วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552

Fischerspooner : #1 : 95%



Fischerspooner : #1 : 95%

รูปแบบเพลง

แม้ว่าช่วงนึง "อิเล็คโทรแคลช" จะเป็นวัฒนธรรมที่ฮิตไปทั่วหัวระแหงชนิดบ้าระห่ำถึงขีดสุดจนไม่รู้ทุกวันนี้แม่งจะเลิกฮิตแล้วย้อนกลับไปฮิตใหม่อีกกี่รอบแล้วก็ตามแต่ส่วนตัวเดียนไม่เคยตื่นตาตื่นใจอะไรไปกับปรากฏการณ์ของดนตรีแนวนี้เลยซึ่งผิดวิสัยตัวเองเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากส่วนตัวเป็นคนที่พยายามจะผูกมิตรกับดนตรีทุกประเภทที่มันอินเทรนด์และเป็นแฟชั่นกระหึ่มของแต่ละสมัย จนวันหนึ่งสรรพคุณของ Fischerspooner ที่เกิดจากการผนึกกำลังกันของวอร์เรน ฟิชเชอร์และเคซี่ย์ สพูนเนอร์สองคู่หูจากมหานครนิวยอร์คได้ลอยเข้ามากระหน่ำหูเดี๊ยนอย่างบ้าคลั่ง "วงนี้แนวอย่างนั้น เจ๋งมากอย่างนี้ ทำเพลงล้ำโคตรบ้างล่ะ หนักเข้าก็ต้องฟังก่อนมึงตายห่าบ้างล่ะ (ไปยาลใหญ่)" วู๊ยยยยย! โคตรแม่งมันจะล้ำขนาดไหนวะคะเนี่ย? พอหยิบงานของพวกเขามาฟังแล้วเห็นว่าเสียงลือเสียงเล่าอ้างถ้าจะจริงด้วยความที่ภาคดนตรีเป็นอิเล็คโทรแคลชเท่หืๆล้ำจัดผสานเข้ากับอิเล็คโทรพ็อพสุดเข้มข้น อินดี้เปรี้ยวๆและเทคโนแปลกๆที่ผสานกันออกมาได้ต่างจากซาวนด์ของมนุษย์ธรรมดาสามัญทั่วไป หากแต่เปรี้ยวโคตร งานอัลบั้มดังกล่าวคือ # 1 ที่ดิฉันกำลังเขียนถึงอยู่นั่นแหละ

จุดด้อย

ก่อนอื่นต้องขอชมในวิสัยทัศน์การทำดนตรีนะคะที่หยอดกันออกมาได้เก๋ไก๋ป่วงสะใจไม่ธรรมดาสามัญเหมือนชาวบ้านเขา ศิลปินที่น่ารักและเพี้ยนๆระดับน้หากแต่ทำเพลงออกมาได้เข้าถึงไม่ยากมากมายแบบ2หน่อนี่หาบนโลกนี้ได้ไม่เยอะนะคะ (ดูอย่างเจ๊บีเยิร์คสิคะเก๋ซะจนอยากจะถามว่าป้าตั้งใจจะทำเพลงออกมาให้สิ่งที่เขาเรียกว่า "คน" ฟังจริงๆเหรอเจ้าคะนั่น) สำหรับเนื้องานล้ำดีค่ะแต่ติดตรงที่บางส่วนออกจะรกหู ซับซ้อนและพิสดารชวนเครียดไปนิดถ้ามาเจอคนฟังที่ภูมิทางดนตรีไม่แข็งแกร่งพอล่ะก็ เหอๆๆๆๆ

