วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552

Eminem : The Marshall Mather LP : 88%


Eminem : The Marshall Mather LP : 88%

รูปแบบเพลง

สำหรับผู้อ่านที่ติดตามรีวิวของแนสทิน่ามานานๆจะรู้ว่านักรีวิวคนนี้นี่เป็นอะไรที่ตามกระแสชาวบ้านเขาตะพึดตะพือเช่นกันดนตรีไหนที่อยู่ในกระแสนี่ก็พยายามที่จะฟังและเขียนแนะนำให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ หากแต่แปลกที่ "ฮิพฮอพ" ไม่เคยเป็นหนึ่งในแนวที่ดิฉันคลั่งไคล้ใหลหลงจนต้องกว้านตามเก็บตามซื้อหรือตามสะสมแม้ว่ามันจะดังกระหึ่มคับชาร์ตตลอด10อันดับก็เถอะ น่าแปลกที่เป็นคนชอบเพลงแนว "เออร์บัน" อย่างโซล บลูส์ แจ๊ซซ์ ฟั้งค์ กอสเพล อะแค็พเพลล่า อาร์แอนด์บีอะไรนี่ฟังได้หมดนะคะแต่กลับไม่ค่อยอินังขังขอบกับฮิพฮอพเท่าที่ควรจะเป็น ที่บ้านซื้องานของศิลปินสายฮิพฮอพมาเก็บ (ย้ำว่ามา "เก็บ" จริงๆนะคะไมได้มาฟัง) ไม่น่าจะเกิน20คนและหนึ่งในงานที่โชคดีคือ The Marshall Mathers LP สตูดิโออัลบั้มชุดที่สองขชองเอมิเน็ม ซึ่งเป็นอัลบั้มฮิพฮอพ ฮาร์ดคอร์แร็พชุดแรกในชีวิตที่ซื้อเพราะดันไปหลงเอาหน้าตาและสไตล์เถื่อนๆหากแต่ใสกิ๊งหล่อจัดเร้าอารมณ์ของพ่อคุณกับภาคเนื้อหาที่อุทิศให้แก่ความหมองหม่นและอุปสรรคนานัปประการที่พานพบในชีวิต ตีแผ่ความรุนแรงในสังคม ประณามแม่แท้ๆและก่นด่าสถาบันครอบครัว สรรเสริญยาเสพย์ติด เซ็กส์ จิกกัดวัฒนธรรมPOPตลอดจนเนื้อหาที่ดูหมิ่นสตรีและเหยียดชาวรักร่วมเพศอย่างโจ่งครึ้ม (ฉิบหาย!!!เข้าตัวกูอีก) เอาเถอะค่ะใครจะหาว่าคุณพี่ของเดียนหยาบชั่ว ถ่อย สถุน กักขฬะ ต่ำช้า สามานย์ ไพร่หาสังกัดมูลนายสิงไม่เจออย่างไรดิฉันไม่ไปสนใจเสียงนกเสียงกาหรอกเจ้าค่ะ เขอะ! ความรักมันเป็นเรื่องระหว่างคนสองคนนี่คะ

จุดด้อย

จะว่าไปงานชุดนี้ตกยกความดีความชอบให้ในฐานะหนึ่งในอัลบั้มฮิพฮอพทื่นอกจากจะฟังง่ายมากแล้วยังมีลูกเล่นและระดับที่ชวนติดตามและน่าประทับใจกว่างานของศิลปินแนวเดียวกันหลายชีวิตอยู่ จะว่าหยาบโลน ก้าวร้าว มืดหม่นมันก็เป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์อันเอกอุของศิลปะแบบฮิพฮอพน่ะค่ะ และด้วยศิลปะที่บางทีมันแต้มลูกบ้าบางจุดมาซะจนเฝือ รกหูและซ้ำซากจนเลอะก็เป็นปัจจัยที่บั่นทอนความงามและความล้ำค่าของงานศิลป์ชิ้นเอกนี้ ที่ถ้าบรรจงมันออกมาละเมียดละไมกว่านี้อีกนิดมันก็จะล้ำผ่านคำว่าแค่ "งานฮาร์ดคอร์แร็พดีๆ" สู่งานฮิพฮอพคลาสสิคสมบูรณ์แบบที่คานยี เวสต์ทำได้น่ะค่ะ หยาบทางภาษาอ่ะฟังได้แต่การนำเสนอและความละเมียดละไมทางดนตรีที่ฟังแล้วมันดูรู้ว่าตั้งใจและทุ่มเทอ่ะมันต้องมีมากกว่านี้อ่ะค่ะ

