วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552

Christina Aguilera : Christina Aguilera : 76%



Christina Aguilera : Christina Aguilera : 76%

หนึ่งในสิ่งที่ชอบเวลานั่งระลึกถึงอดีตนั่นคือแรงบันดาลใจและความทรงจำอันแสนสุขที่เคยไหลผ่านช่วงเวลาดีๆมันไม่ได้จบสิ้นอยู่แค่องต์ของโลกแห่งความเป็นจริง หากแต่เป็นสามารย้อนกลับมาคืนชีพในความทรงจำได้ไม่รู้จบและยังคงความสดใหม่เสมอด้วยวิธีง่ายๆเพียงแค่หลับตาเช่นเดียวกับคุณสมบัติเหนือกาลเวลาประดุจพระเจ้าของดนตรีนะคะ สำหรับหนึ่งในความทรงจำทางดนตรีที่ดีที่สุดที่ขอกลั่นออกมาเป้นรีวิวยาวๆในครั้งนี้ขอนำเสนอการที่ได้ทำความรู้จักกับคริสทิน่า อากิเลร่าหนึ่งในศิลปินหญิงที่เป็นแรงบันดาลใจอันดับหนึ่งเคียงคู่บนบัลลังก์เดียวกับเสด็จแม่มาดอนน่า ส่วนตัวแล้วถ้างานของมาดอนน่าคือภาพสะท้อนชีวิตและทัศนคติของเดี๊ยนงานของคริสทิน่าก็เปรียบเสมือนเชื้อไฟที่จุดประกายจิตวิญญาณให้ส่งพลังถ่ายทอดออกมาเป็นพฤติกรรมและการแสดงออกต่างๆต่อสาธารณะ ในครั้งนี้เดี๊ยนขอพาคุณผู้อ่านทุกท่านหลับตาและร่วมย้อนไปสู่ความรู้สึกและวันเวลาดีๆเมื่อเดี๊ยนได้ทำความรู้จักกับแรงบันดาลใจท่านนี้ครั้งแรกกัยงานดนตรีชุดแรกของเธอซึ่งเป็นอัลบั้มที่มีอิทธิพลต่อเดี๊ยนมากที่สุดในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตและยังคงเป็นหนึ่งในอัลบั้มพ็อพที่อธิบายตัวตนในแง่มุมหนึ่งของเดี๊ยนได้ดีมาจวบจนปัจจุบัน

รูปแบบเพลง

Christina Aguilera เป็นสตูดิโออัลบั้มแรกภายใต้ชื่อเดียวกับศิลปินที่ภาพรวมในการนำเสนอดนตรีมาในแบบฉบับทีนพ็อพสไตล์ทีนดิว่าซึ่งเป็นสูตรสำเร็จและธรรมเนียมนิยมอย่างแพร่หลายช่วงปลายทศวรรษ90หลังจากการกำเนิดของเจ้าหญิงแห่งเพลงพ็อพบริทนีย์ สเปียรส์กับอัลบั้ม Baby One More Time ที่สร้างปรากฏการณ์เขย่าอาณาจักรดนตรีพ็อพไปทั่วโลกนั่นแหละค่ะ มาที่ตัวงานของคริสทิน่าเป็นทีนพ็อพที่มีการนำเสนอในแบบฉบับความเป็นบับเบิ้ลกัมพ็อพปกคลุมทิศทางค่อนข้างสูงมากๆแฝงรสชาติของพ็อพแดนซ์ อาร์แอนด์บีพ็อพและลูกเล่นแบบสโลแจมเข้ากับอารมณ์ของความเป็นอดัลท์คอนเทมโพลารีย์ในส่วนของภาคบัลลาดรวมถึงสรรพสำเนียงการร้องอันทรงเสน่ห์ที่โชยอิทธิพลของการใช้น้ำเสียงแบบบลูส์อายส์โซล (โซลคนขาว) สุดทรงพลังที่มีมิติรวมถึงเป็นสรรพสำเนียงที่ค่อนข้างแปลกใหม่และทรงเสน่ห์ในช่วงนั้นนะคะขับขานเคียงคู่ไปกับภาพลักษณ์ของเธอในช่วงต้นที่ฉาบออกมาในแบบหวานใสน่ารักและอินโนเซนต์ได้อย่างดี หากแต่แผ่รัศมีความร้ายลึกออกมาได้อย่างทรงพลังควบคู่ไปกับความแร่ดชนิดบริสุทธิ์ระดับสยบมารที่กลั่นออกมาจากจิตวิญญาณอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงนั้น ด้วยคุณสมบัติอันไม่ธรรมดาสามัญดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งให้ชื่อของเธอผงาดเข้าไปจุติบนอาณาจักรเพลงพ็อพตั้งแต่เป็นสินค้าใหม่ยันแรงบันดาลใจรุ่นใหม่ที่มีอิทธิพลในการเขย่าสังเวียนเป็นอันดับต้นๆของวินาทีนั้นเลยทีเดียวที่สำคัญที่สุดคือการกรุยทางสู่ความสำเร็จให้เธอในฐานะศิลปินพ็อพคุณภาพที่ประดับคู่วงการมาจนถึงทุกวันนี้นะคะ