แทร็คเด็ด

เปิดศักราชกันได้ป่วงสะใจและแยงประสาทมากๆกับ Invisible (5) แทร็คเปิดอัลบั้มที่ฟังครั้งแรกแล้วส่วนตัวถึงกับอึ้งด้วยความที่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ยืนพื้นที่ความเป็นอิเล็คโทรนิคแดนซ์จัดจ้านก่อนจะปล่อยให้ซาวนด์ต่างๆทำสงครามชนทัพกันอย่างอิสระตั้งแต่เบรคบีท ดิสโก้ เทคโน ฟั้งค์ เฮ้าส์ ร็อคก่อนจะไต่ระดับไปสู่อินดี้พั้งค์ติดโลไฟแถมด้วยซาวนด์ประหลาดล้ำแบบเกมส์ Arcade ก็มา วู๊ยยยยยยย ธาตุแตก สิริรวมแล้วสรุปว่าเป็นอิเล็คโทรแคลชเก๋ๆที่ขนมาครบทั้งความบ้า ป่วง สวย เท่ห์ อัจฉริยะหลากบุคลิกครบเครื่องในหนึ่งเดียว แม้ว่าความเก๋จะไม่เท่าแต่ Emerge (4.5/5) ได้ใจเดี๊ยนไปเต็มด้วยลูกเล่นที่ลงตัวกว่า ซาวนด์เพลงยังคงยืนพื้นที่ความเป็นอิเล็คโทรแคลชผสานแดนซ์-พั้งค์ ร็อค เทคโน อินดี้ เบรคบีท โลไฟตลอดจนอิเล็คโทรนิคจัดๆก่อนจะตบความเป็นพ็อพอ่อนๆ (อ่อนมากๆ) เข้าไปคุมทิศทางได้อย่างลงตัว สติแตกและฉูดฉาดมากๆ มาที่ Tone Poem (4/5) ที่ฟังปุ๊ปแล้วรู้เลยว่า You Are What You Are (Beautiful) ในงานรวมฮิตของคุณคริสทิน่า อากิเลร่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากไหน โครงสร้างดนตรีไม่หนีกันมากหากแต่เป็นอิเล็คโทรพ็อพี่เข้มข้นกว่ามากๆในระกดับที่เหนือกว่าอีติ๊หลายช่วงตัวอยู่ก่อนจะใส่ความเปนแทรนซ์หลอนๆสวยจัดเข้ากับแอมเบี้ยนท์เยือกเย็นบาดจิตวิญญาณและดีพเฮ้าส์เทคโนลอยละล่องลงไปไเด้อย่างกลมกล่อม ตะลุยอวกาศมากๆ

ถ้าถามว่าชอบแทร็คไหนที่สุดในงานชุดนี้ดิฉันคงตอบว่าชอบ The 15 TH (5) ที่แม้ว่าพวกคุณเะอจะไปคัฟเวอร์ชาวบ้านเขามาแต่ก็เอามาปัดฝุ่นและบีบวิญญาณของ Fischerspooner เข้าไปได้อย่างสวยจัดตัวเพลงมองผิวเผินเป็นดาวน์เทมโพอิเล็คโทรพ็อพเรียบๆหากแต่ลอยละล่องฟู่ฟ่าในแบบฉบับอิเล็คโทรแกลมติดบัลลาดทั้งบีท โพรแกรมมิ่ง ซินธิไซเวอร์ วิ่งว่อนกันนุกสนานไม่ได้พักก่อนจะตบด้วยความเป็นดีพเฮ้าส์เทคโนจัดๆแบบคุณโมบี้ย์ สง่างามและเก๋ไก๋เสียจนแถบจะนิยามได้ว่าสร้างเทพนิยายบนซาวนดอิเล็คโทรนิคเลยทีเดียว ปิดท้ายด้วย Natural Disaster (4.5/5) ที่กลับสู่วัฒนธรรมของความเป็นอิเล็คโทรแคลชเท่ห์ๆที่หนักหน่วงบนความเป็นพั้งค์ ฟั้งค์ แดนซ์ ร็อค ซินธิ์-พ็อพและอิเล็คโทรนิคที่ผสมกลมกลืนกันได้อย่างมีมิติและทรงพลังสุดๆ

สรุป

หนึ่งในอัลบั้มที่ส่วนตัวคิดว่าเต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์แห่งวิสัยทัศน์ทางดนตรีอันเปรี้ยวล้ำแปลกใหม่ เป็นหนึ่งในงานที่ส่วนตัวคิดว่ามีสีสันฉูดฉาดที่สุดครบเครื่องทั้งความบ้าระห่ำ เกรี้ยวกราดและไพเราะนุ่มละมุน นอกจากนี้ยังเปี่ยมไปด้วยการระบายความเก่ของศิลปะและแฟชั่นเข้าสู่นิยามดนตรีแห่งยุคอนาตได้อย่างน่าคารวะ ต้องฟังก่อนมึงตายอย่างที่เขาว่าจริงๆนั่นแหละ หึหึหึหึ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น