แทร็คเด็ด

Stan (4/5) เด็ดดวงที่สามารถยกระดับอีสต์โคสต์ฮิพฮอพเรียบๆหยาบๆให้โดดเด่นและมีเมโลดี้ญืเก๋ไก๋ละเมียดขึ้นด้วยการแซมเพิ่ลความเป็นทริพฮฮพด้วยเพลง Thank You ของ ไดโด้เข้ากับลูพโพรแกรมมิ่งของซาวนด์เอ็ฟเฟ็คเฉี่ยวๆที่นับว่าเป็นลูกเล่นที่น่าสนใจพอดูสำหรับวงการฮิพฮอพแร็พฝั่งตะวันออกในช่วงนั้นเลยทีเดียว แม้ว่าเอมิเน็มจะไดรับความดีความชอบที่ทำให้ไดโด้แจ้งเกิดเปรี้ยงปร้างได้กับการจิกแซมเพิ่ลของเธอไปไว้ในงานแต่ส่วนตัวเดี๊ยนฟังจากเนื้องานแล้วคิดว่าเครดิตทั้งหมดควรตกไปที่ไดโด้ไปเต็มๆในฐานะที่ชุบชีวิตฮิพอฮพจืดๆเพลงนี้ให้มีอะไรที่ทรงเสน่ห์เร้าความสนใจมากขึ้นจนขึ้นแท่นหนึ่งในซิงเกิ้ลฮิพฮอพที่คลาสสิคที่สุดตลอดกาลจวบจนวินาทีนี้ ต่อด้วย The Way I Am (5) กับอารมณืดุดันเกรี้ยวกราดในแบบ Horrorcore หม่นๆที่ผสานบีทฮิพฮอพเข้ากับลูพเพียโนอาร์แอนด์บีเรียบง่ายแต่โดเด่นกระชากใจบนสรรพสำเนียงฮาร์ดคอร์แร็พดิบสดก้าวร้าวกรีดลึกไปถึงจิตวิญญาณ เป็นหนึ่งในแทร็คที่เห็นว่าเอมิเน็มใช้การแร็พและอารมณ์ล้วนๆเข้ามยกระดับตัวเพลงให้ระเบิดถึงขีดสุดได้อย่างเหนือชั้น สำหรับแทร็คที่ขอคารวะคือ The Real Slim Shady (5) ที่สามารถดึงศักยภาพควมกวนตีน กักขฬะและถ่อยสถุนของป๋าเน็มออกมาระบายบนโลกดนตรีได้อย่างน่ารักสุดๆ ตัวเพลงเป็นฮิพฮฮพแร็พผสานซาวนด์บิ๊กบีทที่ใส่ทั้งเทคโน คลับแดนซ์ ซินธิ์ พ็อพตลอดจนอัลเทอเนทีฟฮิพฮอพขยำเข้ากันได้อย่างแสบสันสะใจ สำหรับเนื้อหาด่ากราดตั้งแต่แฟชั่น สื่อมวลชน ดาราไปยันทุกซอกทุกมุมของวัฒนธรรมพ็อพชนิดกวาดตัวใหญ่เสร็จสรรพไปเกือบค่อนวงการภายในเวลาแค่4นาทีกว่าๆ โห มึงจบสำนักไหนมาวะคะเนี่ย? ต่อด้วย Bitch Please II Feat.Dr.Dre,Nate Dogg&Snoop Dogg (4.5/5) อีสต์โคสต์ฮิพฮอพแก๊งค์สทาแร็พที่เป็นแอร์เพลย์ซิงเกิ้ลต่อยอดจาด Bitch Please ในปี1999 (ถ้าจำไม่ผิด) ของ Snoop Dogg ในปี1999 ผลลัพธ์ออกมาปากหมาและกวนตีนมันส์สะใจไม่แพ้กัน

Kill You (4/5) ฮิพฮอพอาร์แอนด์บีที่หยิบมาเปิดอัลบั้มได้เหนือชั้นกว่าบรรดาแร็พเพอร์ฝั่งอีสต์โคสต์ทั่วไปที่มักจะมาแบบด้านๆหยาบๆซ้ำซากไม่ก็หนืดยืดยาดเป็นอาขยานไปเลย (จะว่าไปฝั่งนี้เข้าพัฒนาไปไกลแล้วนะคะเดี๋ยวนี้ ได้ยินมิคะเวสต์โคสต์) ถ้านำไปมิกซ์เพิ่มและใส่ลูกเล่นให้จัดจ้านกว่านี้ล่ะก็ตัดเป็นซิงเกิ้ลฟันอันดับสวยๆได้ไม่ยาก แทร็คถัดไป Under The Influence (3.5/5) หยาบถ่อยและเก็ทง่ายในความกามชนิดน่ากราบทีเดียว เห็นภาพพอๆกับนั่งฟังคนไทยปากจัดๆเขาด่ากันอ่ะค่ะประมาณนั้นเลย แม้ว่ามันจะกักขฬะไปนิดแต่หญิงร้ายอย่างหนูฟังบ่อยมากๆและถูกใจจนบวกคะแนพิศวาสให้อีก.5แถบไม่ทันเลยทีเดียว คราหน้าขออะไรที่มันหยาบโลนยิ่งกว่านี้อีกได้บ่? สุดท้ายกับ Marshall Mathers (4.5/5) ไทเทิ่ลแทร็คที่เป็นอัลเทอเนทีฟฮาร์ดคอร์ฮิพฮอพผสานแร็พ อาร์แอนด์บี บัลลาดและร็อคได้อย่างลงตัว ภาคเนื้อหาเป็นการอุทิศให้แก่มรสุมชีวิตรวมถึงความยากลำบาก ความไม่สมบูรณืแบบและความอยุติธรรมที่ได้พานพบเป็นบทเรียน เป็นบทอุทิศที่ดีให้แก่ตนเองรวมถึงบ่งบอกภาพรวมของอัลบั้มที่หม่น เกรี้ยวกราด ดุดันและรุนแรงขึ้นได้อย่างชัดเจน

สรุป

นอกจากจะเป็นงานอีสต์โคสต์ฮิพฮอพชุดแรกที่ฟันเงินแนสทิน่าได้ The Marshall Mathers ยังถูกจารึกให้เป็นอัลบั้มาร์ดคอร์แร็พชุดแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงแกรมมี่สาขา Album Of The Year ด้วยนะคะ งานเขาดีจริงถึงได้หยิบมาเขียนมิใช่เป็นเพราะเสน่หา ความลำเอียงหรือเป้ามันบังตาอย่างที่บางคนแถวนี้เขาครหาเดี๊ยนแต่อย่างใด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น