จุดด้อย

พิจารณาเนื้องานในมาตรฐานของงานทีนพ็อพปลายยุค90แล้วสำหรับเดี๊ยนงานชุดนี้ถือว่าเป็นงานพ็อพของทีนดิว่าที่มีความสมบูรณ์แบบในหลายๆด้านทั้งโครงสร้างของภาคดนตรีที่ค่อนข้างปึ๊กรวมถึงการนำเสนอที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีเอกภาพและทิศทางที่ชัดเจนสอดคล้องกับอุปสงค์ของตลาดเพลงพ็อพในยุคนั้นทั้งสูตรสำเร็จในตัวเพลงที่ทำออกมาแล้วฟันธงว่าขายในวงกว้างได้แน่ๆบวกกับความสามารถของทีมโพรดัคชั่นทั้งภาคการตลาดและแบ็คอัพดนตรีที่ปรุงแต่งความเหนือระดับในส่วนของภาพลักษณ์และกรอบในการนำเสนอผ่านศัยภาพที่ถึงในทุกแง่มุมของตัวศิลปิน สร้างชื่ออีติ๊เราให้แจ้งเกิดแฮปปี้เบิ๊ดเดย์ในฐานะตัวเลือกใหม่ท่ามกลางหน้าใหม่อีกนับพันชีวิตซึ่งตัวเลือกที่แลดูเหมือนจะจืดชืดและธรรมดามากๆคนนี้ก็สามารถพิสูจน์ตัวเองได้อย่างดีในระยะยาวรวมถึงประสบความสำเร็จอย่างเหนือความคาดหมายทุกสายตานะคะ อย่างไรก็ตามแม้ส่วนตัวจะเห็นว่าการนำเสนอของเธอค่อนข้างจะออกมาเหนือระดับกว่าศิลปินในเจเนอเรชั่นเดียวกันแต่ด้วยกรอบของภาคดนตรีที่จำกัดปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่างรวมถึงปัจจัยที่จะทำให้หลายสายตาประเมินค่าความเป็นศิลปินก่อนฟังงานจบด้วยซ้ำนะคะ ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ลงค่ะว่างานชุดนี้หนีไม่พ้นข้อครหาที่ว่า "ฉาบฉวยและกะโหลกกะลา" แต่อย่างไรซะสำหรับเดี๊ยนเป็นความฉาบฉวยที่มีเสน่ห์ชวนให้ค้นหากว่าหลายๆตัวเลือกในช่วงนั้นรวมถึงเป็นความกะโหลกะลาที่ถ้าหากพิจารณาอย่างเปิดใจแล้วจะเห็นได้ชัดว่าซ่อนสิ่งดีๆไว้หลายสิ่งสำหรับรอการพิสูจน์ตัวเองในอนาคตได้อย่างเหนือชั้นเลยทีเดียว นับว่าเป็นตัวเลือกธรรมดาๆที่มากับแนวเพลงพื้นๆดาดๆและภาพลักษณ์อ่อนปวกเปียกหากแต่แฝงด้วยพิษสงอันดาดดื่นที่พร้อมจะสะกดนิ่งทุกสายตาโดยแท้นะคะ ป.ล. เรื่องการถูกเปรียบมวยในยุคแรกๆนี่ขอไม่พูดถึงนะคะเพราะงานในปัจจุบันของเธอได้พาเธอพ้นจากเงาของศิลปินที่มีชื่อเสียงกว่ารวมถึงพิสูจน์คริสทิน่าในฐานะศิลปินคุณภาพทำลายข้อครหาหลายๆสิ่งในช่วงต้นได้หมดจดราบคาบแล้ว เลยคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะไปเขียนถึงประเด็นที่ตกไปแล้วให้เสียเวลา

