วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552

JC Chasez : Schizophrenic : 98%


JC Chasez : Schizophrenic : 98%
รูปแบบเพลง

หลากหลายมากๆ ส่วนตัวคิดว่าภาคดนตรีใน Schizophrenic เป็นการบูรณาการความเป็นเออร์บันอย่างอาร์แอนด์บี ฟั้งค์ โซลและฮิพฮอพเข้าไปยกระดับภาคดนตรีพ็อพที่เป็นโครงสร้างยืนพื้นให้มีมิติในการนำเสนอที่สมบูรณ์แบบและมีพัฒนาการที่สูงขึ้นไปอีกหลายระดับ ถ้าเป็นภาษษร็อคคงเรียกได้ว่าเป็นพ็อพที่เข้าขั้น "โพรเกรสซีฟ" ก่อนจะต่อยอดไปสู่ความดุดันบ้าระห่ำกับการทำสงครามอันดุเดือดจากแดนซ์ เฮ้าส์ ดิสโก้ แทรนซ์ เทคโน อิเล็คโทรนิก้า การาจ ร็อค พั้งค์ อินดี้ อัลเทอเนทีฟ เรโทรยันลูกเล่นเปรี้ยวๆของอิเล็คโทรแคลชที่ผสานออกมาให้ดื่มด่ำกันอย่างละนิดอย่างละหน่อย หากแต่บรรจงเนรมิตความเก๋ออกมาปลิวว่อนทั้งอัลบั้มชนิดที่เดียนฟังแล้วยังขนลุกในวิสัยทัศน์ รสนิยมและความบ้าระห่ำในการรังสรรค์ดนตรีของคุณเธอ "ใครจะไปคาดถึงว่าอดีตสมาชิกบอยแบนด์อย่าง N'sync จะเปรี้ยวเก๋และบ้าได้ใจขนาดนี้" เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ถูกรสนิยมของเดี๊ยนรวมถึงเป็นหนึ่งในงานพ็อพที่ส่วนตัวเห็นว่ามีลูกเล่นชั้นเชิงแพรวพราวเหนือระดับของนิยามความเป็น "พ็อพ" ที่สุดอัลบั้มหนึ่งเท่าที่เคยฟังมา
ป.ล. ส่วนตัวนอกจากงานมันดีเสียจนเจ๊กอั๊กแล้วยังประทับใจในความหล่อของศิลปินรวมถึงน้ำเสียงสุดเซ็กซี่และลีลาการร้องอันฟินสุดเดชของคุณพี่ ขโมยใจดิฉันไปหมดแล้วค่ะ

จุดด้อย

งานดีระดับกำเนิดขึ้นมาสอยห้าดาวจริงๆค่ะคุณน้องไม่เถียง หากแต่เปนงานเพลงที่จับทิศทางดนตรีรวมถึงทำความเข้าใจได้ค่อนข้างยากเนื่องจากความหลากหลายข้นคลั่กของภาคดนตรี จนนักวิจารณ์บางสำนักมันพาลด่าสุดหล่อของน้องได้ว่า "มั่ว" แต่เอาจริงๆแล้วด้วยความที่งานดนตรีมันดีจริงๆและส่วนตัวเข้าข้างเต็มที่สำหรับคุณน้องคิดว่าเป็นการปูทางสู่การนำเสนอภาคดนตรีพ็อพในอนาคตได้อย่างมีชั้นเชิงทีเดียวแม้ว่าในด้านยอดขายและการเป็นที่ยอมรับของงานชุดนี้จะแย่ถึงขั้น "ล้มเหลว" ก็ตาม ด้วยความบ้าระห่ำทางดนตรีที่ยกระดับการนำเสนอให้มีมิติเหนือกว่าความเป็นอัลบั้มพ็อพธรรมเนียมนิยมทั่วไปรวมถึงความบ้าพลังที่บรรจุเข้าไปชนิด "ไร้ขีดจำกัด" จนเกินไป สิ่งเหล่านี้กลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้งานทรงคุณภาพชุดนี้ถูกมองข้ามและปิดกั้นที่จะรับฟังไปอย่างน่าเศร้า นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างอันสุดแสนจะโขคร้ายที่ดีที่ว่า "บางครั้งงานดนตรีดีๆ ไม่จำเป็นจะต้องประสบกับความสำเร็จสวยงามเสมอไป" และงานชิ้นนี้สะท้อนถึงสัจธรรมอันโหดร้ายและหายุติธรรมไม่ของโลกนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม (ฮือๆ เชอะ)


