วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Lady Gaga:The Fame : 72%



Lady Gaga:The Fame : 72%


รูปแบบเพลง


The Fame เป็นการบรรยายแรงบันดาลใจของความหลงใหลในชื่อเสียง ความทะเยอทะยานในอำนาจเงินตรา การคารวะทัศนคติและวัฒนธรรมในการดำเนินชีวิตแบบสุดโต่งตลอดจนความปิติในการปล่อยใจให้มัวเมาและจมอยู่กับความลุ่มหลงอยู่กับวัฒนธรรมอันไม่จีรังแห่งโลกมายาลงสู่โลกแห่งเสียงดนตรีได้อย่างมีมิติถ่ายทอดบนภาคดนตรีอิเล็คโทรแดนซ์-พ็อพสุดล้ำผสานด้วยดนตรีแห่งวัฒธรรมากระแสหลักหลากชนิดทั้งอาร์แอนด์บี ฟั้งค์ เทคโน ดิสโก้ รสชาติของกลิ่นอายซินธ์พ็อพและนิวเวฟยุค80 ตลอดจนอิทธิพลของซาวนด์เออร์บันแบบฮิพฮอพไล่ไปถึงเรโทรจัดๆบนความเป็นแกลมร็คยุค70ได้อย่างกลมกลืน รวมถึงระบายจินตนาการและวิสัยทัศน์ในกาทรสร้างสรรดนตรีอันสุดโต่งที่เนรมิตเอาทั้งศิลปะและแฟชั่นให้มาโลดแล่นลงสู่โลกของเสียงเพลงได้อย่างมีชั้นเชิง ส่วนตัวขอยกให้งานชุดนี้เป็นหนึ่งของอัลบั้มพ็อพที่เป็นตัวแทนของนิยามดนตรีแห่งยุคอนาคตเลยทีเดียว


จุดด้อย
ไอ้ที่ว่าทำเพลงได้เก๋จัดๆนี่ฟังแล้วไม่ปฏิเสธแน่นอนค่ะว่า "เธอคนนี้มีวิสัยทัศน์และแรงจริง" ฟากแต่ในความเก๋จัดๆนั้นยังมีกลิ่นอายอิทธิพลของมาดอนน่า เฟอร์กี้และที่สำคัญ "เกว็น สเทฟานี่" ที่เธอยังสลัดไม่หลุด อย่างไรก็ตามเชื่อว่าถ้าพิสูจน์ตัวเองอีกสักแอัลบั้มนี้เชื่อว่าเธอคนนี้ต้องขัดเกลาศักยภาพทางดนตรีและเจียระไนวิสัยทัศน์อันเปรี้ยวเข็ดฟันทรงพลังในตัวและระเบิดออกมาอย่างจัดจ้านและมั่นคงอย่างแน่นอน เพราะส่วนตัวเชื่อว่าความสามารถเธอคนนี้ไม่แพ้ใครอยู่แล้ว
ป.ล. 9แทร็คแรกนี่ดีมากๆเลยทีเดียวแต่หลังจากนั้นมีบางแทร็คเริ่มเหลวๆนะคะ ในงานชุดหน้ารบกวนกรุณาตัดบางแทร็คที่มันไม่ได้ช่วยเติมเต็มออกไปจะดีมาก


