วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552

B.R.M.C : Take Them On,On Your Own : 94%



Black Rebel Motorcycle Club : Take Them On,On Your Own : 94%


รูปแบบเพลง

มีงานดีๆจากศิลปินหลายท่านที่ประมาณ5-10ปีก่อนหน้านี้เดี๊ยนเคยมองข้ามไปเนื่องจากหูไม่เหล็กพอที่จะรับฟังรวมถึงรสนิยมทางดนตรี วัยวุฒิ ศักยภาพทางดนตรีการตีความและทันคติไม่ล้ำลึกพอที่จะเข้าถึงความเก๋และสาส์นที่เขาสื่อ หนึ่งในนั้นมีชื่อของ Black Rebel Motorcycle Club อยู่ด้วยในฐานะที่นอกจากพวกคุณเธอจะทำดนตรีร็อคได้แปลกแหวกมันส์สะใจไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขา (อันนี้ไม่นับที่ทางวงมีมือกลองรูปงามสะโอดสะองอย่างนายนิค แจโคที่เป็นสมบัติล้ำค่าแห่งวงนะคะ)

ส่วนตัวรู้สึกแปลกใจและงงตัวเองมากๆที่ช่วงสองสามปีนี้ชอบวงนี้มากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากเมื่อ6ปีที่แล้วที่เพื่อนจากอังกฤษซื้อมาฝากเดี๊ยนเปิดฟังแค่สองแทร็คแรกแล้ววางเลยจริงๆ อู๊ยยย!!!! มันช่างดิบสดเก๋ไก๋ระคายหูอันบอบบางของเดี๊ยนอะไรเยี่ยงนี้ทนฟังไม่ได้จริงๆค่ะ ถึงขั้นขยาดเก็บใส่กล่องจนเวลาผ่านไปประมาณสี่ปีจึงมาเกิดพุทปัญญาเห็นค่าความดีกับชาวบ้านเขา งานชุดนั้นคือ Take Them On,On Your On สตูดิโออัลบั้มชุดที่สองที่วางขายเมื่อปี2003ซึ่งเป็นการผสานรสชาติของดนตรีไซคลีเดลิกร็อคจัดจ้านเข้ากับร็อคแอนด์โรลย้อนยุคสดดิบและโพสท์พั้งค์แรงๆกระแทกยอดหน้าก่อนจะไปคว้าเอารสชาติชูเกสซิ่งแบบอังกฤษจ๋าที่มีทั้งการาจ โพรเกรสซีฟ อินดี้ร็อคและโลไฟอัลเทอเนทีฟจวบจนหนีไปเล่นกับซาวนด์อคูสติคที่เป็นบลูส์ร็อคผสานคันทรีย์โฟล์คจ๋าแบบอเมริกาน่าก็มีมาเคียงคู่ไปกับภาคเนื้อหาที่ว่าด้วยเรื่องของเซ็กส์ ศาสนา การเมือง ความรัก สัจธรรมรวมถึงหลายสิ่งที่เป็นกระจกสะท้อนให้เห็นความเป็นไปอันน่าสะพรึงของวัฒนธรรมอันเลือดเย็นในสังคมมนุษย์ยุคปัจจุบันได้อย่างดี

จุดด้อย

ถ้าใครไม่ชินกับแนวนี้ประสาทกินแน่ค่ะด้วยความที่มันอินดี้และโลไฟชนิดระทึกขวัญไปนิดแต่ถ้าฟังผ่านแล้วก็ไม่ได้ฟังยากอะไรมากมายเลยนะ ที่แน่ๆเพลงดีจริงๆนะคะไม่โกหก