แทร็คเด็ด

ขอเริ่มจากพวกงานที่เป็นซิงเกิ้ลโดยประเดิมที่ Blowin' Me Up With Her Love (4.5/5) ที่เป็นซาวนด์แทร็คประกอบภาพยนตร์ Drumline ในปี2002 ซึ่งฉีกภาพเดิมๆของเจซีสมัยทำอารืแอนด์บี พ็อพวัยรุ่นใสๆตอนที่เป็นสมาชิก N'sync สู่ภาคดนตรีเต้นรำที่โชยกลิ่นอายของความเป้นเออร์บันดิบๆจัดๆที่ขนมาหมดทั้งอิทธิพลของความเป็นอาร์แอนด์บี ฮิพฮอพ แร็พ โซล ฟั้งค์ก่อนจะบีบความเป็นพ็อพลงไปคุมทิศทางเพิ่มความละมุน ส่วนตัวฟังแล้วรู้สึกขนลุกกับรสนิยมในการทำดนตรีของเธอรวมถึงประทับใจในความกล้าท่จะฉีกรูปแบบการนำเสนอและหลอมภาพลักษณืทางดนตรีตนเองขึ้นใหม่โดยสิ้นเชิง แม้ว่าส่วนตัวจะแอบตะขิดตะขวงใจในความ "มากจนเกินไป" ของการนำเสนอในบางจุด เช่น การเบรคด้วยจังหวะฟั้งค์โซลหนักๆผสนฟัลเซ็ทโทช่วงกลางเพลงที่ออกมาตลกและประดักประเดิดมากกว่าจะเก๋ดิบ เป็นต้น ส่วนตัวคิดว่าถ้าขัดเกลาและพัฒนาในบางจุดให้ละพเมียดละไมกว่านี้ล่ะก็สยแค่5ดาวยังน้อยไปสำหรับเพลงนี้ มาที่ Some Girls (Dance With Women) (5) ที่ตัดร่วมกันเป็นซิงเกิ้ลคู่ในยูเคซึ่งเหนือชั้นกว่าบนสรรพสำเนียงการร้องสุดเซ็กซี่บนภาคดนตรีแดนซ์-พ็อพอาร์แอนด์บีผสานฟั้งค์ ละทินโซล ฮิพฮอพและพ็อพแร็พส่วนตัวประทับใจเสียงร้องสุดเซ็กซี่เย้ายวนแบบหนุ่มสแปนิชตัวหอมของคุณพี่มากๆๆๆๆ กรี๊ดดดดดดด ฟังแล้วฟินฮ่ะ พุ่งปรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ ละลายหลอมระรวยไปเลยทีเดียวค่ะ ที่รัก!!! สำหรับซิงเกิ้ลสุดท้ายอย่าง All Day Long I Dream About Sex (5) ก็สามารถฉีกอารมณ์เออรบันดิบๆหนักหน่วงก่อนหน้านี้สู่วัฒนธรรมอิเล็คโทรแคลขเปรี้ยวๆที่ผสานภาคการนำเสนอของความเป็นเรโทรโดยกลิ่นอายนิวเวฟและซินธิไซเซอร์ยุค80ก่อนจะต่อยอดสู่ภาคดนตรีฟั้งค์ พั้งค์ ดิสโก้ แดนซ์และอินดี้ร็อคได้อย่างลงตัว เป็นหนึ่งในแทร็คที่โดเด่นและดีที่สุดของงานชุดนี้ ที่สำคัญหลายคนยังจำเขาได้ด้วยแทร็คนี้

มาที่หลายเพลงดีๆที่พลาดโอกาสเป็นซิงเกิ้ลไปอย่างน่าเสียดาย เริ่มด้วย She Got Me (5) โอลด์สคูลฟั้งค์กี้ย์แดนว์-พ็อพอาร์แอนด์บีสวยๆที่เจิดจรัสด้วยอารมณ์ซินธิ์พ็อพยุค80เข้ากับอาร์แอนด์บีเทคโนผสานโซล ดิสโก้และอิเล็คโทรนิคเข้าด้วยกันอย่างลงตัวชนิดเพลงที่ว่าเจ๋งๆใน FS/LS ของจัสตินอย่าง Sexy Back,Damn Girl หรือ My Loveมาปะทะกันแล้วจะต้องอายม้วนด้วยความที่ชั้นเชิงด้อยระดับกว่าหลายช่วงตัวมากเลยทีเดียว แทร็คถัดไปอย่าง 100 Ways (4.5/5) ก็เก๋ไก๋พอที่จะตัดเป็นซิงเกิ้ลด้วยการผสานลูกเล่นของอัลเทอเนทีฟซอฟต์ร็อคเก๋าๆเข้ากับบีทเต้นรำและสรรสำเนียงของดนตรีอันหลากหลายทั้งอิเล็คโทร ฟั้งค์ อินดี้ เรโทรและพั้งค์เข้าด้วยกันได้อย่างอัจฉริยะ ไปกันได้ดีกับน้ำเสียงเท่ห์สุดเซ็กซี่น่ารักกวนตีนและกวนอารมณ์ในทีของสุดหล่อ แอร๊ยยยยย สำหรับเพลงที่ประทับใจที่สุดในงานชุดนี้ขอยกให้ Something Special (5) อคูสติคพ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดสุดไพเราะเสริมทัพด้วยสรรพสำเนียงฟั้งค์เท่ห์ๆและโซลหวานๆลอยละล่องคุมทิศทางได้อยู่หมัด กรี๊ดดดดดดด เพราะมากๆค่ะดาร์ลิ่งนี่ถ้าตัวเองจังหวะดีกว่านี้ล่ะก็นีโยก็นีโยเถอะไม่ได้เกิดหรอกนะคะ ขอบอก! และอีกเพลงที่ทำเอาเดียนโศกสลดจนน้ำตาหลั่งออกเป็นสายเลือดด้วยความเสียดายและโศกาคือ Dear Goodbye (5) ที่เป็นอดัลท์คอนเทมโพลารีย์พ็อพโซลอาร์แอนด์บีบัลลาดเมโลดี้งามระยับผสานอารมณ์แจ๊ซซ์หม่นๆและบลูส์จางๆทอดสะพานเข้ากับน้ำเสียงโซลโหยหวนทรงพลังหากแต่เซ็กซี่แพรวพราวหวานหยาดเยิ้มและที่สำคัญไพเราะเอาเรื่องมากๆ เปนจดหมายอาลัยรักทางดนตรีที่คุณพี่เจซีบรรจงแต่งออกมาได้กระชากน้ำตากระดังงาลนไฟเช่นเดี๊ยนโดยแท้ หึหึหึ