แทร็คเด็ด

เริ่มด้วย Just Dance (4.5/5) ซิงเกิ้ลแรกที่สามารถบ่งบอกภาพรวมของตัวงานได้อย่างดีทั้งในแง่ของเนื้อหาและทิศทางดนตรีบนภาคการนำเสนอแบบอัพเทมโปอิเล็คโทรแดนซ์-พ็อพที่ผสานลูกเล่นความเป็นเรโทรแบบซินธ์พ็อพและฟั้งค์กี้ย์ช่วงยุค80เข้ากับความร่วมวมัยของสรรพสำเนียงอาร์แอนด์บีก่อนจะตบด้วยบีทเทคโนตึ๊บๆเข้าไปคลุมทิศทางได้อย่างมีมิติ เป็นหนึ่งในเพลงเต้นรำที่ดีที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาในช่วงหลายปีนี้เลยทีเดียว ในขณะเดียวกัน Poker Face (4.5/5) ที่ตามมาเป็นซิงเกิ้ลถัดไปก็สามารถต่อยอดความสำเรจได้อย่างงดงามอีกระดับกับสถิติอันดับหนึ่งทั้งฝาก US และ UK รวมถึงเปแ็นตัวแทนแห่งนิยามเพลงเต้นรำยุคอนาคตได้อย่างดีเลยทีเดียว ตัวเพลงเปนอิลเ็คโทรพ็อพเต้นรำที่ผสานลูกเล่นของความเป็นดาร์คอัลเทอเนทีฟของสรรพสำเนียงอาร์แอนด์บีฮิพฮอพและลักษณะการร้องที่กระด้างเยือกเย็นไร้ความรู้สึกหากแต่เปรี้ยวเก๋ทรงพลังสไตล์โรโบติคที่เหนือชั้นด้วยการแทรกภาคเนื้อหาเกี่ยวกับทัศนคติของรักร่วมเพศได้อย่างแยบยล ต่อด้วย Love Game (4.5/5) เออร์บันพ็อพแดนซ์ที่ผสานการเนรมิตระหว่างบีทอิเล็คโทรนิคเก๋ๆเข้ากับความเป็นอาร์แอนด์บีฮิพฮอพเปรี้ยวๆได้อย่างทรงเสน่ห์เคียงคู่กับการนำเสนอสาส์นที่ทรงพลังจากลัทธิวัน ไนท์ สแตน ได้อย่างดี เก๋และเกย์มากๆๆๆๆ สลับมาฟังพ็อพใสๆสไตล์คาลิพโซ่เพราะๆกันใน Eh,Eh (Nothing Else I Can Say) (4/5) ที่เป็นการผสมผสานภาคโอลด์สคูลของซินธิ์พ็อพช่วงยุค80เข้ากับมิดเทมโพยูโรพ็อพบัลลาดช่วงยุค90ได้อย่างมีชั้นเชิงเพราะและหาฟังได้ยากพอดูช่วงยุคนี้ ขอชมที่กล้าทำออกมาให้ฟังกัน มาที่ Paparazzi (4/5) มิดเทมโพอิเล็คโทพ็อพที่ใส่เสน่ห์ความเป็นเรโทรแบบยุค80สุดเซ็กซี่ซึ่งเป็นอีกแทร็คที่สามารถสื่อสารหัวใจสำคัญของคอนเส็ปท์อัลบั้มได้อย่างดีกับภาคเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงความโหยหาและการยินดีที่จะสละทุกสิ่งเพื่อที่จะทะยานเข้าไปสัมผสกับชื่อเสียงและเสน่หา ส่วนตัวดื่มดำกับท่อนที่ว่า I'm Your Biggest Fan I'll Follow You Until You Love Me มากๆคิดว่ามันเป็นกระจกที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปต่างๆในสังคมโลกยุคปัจจุบันที่ "ชื่อเสียง" กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หลายคนตะเกียกตะกายไขว่คว้าเพื่อให้ได้มาสู่อ้อมกอดโดยไม่เลือกวิธี นับว่าเป็นการสื่อความเป็นไปของวัฒนธรรมทั่วสากลโลกได้อย่างแยบยล


The Fame (3.5/5) ไทเทิ่ลแทร็คที่ผสานบีทเต้นรำเข้ากับพ้อพร็อคติดฟั้งค์และอิทธิพลแกลมร็อคยุค70ได้อย่างดี ส่วนตัวชอบภาคการนำเสนอที่มีความเป็นแฟชั่นในตัวที่สูงเหนือระดับทีเดียว ในขณะที่ Beautiful,Dirty,Rich (4/5) อดีตมือวางอันดับหนึ่งที่จะเป็นซิงเกิ้ลที่สองก็มาในรูปแบบของโอลด์สคูลแดนซ์-พ็อพผสานฟั้งค์ โซล อาร์แอนด์บีและดิสโก้เข้ากับบีทเต้นรำอิเล็คโทรนิคอ่อนๆสุดล้ำยุค เก๋พอๆกับภาคเนื้อหาที่ว่าด้วยการค้นหารสนิยมของตนเอง ยึดมั่นในทัศนคติสุดแสนขบฏรวมถึงศรัทธาอย่างยิ่งยวในหนทางชีวิตที่ตยขีดเส้นเลือก เริ่ด!! สำหรับแทร็คที่ประทับใจที่สุดขอยกให้ Starstruck Fat. Space Cowboy&Flo Rida (5) ที่บูรณาการเอาความหลากหลายของภาคดนตรีเข้าด้วยกันอย่างมีเอกภาพตั้งแต่สรรพสำเนียงอาร์แอนด์บีเทคโนหลอมเข้ากับบีทอิเล็คโทรนิค ฟั้งค์และฮิพฮอพก่อนจะตบแน่นๆด้วยท่อนฮุคแบบพ้อพจัดๆ ผลลัพธ์ออกมาอวกาศมากๆเป็นอีกหนึ่งตัวแทนที่ดีของซาวนด์ดนตรียุคอนาคตเช่นกัน (จะว่าไปเสียงแร็พอีก้าแอบเหมือนเจโลมากๆนะคะเพลงนี้) ปิดท้ายด้วย Summer Boy (3.5/5) ที่ชุบชีวิตบรรยากาศสุดหอมหวานของนิวเวฟช่วงยุค80ที่ได้รับอิทธิพลอย่างยิ่งยวดมาจากบลอนดี้ย์ มาดอนน่าและเดวิด โบวี่เข้ากับภาคดนตรีพ็อพร็อคเท่ห์ๆผสานฟั้งค์และสกาใสๆ ผลลัพธ์ออกมาเป็นเกว็น สเทฟานี่ทั้งน้ำเสียงและดนตรีประดุจอัญเชิญวิญญาณลงทรง


สรุป


Pop Music Will Never Be A Low Brow

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น