แทร็คเด็ด

ถ้าจะเอาความเด็ดในแง่ของความเป็นมิตรกับรูหูล่ะก็เชิญจิ้ม We're All In Love (4/5) ที่เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นคอร็อคหรือไม่เพลงนี้มันสามารถติดหูคุณชะงัดแน่นอนค่ะ ด้วยโครงสร้างดนตรีแบบอัลเทอเนทีฟอินดี้ร็อคย้อนยุคที่บีบความเป็นพ็อพจ๋าและความหมองหม่นแบบโพสท์กรั๊นจ์ที่เมโลดี้ละเมียดละไมเลิศเลอคล้ายๆนั่งกรี๊ดเพลง Nirvana ยังไงยังงั้น สำหรับคนที่ชอบของหนักๆก้คงโดนกันไปเต็มเบ้าตั้งแต่แทร็คแรกอย่าง Stop (5) ซิงเกิ้ลแรกที่เป็นไซคลีเดลิกอินดรี้ร็อคเข้มๆกับการปะทะกันตั้งแต่ความเก๋าของซาวนด์ชูเกสซิ่ง การาจ พั้งค์และซินธิ์ร็อคไปยันความระห่ำดิบสดแบบโลไฟอัลเทอเนทีฟดุดันแคว่กคว่ากกกหากแต่มันสวยงามและเข้มถึงใจชนิดที่แนสทิน่าคนสวยใช้บริการไม่ต่ำกว่าวันละ4รอบ บรรลุสัจธรรมที่ว่าความรักทำให้คนตาบิดอีกคำรบแล้วค่ะ ชะเอิงเอย มาที่ US Government (4/5) กับ Going Under (4.5/5) ที่ทำออกมาเอาใจคอโพสท์พั้งค์ (กรี๊ดดดดดดดดด) กับภาคเนื้อหาขบฏรุนแรงเกรี้ยวกราดหากแต่เป็นปัญญาชนอย่างยิ่งนะคะ โดยแทร็คแรกเป็นการหยิบระบอบการปกครองและทัศนคติแบบทุนนิยมสุดจิตวิญญาณของอเมริกามาสับ ถอง จิกหัวและกระทืบชนิดที่ไม่เหลือเสี้ยวชิ้นดีในขณะที่แทร็คหลังว่าด้วยการยืนหยัดบนศักดิ์ศรีและความแข็งแกร่งเพื่อที่จะก้าวผ่านความทรมานและอ้างว้างจากความรู้สึกไร้ตัวตนที่สังคมมอบให้ เด็ดดวง สลับมาฟังอคูสติคเพราะๆกันใน And I'm Aching (4.5/5) ที่ฟังครั้งแรกแล้วแอบตกใจเพราะส่วนตัวไม่คิดคาดว่าจะได้ฟังคันทรีย์โฟล์คผสานบลูส์ร็อคเข้มข้นกลิ่นอายอเมริกาน่าจ๋าๆจัดๆจากวงนี้ (ก็แหมทั้งอัลบั้มมีแต่ร็อคกับพั้งค์) แต่ส่วนตัวประทับใจที่ยังอุตส่าห์กระหน่ำความดิบด้วยการหยอดลูกเล่นของโลไฟและไซคลีเดลิกเข้าไปจนไม่สูญเสียเอกภาพแต่อย่างใด จะว่าไปก็เกือบๆจะเข้าขั้นโพรเกรสซีฟบลูส์กราสนะคะเนี่ยถ้าใส่ความบลูส์ คันทรีย์และร็อคแบบอเมริกาน่าที่จัดกว่านี้ นับเป็นการปูทางไปสู่ Howl งานชุดถัดไปที่มาสไตล์อเมริกาน่าและอัลเทอเนทีฟคันทรีย์จัดๆประมาณนี้แหละ


In Like The Rose (4.5/5) โลไฟอัลเทอเนทีฟอินดี้ร็อคติดพั้งค์หลอนๆลอยละล่องดิบกร้าวกับภาคเนื้อหางามระยับบาดจิตวิญญาณ เช่นเดียวกับ Generation (5) ที่สานต่อความเหนือชั้นทางวามะศิลป์บนภาคดนตรีที่ผสานการาจร็อคเข้ากับพั้งค์ อินดี้และอัลเทอเนทีฟได้อย่างทรงพลังซึ่งภาคเนื้อหาสามารถสะท้อนถึงความเป็นไปของวัฒนธรรมในสังคมมนุษย์ยุคปัจจุบันที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอำมหิตและเชี่ยวกรากได้อย่างดี สิ่งที่เป็นสัจธรรมแม่งมักจะออกมาเศร้าแบบนี้เสมอ หึหึหึ ส่งท้ายด้วย Six Barrel Shotgun (5) แทร็คที่เดียนโปรดปรานที่สุดในอัลบั้ม ตัวเพลงเป็นฮาร์ดคอร์พั้งค์ผสานดีทรอยด์การาจหนักหน่อวงส่วนตัวขอยกให้เป็นภาคต่อที่ทรงคุณภาพแลบะความมันส์ในระดับที่เหนือชั้นพอๆกับ Whatever Happened To My Rock'N'Roll จากงานชุดที่แล้วทีเดียว


สรุป

เมื่อวันวานอาจจะไม่ใช่งานที่อยากจะเข้าใกล้นะคะแต่เมื่อ4ปีที่แล้ว (2006) ช่วงที่รสนิยมกลายพันธุ์ได้ห่ามและรวดเร็วมากๆพอไปขุดงานชิ้นนี้ขึ้นมาฟังแล้ว รู้สึกเสียดายมากๆที่เมื่อ3ปีก่อนหน้าความรู้สึกๆดีๆในงั้นนั้นมันผ่านไปโดยที่ไม่มีพวกเขา ว่าแล้วก็แอบกรอกใบสมัครเป็นแฟนจ๋าอย่างเงียบๆและก็รอแล้วรอแล่ารอวันที่สามารถจะรีวิวงานชุดนี้ออกมาได้ในระดับที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลาบอร์ดไปรอบนึงแล้วก็ยังไม่ได้รีวิวดังนั้นกลับมาเยี่ยมบอร์ดในวันนี้ก็ขอเขียนถึงพวกตัวซะเลยแล้วกันนะคะ จะจะข้ามทศวรรอยู่แล้วช้าไปมั้ยเนี่ย หึหึหึหึหึ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น