วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Billie Holliday: Lady Day Swings! : 90%



Billie Holliday: Lady Day Swings! : 90%

รูปแบบเพลง

ตรงตัวค่ะ Lady Day Swings! เป็นอัลบั้มรวมเพลงสวิงเริ่ดๆของป้าบิลลี่ตั้งแต่ปี1935ถึง1940 ซึ่งเป็นยุคที่ดนตรีชาวผิวดำอย่างโซล,บลูส์และแจ๊ซซ์ เริ่มที่จะเข้ามาเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง (ไม่แน่ใจว่ายุคนั้นยังมีการสั่งห้ามไม่ให้แสดงเพลงแจ๊ซซ์ต่อหน้าสาธารณชนรึเปล่านะคะ) ถ้าเข้าใจไม่ผิดเป็นยุคที่สวิงของคนขาวได้ผสมกลมกลืนกับแจ๊ซซ์ของคนดำอย่างแยกกันแถบจะไม่ออกและดนตรีสองแนวนี้ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีในการนำเสนอและตอบสนองความต้องการในการทำเพลงของศิลปินยุคนั้น มาที่แนวเพลงของป้าในยุคนั้นยืนพื้นที่สวิงและแจ๊ซซ์เป็นหลักโดยมีกลิ่นอายของโซลและบลูส์หม่นๆเจือในตัวเพลงของป้าด้วย บางเพลงเริ่มที่จะกลายพันธุ์เป็นสแตนดาร์ดที่เป็นแจ๊ซซ์ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในยุคหลังจากนั้นจนถึงปัจจุบัน สำหรับเดียนประทับใจสุดๆกับภาคดนตรีที่สดและมีเสน่ห์มากๆ เมื่อได้ลองฟังแล้วขอรับประกันเลยว่างานชุดนี้จะพาคุณย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศและกลิ่นอายที่น่าตื่นตาตื่นใจของดนตรีช่วงยุค30 คุณจะรู้สึกเหมือนกับเข้าไปนั่งในแจ๊ซซ์คลับหรือภัตราคารหรูๆแล้วฟังเธอขับกล่อมสวิงหวานๆหอมๆ แม้ว่าคุณจะไม่เคยสัมผัสบรรยากาศดังกล่าวหรือจะเกิดหลังเพลงของเธอ50กว่าปีก็ตามเดี๊ยนเชื่อว่า Lady Day Swings! จะช่วยวาดภาพความรู้สึกนั้นในจินตนาการของคุณทุกที่ที่คุณเปิดมัน

จุดด้อย

อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่มีเอกภาพในตัวสูงมากๆ สามารถฟังได้ต่อเนื่องทุกแทร็คอย่างไม่มีสะดุดรวมไปถึงคุณภาพในตัวเพลงที่ส่วนตัวเห็นว่าสมบูรณืและละเมียดละไมชนิดแทร็คต่อแทร็คเรียกได้ว่าถ้าจะหาข้อบกพร่องในตัวเพลงแล้วหาได้ค่อนข้างยาก อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาในแง่ของความหลากหลายแล้วจะรู้สึกว่ามันมาอารมณืเดียวกันหมดทั้งอัลบั้ม คือเป็นสวิงเก๋ๆแจ๊ซซ์หรูๆที่การนำเสนอโขลกออกมาอารมณืเดียวกันหมด อย่างไรก็ตามเมื่อเอาทุกแทร็คมารวมกันก็ช่วยส่งให้อัลบั้มนี้เป็นงานแจ๊ซซ์ที่แข็งแกร่งและไหลลื่นตั้งแต่ต้นจนจบชนิดที่ไม่มีติดขัดใดๆ เหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องการฟังแบบรวดเดียวเริ่ดทั้งอัลบั้มมากกว่าจะมานั่งหาแทร็คที่ชอบเพียงไม่กี่แทร็คอีกเรื่องนอกประเด็นไปนิดแต่ก็อยากจะพูดถึงเพราะเห็นหลายคนเข้าใจผิดว่าเสียงของป้าจะต้องทรงพลังสุดเสียงโซลและดิบแบบคนดำสุดๆ ขอบอกเลยว่าคุณเข้าใจผิดและนั่นจะทำให้คุณผิดหวังเข้าขั้นอันตรายในการเสพย์งานของเธอ ป้าบิลลี่เสียงทรงพลังจริงค่ะแต่ป้าเป็นคนดำที่เสียงเล็กและเสียงของป้าไม่ได้ดิบหรือแหกปากซะกังวานถึงขั้นเบสซี่ สมิท,นีน่า ซีโมนส์,อรีธ่า แฟลงคลินหรือแพ๊ตตี้ ลาเบล ถ้าเทียบกับดิว่ารุ่นหลังๆอย่างป้าวิทนีย์ ฮุสทัน,มารายห์ แครีย์ไปจนถึงคริสทิน่า อากิเลรา เดี๊ยนคงจะต้องบอกว่าสามนางนี้แหกปากสู้ตายได้สะใจกว่ามากๆ แต่เหตุผลที่ป้าได้รับการยกย่องให้เป็นราชินีเพลงแจ๊ซซ์และมีเครดิตเหนือกว่าหลายๆชื่อที่กล่าวมา (ยกเว้นเบสซี่ สมิท) เนื่องจากเธอเรียนรู้เส้นเสียงของตัวเองและเลือกที่จะนำเสนอดนตรีให้ออกมาเข้าทางและเอื้ออำนวยต่อศักยภาพของตัวเธออย่างถึงที่สุด เธอสามารถฉีกตัวเองออกจากกรอบดิว่าแจ๊ซซ์ในยุคนั้นด้วยการครีเอทการอิมโพรไวท์ในแบบฉบับของตัวเอง