ซิงเกิ้ล

Reflection (5) : แม้ว่าตัวศิลปินเองจะไม่ได้ให้เครดิตแทร็คนี้เป็นซิงเกิ้ลเปิดตัวสู่อุตสาหกรรมดนตรีอย่างเป็นทางการแต่อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้นะคะว่าซาวนด์แทร็คจากภาพยนตรแอนิเมชั่นเรื่องมู่หลานแทร็คนี้คือใบเบิกทางที่นำความสำเร็จอันยิ่งใหญ่มาสู่คริสทิน่าในระยะเวลาอันใกล้ทั้งการได้เซ็นสัญญากับค่าย RCA Record การเปิดตัวฐานะพ็อพไอค่อนและทีนดิว่าในเวลาต่อมา รางวัลแกรมมี่ไปจนถึงจากรึกชื่อของคริสทิน่า อากิเลร่าให้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ประจำอุตสาหกรรมเพลงพ็อพที่สะดุดทุกสายตามาจวบจนปัจจุบันกับตัวเพลงที่เป็นอดัลท์คอนเทมโพลารีย์พ็อพบัลลาดสุดทรงพลังที่มีสูตรสำเร็จอันครบถ้วนทั้งเมโลดี้ย์ที่ไพเราะติดหูท่อนคอรัสสุดทรงพลังและการนำเสนอสุดอลังการจากึความโดเด่นโดยน้ำเสียงที่มาในรูปแบบของสแตนดาร์ดพ็อพดิว่าบัลลาดกึ่งๆบลูส์อายส์โซลดิบกร้าวโหยหวนไปจนถึงการประโหมประโคมโปรโมตจาก Walt Disneyที่มีลูกๆหลานๆให้การสนัยสนุนอยู่แล้วทั้งโลบกับค่ายนี้ (ขนาดป้าอายุ22อย่างเดี๊ยนยังนั่งดูสโนไวท์อยู่เลยค่ะทุกวันนี้) นำความสำเร็จมาให้เพลงนี้ทั้งอันดับ19บนบิลด์บอร์ดอดัลท์คอนเทมโพลารีย์ชาร์ตและได้รับการนำเสนอเข้าชิง Golden Globe Award สาขา Best Original Song เหนือสิ่งอื่นใดปฏิเสธไม่ได้ก็คือเพลงนี้เป็นหนึ่งในซาวนด์แทร็คประกอบแอนิเมชั่นที่ดีที่สุดตลอดกาลแทร็คหนึ่งจากดิสนีย์และประสบความสำเร็จจนเข้าขั้นเป็นหนึ่งในซาวนด์แทร็คที่เป็นตำนานของค่ายนี้ไปแล้ว