One Night Stand (4/5) แดนซ์พ็อพอาร์แอนด์บีผสานเทคโนสวยๆและจังหวะจะโคนแบบฟั้งค์กี้ยดิสโก้ยุค70ได้อย่างมีชั้นเชิงตัวเพลงแซมเพิ่ล I Feel Love ของป้าดอนน่า ซัมเมอร์มาแปะช่วงคอรัสได้อย่างลงตัวเป็นอีกแทร็คที่สะท้อนวิสัยทัศน์ทางแฟชั่นและดนตรีอันล้ำยุคเข้ากับทัศนคติสุดเซ็กซี่เรื่องเพศได้อย่างน่าชมเชยต่อด้วย Shake It Feat. Basement Jaxx (4/5) ก็เป็นอีกหนึ่งงานอาร์แอนด์บีเต้นรำสุดเซ็กซี่โดยหลอมเอาจังหวะจะโคนอันร้อนแรงของฟั้งค์ โซล ดิสโก้และการาจเทคโนเฮ้าส์สไตล์ Basement Jaxx ได้อย่างเหนือชั้น ผลลัพธ์ออกมาเป็นThe Neptunesที่เปรี้ยวกว่ามาตรฐานของตัวจริงสองช่วงตัว มาที่ Come To Me (5) ที่ตัวเพลงแซมเพิ่ล Sunglasses At ight ในปี1983ของ Corey Hart ไว้ได้อย่างลงตัวพอๆกับความเก๋ไก๋ของภาคดนตรีที่เป็นอิเล็คโทรแดนซ์-พ็อพเทคโนผสานลูกเล่นของแทรนซ์ตึ๊บๆหนักหน่วง ดิสโก้สุดเซ็กซี่และดีพเฮ้าส์เทคโนเก๋ๆลอยละล่องขึ้นไปสู่ห้วงอวกาศ เริ่ด
ปิดท้ายด้วย If You Were My Girl (5) ที่อันเขิญวิญญาณของป๋าพริ๊นซ์ลงทรงในภาคฮาร์ดคอร์กับลูกเล่นเก๋ๆที่จับอิเล็คโทรนิคมาผสานเข้ากับฟั้งค์ร็อคเท่ห์ๆผลลัพธ์ออกมาเป็นอัลเทอเนทีฟรอคติดฟั้งค์ดิบๆเกรี้ยวกราดบ้าระห่ำหากแต่เก๋ไก๋บนการปะทะกันของภาคดนตรีทั้งแดนซ์ พั้งค์ อินดี้ ดิสโก้ โซลและเทคโนที่ส่วนตัวขอยอมรับในความสามารถที่บูรณาการภาคดนตรีที่ต่างกันสุดขั้วเข้าด้วยกันอย่างมีเอกภพและมิติที่สมบูรณ์แบบเหนือมนุษย์ (แต่คุณพี่หนักมือไปนิดนะคะ ล่อซะสยองเชียว)

สรุป

แม้ว่างานชุดนี้จะไม่ประสบควมสำเร็จทั้งในด้านยอดขายและการเป็นที่กล่าวขานในวงกว้าง หากแต่ความไม่ยุติธรรมของโลกแห่งความเป้นจริงอันโหดร้ายกไม่อาจที่จะหยุดคุณภาพและความสมบูรณ์แบบอันยิ่งยวดที่สะท้อนผ่านเนื้องานอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งความเปรี้ยวล้ำของวิสัยทัศน์ทางดนตรีอันสุดแสนวิไลบ้า ทัศนคติในการนำเสนออันบ้าระห่ำตลอดจนความทรงพลังจากการรังสรรค์อันล้ำเลิศที่ไม่ว่าใครหยิบมาฟังก็สามารถสัมผัสและยอมรับได้ (บางทีก็ต้องควบการเปิดใจและเซ้นส์ทางดนตรีที่แกร่งและกว้างพอ) ซึ่งนี่แหละที่จะเป็นความภูมิใจในระยะยาวให้แก่เจซีและSchizophrenic ในฐานะหนึ่งในงานพ็อพคุณภาพที่เป้นตัวแทนที่ดีของนิยามแห่ง "ดนตรีพ็อพ" ยุคอนาคตที่ควรจะเป็น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น