเพลงนี้แบบไม่มีเหตุผลมากๆจนถึงวินาทีที่เขียนอยู่ยังไม่รู้เลยว่าชอบเพลงนี้เพราะอะไร แปลกดี! เพราะน้อยครั้งที่จะเป็น


The World We Live In (4.5/5) แทร็คที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่ชื่อของ Day&Age กับภาคดนตรีอัลเทอเนทีฟร็อคเท่ห์ๆที่ผสานแกลมร็อค อินดี้ ไซคลีเดลิก พั้งค์และการาจอ่อนๆเข้าด้วยกันอย่างลงตัวส่วนตัวประทับใจเสีนยงร้องของคุณพี่แบรนดอนรูปงามที่เซ็กซี่ เถื่อน ดิบและเท่ห์บาดใจสาวบริสุทธิ์เยี่ยงคุณน้องมากๆค่ะ ภาคดนตรีก็เท่ห์แพรวพราวระยิบระยับและเหนืออื่นใดภาคเนื้อหาที่ชวนประทับใจถึงขีดสุด อาทิ Bless Your Body,Bless Your Soul Pray For Peace And Self Control อู๊ยยยย มันช่างงามสง่าเจิดจรัสได้ใจอะไรขนาดนี้คะคุณพี่ สำหรับแทร็คที่ขออกตัวว่าเก๋ระดับฟ้าประทานขอยกให้ Joy Ride (5) แทร็คเต้นรำเปรี้ยวปรี๊ดดดดดแถมเซ็กซี่มิติสูงส่งที่แผลงฤทธิโดยการจับเอาดั๊บมาชนกับโอลด์สคุลฟั้ง๕กี้ย์ดิสโก้ผสานซินธิไซเซอร์เคียงคู่กับภาคเนื้อหาที่วาทะศิลป์งดงามไพเราะประดุจบทกวี กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ เหนือคำบรรยายค่ะนี่พวกตัวจะปราณีเดี๊ยนกันบ้างได้มั้ยคะเนี่ย เริ่ด! ปิดอัลบั้มด้วย Goodnight Travel Well (5) ที่การนำเสนออลังการประดุจมหากาพย์อวกาศทั้งภาคเนื้อหาที่วาทะศิลป์ล้ำลึกเหนือมนุษย์ อาทิThe unknown distance to the great beyond Stares back at my grieving frame To cast my shadow by the holy sun My spirit moans with a sacred pain And it's quiet now The universe is standing still เช่นเดียวกันกับภาคดนตรีที่นำเสนอด้วยการใช้ซนธิไซเซอร์วาดลวดลายและเนรมิตบรรยากาศสภาพแวดล้อมในตัวเพลงได้อย่างเป็นรูปธรรมพร้อมทั้งลูกเล่นของความเป็นชูเกสซิ่งแบบสเปซร็อคที่ผสานวัฒนธรรมอันงดงามของไซคลีเดลิก อิเล็คโทรและโพรเกรสซีฟเข้าสู่ตัวงานได้อย่างมีชั้นเชิง ต๊ายยยย เก๋และทรงพลังพอที่จะจับไปเป็นสกอร์ประกอบภาพยนตร์ไซไฟได้เลยทีเดียว ปิดม่านการผจญภัยทางโลกแห่งเสียงดนตรีและส่งผู้ฟังกลับโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างเหนือชั้น


สรุป
สุดท้ายนี้คงต้องจำใจยอมรับข้อครหานะคะว่า The Killers นี่เป็นวงที่หาความแปลกใหม่ไม่ได้เลย เนื่องจากคบกันมาตลอด3อัลบั้ม The Killers ก็ยังคงเป็น The Killers ที่สามารถทำเพลงได้เปรี้ยว เก๋ เท่ห์ทรงเสน่ห์บาดใจเหมือนกับที่ทำเอาเดี๊ยนอึ้งกิมกี่จนฟังไมได้แบบตอนที่รู้จักกันวินาทีแรกไม่มีผิดเพี้ยน หึหึหึหึห อย่างที่คุณพี่ศรีวิการ์ ณ กองปอปท่านว่าไว้ในฉบับที่100แหละค่ะว่า "เก๋ไก๋ เปรี้ยวเท่ห์จนฟังได้ไม่รู้เบื่อและไม่มีขีดคั่นของกาลเวลามาเป็นตัวขวาง" นี่แหละ The Killers ตลอด3อัลบั้ม สรุปแล้วหาความแปลกใหม่ไมได้ขนาดนี้นี่ขอสมัครเป็นแฟนจ๋า (สำนวนพี่กอล์ฟ) เสียตั้งแต่วินาทีนี้นี่ยังไม่สายเกินไปใช่มั้ยคะ หึหึหึหึหึ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น