Genie In A Bottle (5) : ย่างก้าวถัดมากับซิงเกิ้ลเปิดตัวอย่างเป็นทางการ อาร์แอนด์บี พ็อพสุดเซ็กซี่ทั้งภคเนื้อหาและการนำเสนอที่ใส่อิทธิพลของภาคดนตรีทีนพ็อพ โซลและสโลแจมแดนซ์-พ็อพเข้ามาเป็นสีสันได้อย่างเหนือชั้น เปรียบเสมือนกุญแจที่ไขไปสู่วินาทีทองของเธอเลยทีเดียวจากความสมบูรณ์แบบของเอกภาพในการนำเสนอที่ออกมาเหนือระดับกว่าศิลปินหญิงวัยรุ่นหน้าใหม่ทั่วไป เริ่มปูความสำเร็จตั้งแต่ทะยานขึ้นไปแตะอันดับหนึ่งบนชาร์ตบิลด์บอร์ดถึง5สัปดาห์ก่อนจะระบาดไปแตะอันดับหนึ่งที่ฝั่งยูเคชาร์ตเช่นกันส่งผลให้ชื่อของคริสทิน่า อากิเลราแจ้งเกิดบนแผนที่โลกและดังเปรี้ยงปร้างเขย่าบัลลังก์เพลงพ็อพสะกดทุกสายตาในช่วงนั้นเลยทีเดียว ก่อนจะต่อยอดไปสู่การชนะรางวัลแกรมมี่สาขา Best New Artist ช่วงปี2000ที่เธอเป็นม้ามืดเบียดคู่แข่งตัวเป้งๆอย่างคิด ร็อค/แมซี่ เกรย์และเจ้าหญิงเพลงพ็อพบริทนีย์ สเปียรส์ตัวเต็งอันดับหนึ่งไปได้อย่างสลวยสวยงาม นอกจากนี้เพลงนี้ยังส่งอิทธิพลต่องานเพลงของคริสทิน่ามาจนถึงปัจจุบันตั้งแต่ได้รับเกียรติไปแปะเป็นแซมเพิ่ลในเพลง Thank You จากอัลบั้ม Back To Basicและล่าสุดกับเวอร์ชั่นอิเล็คโทรนิคสุดเปรี้ยวกับ Genie 2.0 ในงานอัลบั้มรวมฮิตชุดแรกของเธอ Keeps Gettin' Better : A Decade Of Hits ในฐานะSignature Songที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับหนึ่งจากเธอ

What A Girl Wants (3/5) อันที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ซิงเกิลที่สองที่ทางสังกัดวางไว้คือ So Emotional (ต๊ายยย เริ่ดน่ะค่ะ) แต่ด้วยความที่สัมผัสที่6ในตัวอีติ๊แรงกล้าว่า "ถ้าตัดออกมากูแป๊กแน่ๆ" บวกกับอีโก้ในช่วงแรกเริ่มและกลัวเสียหน้าจัดหล่อนก็เลยลุกขึ้นมาพิสดารใส่ต้นสังกัดเสียจนสยองไปกับลีลาการวีนของเธอไปตามๆกัน นอกจากจะออกปากไม่โปแรโมตตามแผนที่ทีมการตลาดวางไว้แล้วอีติ๊ยังจัดแจงขอโควต้าขึ้นแท่นเป็นหน้าฉากด้วยตัวเองโดยเอา What A Girl Wants มาร้องใหม่แม่งเลยโดยทำเก๋พลิกจากเวอร์ชั่นเดิมที่เป็นสโลแจมอาร์แอนด์บี พ็อพซังกะตายสู่อารมณ์ทีนพ็อพบับเบิ้ลกัมใสๆที่เพิ่มชีวิตชีวาด้วยโพรแกรมมิ่งเต้นรำแบบอัพเทมโปอ่อนผสานกลิ่นอายอาร์แอนด์บีและบีบสูตรสำเร็จของความเป็นบับเบิ้ลกัมพ็อพแบบทีนดิว่ายุค90เข้าไปคลุมทิศทางได้อย่างอยู่หมัด (ต๊ายยยย ที่หายไปเสียนานนี่คือไปงัดกับต้นสังกัดนี่เอง) ซึ่งผลลัพธ์จากการเสียเวลาทำสงครามกับต้นสังกัดก็ออกมาคุ้มค่าอย่าน่าอัศจรรย์ใจนะคะเนื่องจากเพลงนี้สามารถทะยานขึ้นไปถึงอันดับ1บนบิลด์บอร์ดชารต์ได้ถึงสองสัปดาห์ซึ่งเป็นเครื่องการันตีได้อย่างดีว่าความสำเร็จจากซิงเกิ้ลแรกไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด

I Turn To You (4/5) : ซิงเกิ้ลที่สามตัวเพลงที่ตัวเพลงคัฟเวอร์มาจากเพลงในปี1996ของ All-4-One นะคะโดยออริจินัลเวอร์ชั่นเป็นซาวนด์แทร็คประกอบภาพยนตร์เรื่อง Space Jam นะคะ สำหรับเวอร์ชั่นของติ๊สลัดมาทำเป็นอดัลท์คอนเทมโพลารีย์พ็อพบัลลาดสุดทรงพลังที่ผสานเสน่ห์ในการนำเสนอโดยการเจือความเป็นอาร์แอนด์บีจางๆลงสู่ภาคดนตรีรวมถึงการถ่ายทอดด้วยน้ำเสียงการ้องแบบพ็อพบัลลาดที่ผสานความเป็นโซลกึ่งๆอันเป็นเอกลักษณ์เช่นเดิม ส่วนตัวแล้วค่อนข้างเสียดายนะคะที่เพลงนี้ไปได้ดีที่สุดแค่อันดับ3บนบิลด์บอร์ดแต่อย่างไรก็ตามในแง่ของความสำเร็จในระยะยาวที่บุกตลาดพวกอดัลท์คอนเทมโพลารีย์และEasy Listeningแล้วส่วนตัวถือว่าเพลงนี้พิสูจน์ตัวเองได้ดีเลยทีเดียว ง่ายๆอย่างในบ้านเราเวลาจะมีรวมฮิตประเภทรักตลอดกัลปาวสานรักกันไปยันโลกหน้าอะไรนั่นจะเห็นชื่อของคุณนายคริสทิน่า อากิเลร่ากับ I Turn To You ตามมาหลอกหลอนเป็นประจำแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมาร่วม8-9ปีแล้วกตาม เจ้ากรรมนายเวรเขายังไม่ตามมาทักทายกันถึงขนาดนี้เลย หึหึหึหึ

Come On Over Baby (All I Want Is You) (4/5) ปิดท้ายความสำเร็จกับซิงเกิ้ลสุดท้ายที่สามารถทะยานขึ้นไปปลูกบ้านบนอันดับหนึ่งบิลด์บอรืดเช่นเดิม เป็นอีกแทร็คนะคะที่คริสทิน่าแผลงฤทธิ์ใส่ทีมการตลาดโดยยัดเยียดไอเดียและวิสัยทัศน์ที่สอดรับกับตลาดของเธอลงไปชนิดไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมและหัวหงอกหัวดำโดยภาคดนตรียังคงยืนพื้นเช่นเดียวออริจินัลเวอร์ชั่นที่เป็นพ็อพแดนซ์ผสานบับเบิ้ลกัมพ็อพ อาร์แอนด์บีและทีนพ็อพดิสโก้หากแต่เวอร์ชั่นอีติ๊ทำเก๋โดยการใส่อิทธิพลของความเป็นสตรีทอาร์แอนด์บีและฮิพฮอพอ่อนๆรวมถึงแทรกท่อนแร็พเจ็บๆที่ขอบอกตามตรงนะคะว่าหล่อนแร็พออกมาได้ร่านผสานฮามากๆฟังแล้วประสาทรั่วไปเลย แอร๊ยยย วันหลังกรุณาอย่าแร็พเองนะคะช่าขอ! นับว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวที่อีติ๊เล่นเสียวใส่ต้นสังกัดมากๆกับแฟชั่นและการนำเสนอตัวตนของหล่อนทั้งภาพลักษณ์และแนวเพลงจากซิงเกิ้ลนี้หลังจากเม้งกับต้นสังกัดอย่างสนุกสนานตลอดกาลโปรโมตอัลบั้มเปิดตัวอันแสนจะหฤหรรษ์นี้ อย่างไรก็ตามบทสรุปการลองผิดลองถุกในครั้งนี้ลงเอยด้วยการพบทิศทางที่ใช่พร้อมความสำเรจในระยะยาวฐานะที่เป็นหนึ่งในซิงเกิ้ลพ็อพที่เป็นตัวแทนนำเสนอเอกลักษณ์ของศิลปินทีนพ็อพปลายทศวรรษ90ได้อย่างเหนือชั้นนะคะ

แทร็คอื่นๆ

Love For All Season (3.5/5) อาร์แอนด์บี พ็อพบัลลาดเพราะๆที่ส่วนตัวประทับใจในความน้ำเน่าหากแต่ช่างคิดของภาคเนื้อหาที่โดยผิวเพินแล้วอาจจะไม่มีอะไรแตกต่างไปจากทีนพ็อพบัลลาดหวานๆเกลื่อนๆในยุคนั้นหากแต้ถ้ามาพิจารณากันดีๆล่ะก็ส่วนตัวสัมผัสถึงชั้นเชิงและความพิเศษในตัวที่ฉายค่าความแตกต่างของแทร็คนี้ออกมาอย่างน้อยสิ่งหนึ่งก็คือความเป็นจริงของภาคเนื้อหาที่ระบายนิยามของความเสียสละที่ควบคู่กับความรักออกมาบนภาคดนตรีและการเรียบเรียงแบบง่ายๆหากแต่เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกที่เข้าถึงและจับต้องได้จริงๆทุกยุคสมัย When You Put Your Hands On Me (3/5) ต๊ายยยยยยย แร่ดมากกกกกกกกกกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆค่ะเพลงนี้ตัวเพลงยืนพื้นที่พ็อพเต้นรำผสานบีทสโลแจมอาร์แอนด์บี พ็อพเนิบนาบสวยๆได้อย่างลงตัว แต่ไม่มีอะไรจะกิ๊บเก๋และเป็นไคล์แม็กซ์ไปได้มากกว่า "ความแร่ด" ที่เจิดจรัสเปล่งประกายออกมาจากสรรพสำเนียงทุกถ้อยพยางค์ของอีติ๊อีกแล้ว ดอกนี่พร้อยเลยเชียวค่ะแค่ฟังดูก็รู้เลยว่าเป็นความแร่ดที่ระเบิดออกมาจากสันดานดิบจริงๆปราศจากการปรุงแต่งและเสแสร้งใดๆ หึหึหึหึ อีติ๊นี่หาที่สิ้นสุดได้ยากยิ่งจริงๆ แทร็คถัดไป Love Will Find A Way (2/5) ทีนพ็อพบับเบิ้ลกัมที่เจือความเป็นพ็อพเต้นรำสนุกๆเป็นแทร็คที่เพราะติดหูและความหมายโอเคเลยทีเดียวแต่ส่วนตัวไม่ประทับใจวิธีการนำเสนอที่ค่อนไปทางเสร่อและกะโหลกกะลาจนช่ารับมิด้ายยยยยยยยยย!!!!มันฝื้ดดดดด ฝืดๆๆๆๆๆๆ ต่อด้วย Somebody's Somebody (3/5) เป็นอีกหนึ่งแทร็คที่เดี๊ยนโปรดปรานสุดๆในช่วงนี้เลยทีเดียวทีนพ็อพใสๆผสานติ่งของอาร์แอนด์บีจางๆเข้ามาเสริมทัพกับความเป็นบับเบิ้ลกัมพ็อพสไตล์ทีนดิว่าได้อย่างเหนือชั้น ส่วนตัวเป็นแทร็คที่ค่อนข้างพิเศษสำหรับเดี๊ยนด้วยความที่ฟังแล้วหวนระลึกถึงหลายสิ่งหลายอย่างในช่วงวัยรุ่นกับภาคอารมณ์ที่ตีโจทย์ความแรดของวัยเห่อประจำเดือนได้อย่างถึงกึ๋นถึงไส้โดยแท้ แถมเสียงอีติ๊ก็คงความแร่ดได้เสมอต้นเสมอปลายตั้งแต่เผยอปากโน๊ตแรกยันท่อนเฟดเอ๊าท์หวีดลาตายได้อย่างมั่นคงตลอด5นทีกับอีก3วิได้อย่างไม่มีตก (ไม่หน้าเชื่อว่าจะมีมนุษย์ตนใดจะแรดได้เสถียรเถรตรงขนาดนี้หล่อนนี่ถ้า) สะท้อนกมลของอีติ๊และนิยามของคำว่าแรดได้อย่างครบถ้วนในแทร็คเดียวโดยไม่ต้องเสียเวลาไปเปิดพจนานุกรมใดอ้างอิง ต๊ายยย หล่อนนี่ท่าทางจะใช้วัตต์เต็มนะคะเนี่ยเสียงหล่อนนี่โซลไม่โซลไม่รุ้ค่ะแต่ความแร่ดของหล่อนนี่ออกมาจากเบื้องลึกของโซลจริงๆ อู๊ยยยย ฟังแล้วขนลุก ไม่น่าล่ะเพลงในอัลบั้มแรกของหล่อนถึงได้ดังที่ฝั่งอเมริกานัก So Emotional (4/5) แทร็คที่ก่อนหน้านี้เคยมีบารมีสูงส่งจนเกือบจะได้เป็นซิงเกิ้ลที่สองล่ออีติ๊ซะเกือบลมจับทีเดียวนะคะ ส่วนตัวก็คิดว่าเก๋อยู่นะคะเป็นหนึ่งในแทร็คที่ประทับใจที่สุดของงานชุดนี้เลยทีเดียวกับตัวเพลงที่ส่วนตัวขอจัดให้อยู่ในกลุ่มพ็อพอาร์แอนด์บีแม้ว่าความเป็นพ็อพจะสูงโด่งคุมทิศทางทั้งหมดอยู่บ้างก็ตามแต่พิจารณาจากลูกเล่นการร้องที่เป็นโซลและบีทสโลแจมอาร์แอนด์บีเจือความเป็นฮิพฮอพอ่อนๆในภาพรวมแล้วถือได้ว่ากล้อมแกล้มจับวางในหมวดพ็อพอาร์แอนด์บีที่มีความเป็นพ็อพสูงมากๆก็เท่านั้น อย่างไรก็ตามส่วนตัวคิดว่าอีติ๊นี่มีวิสัยทัศน์ที่ดีนะคะเพราะเห็นด้วยที่ว่าเพลงนี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งแก่การเป็นซิงเกิ้ลในช่วงแรกๆเนื่องจากขายยากทั้งในแง่ของความติดหูและพลังในตัวเพลงในขณะที่แทร็คอื่นๆในอัลบั้มสามรถเป็นตัวเลือกในการปูทางสู่ความสำเร็จได้ดีกว่า แต่จะว่าไปถ้าคิดจะตัดเป็นซิงเกิ้ลที่5ก็พอจะมีอนาคตอยู่โดยอาจจะรีมิกซ์ให้ตัวเพลงมีความเป็นเออร์บันที่สูงขึ้นและนำแร็พเพอร์มาฟีทเจอริ่งแบบที่เจโลหรือมารายห์ชอบทำไปเลยไม่ก็ตัดคู่กับ Blessed (4.5/5) อีกหนึ่งแทร็คที่ส่วนตัวเห็นว่าดีที่สุดในอัลบั้มนี้กับภาคดนตรีที่เป็นอาร์แอนด์บี พ็อพใสๆเย็นๆที่ผสานอารมณ์พ็อพซลหวานๆลอยละล่องคุมทิศทางพร้อมกับภาคเนื้อหาอันน่าประทับใจด้วยวาทะศิลป์ที่ไพเราะเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งสะกดใจผู้ฟังอยู่หมัดแน่นอน ลองเอาความเป็นEasy Listeningที่ติดหูจัดๆขนาดนี้ผนวกเข้ากับแทร็คตลาดๆกะขายตบด้วยบารมีบนชาร์ตในช่วงนั้นเข้าสู้จะไม่เกิดอีกสักเพลงก็ให้มันรู้ไป ปิดอัลบั้มด้วย Obvious (4/5) กับอีกหนึ่งอดัลท์คอนเทมโพลารีย์บัลลาดเพราะๆที่ภาคการนำเสนอมีกลิ่นอายของความเป็นโอลด์สคูลบัลลาดและลูกเล่นแบบอาร์แอนด์บีโซลจางๆที่ชวนให้นึกถึงการนำเสนอของมารายห์ในช่วงอัลบั้มแรกหากแต่ของคริสทิน่าจะมาในแนวที่หวานกว่าไม่ดิบกร้าวและทรงพลังเท่า นับว่าเป็นการเลือกแทร็คในการปิดตัวได้อย่างสวยงามน่าประทับใจเข้าขั้นมืออาชีพเลยทีเดียวส่วนตัวชอยที่เธอทุ่มเต็มที่และละเมียดละไมกับทุกแทร็คในอัลบั้มอย่างเสมอต้นเสนมอปลายหากแต่ยังสามารถทิ้งท้ายให้ผู้ฟังโหยหาที่จะติดตามเป็นส่วนหนึ่งในการผจญภัยครั้งต่อไปกับเธอ

สรุป

โดยส่วนตัวเชื่อว่างานชุดนี้อาจจะไม่เข้าขั้นงานคุณภาพในอุดมคติของใครหลายๆคนนะคะ แต่สำหรับเดี๊ยนประทับใจในฐานะที่เป็นตัวแทนที่ดีที่สุดงานหนึ่งของทีนพ็อพคุณภาพที่นำเสนอเอกลักษณ์และอิทธิพลของวัฒนธรรมในการทำดนตรีของคนเจเนอเรชั่นปลายทศวรรษ90ได้อย่างเฉียบขาดอีกหนึ่งชุดเลยทีเดียว เหนือสิ่งอื่นใดคือเป็นงานที่ตัวตนของคริสทิน่า อากิเลร่าได้อย่างครบถ้วนทุกแง่มุมไม่เพียงแต่ในฐานะพ็อพไอค่อนหากแต่ยังรวมถึงในฐานะเด็กผู้หญิงและวัยรุ่นธรรมดาๆคนหนึ่งซึ่งเป็นตัวแทนในการถ่ายทอดอารมณ์และวัฒนธรรมทางความคิดของวัยรุ่นเจเนอเรชั่นใหม่ผ่านอิทธิพลทางตัวเธอสู่โลกดนตรีได้อย่างมีครบรสมีชั้นเชิง และแน่นอนคริสทิน่าคนเดิมเมื่อ10ปีที่แล้วเธอยังคงโลดแล่นอยู่ในความทรงจำของเดี๊ยนทุกครั้งเมื่อเดี๊ยนหลับตาและเปิดงานชุดนี้ ความทรงจำและแรงบันดาลใจจากเธอเมื่อวันวานยังคงทรงพลังและสดใหม่ราวกับว่าวินาทีเหล่านั้นไม่เคยเดินจากไปไหน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น