ซึ่งดูมีเอกลักษณ์และอิสระสุดๆ ดุลยภาพที่ป้าสร้างขึ้นระหว่างตัวเธอกับดนตรีที่เธอเลือกมันให้ผลลัพท์ออกมาไพเราะและน่าทึ่งสุดๆ บนท่วงทำนองที่หรูหราประณีต สรรพสำเนียงการร้องอันทรงเสน่ห์แลอารมณ์เพลงที่ถ่ายทอดออกมาจากจิตวิญญาณ มันทำให้งานดนตรีของบิลลี่ ฮอลิเดย์ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในงานดนตรีที่ดีที่สุดที่วงการเพลงอเมริกันได้รับจากศิลปินทุกยุคทุกสมัยเลยทีเดียว

แทร็คเด็ด

เริ่มต้นที่ What A Little Moonlight Can Do (5) สวิงหรูๆที่ถือว่าเป็นตัวแทนในการบ่งบอกภาพรวมของอัลบั้มได้อย่างดี ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังวเข้าไปนะงฟังการแสดงเปิดในคลับยุคที่เพลงสวิงยังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ขอชมที่ป้าสร้างความประทับใจครั้งแรกแก่เดี๊ยนได่อย่างวิเศษสุดๆ ต่อด้วย Let's Do It (5) ส่วนตัวคิดว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของงานชุดนี้ ตัวเพลงถูกเรียบเรียงออกมาเป็นสวิงหวานๆที่มีกลิ่นอายของเครื่องเป่าให้อารมณ์กึ่งสแตนดาร์ดเข้ามาผสม แลดูสูงชั้นมากๆค่ะ คิดว่าพวกคุณหญิงที่ชอบเพลงสุนทราภรณ์คงจะโอเคกับเพลงนี้กันเลยทีเดียว มาที่ He Ain't Got A Rhythm (4.5/5) กับ I Hear Music (5) สองเพลงเริ่ดๆ เพลงแรกเป็นเพลงของIrving Berlin นักแต่งเพลงบรอดเวย์ชื่อดัง ส่วนตัวเห็นว่าเป็นตัวแทนที่ดีในการบ่งบอกอัลบั้มแจ๊ซซ์ดีๆในยุคนั้น คุณก็แค่คัฟเวอร์เพลงคนอื่นออกมาในฉบับที่แตกต่างและเป็นตัวคุณที่สุดและป้าบิลลี่ตีโจทย์มันแตก ส่วนเพลงหลังเป็นสวิงแจ๊ซซ์สนุกๆเสริมทัพด้วยบลูส์หรูๆส่วนตัวรู้สึกถึงอาร์แอนด์บีนิดๆ (ไม่แน่ใจว่ายุคป้ารู้จักอาร์แอนด์บีกันรึยัง) สำคัญที่สุดชอบเนื้อเพลงค่ะ สวยงามและมีวาทะศิลป์น่าทึ่งมากๆ ทุกองค์ประกอบลงตัวสุดๆ ผลลัพธ์ออกมาหรูหราและกลมกล่อมมากๆ ทำหน้าที่ได้ดีทุกครั้งที่เปิดมัน
Spreadin' Rhythm Around (5) อีกหนึ่งสวิงสวยๆที่มาพร้อมกับอิทธิพลของดนตรีจัมพ์บลูส์และโซลอ่อนๆ เก๋ตรงที่มอบความรู้สึกที่สดเหมือนกับคืนชีวิตให้แก่ยุคนั้นกลับมาอยู่ตรงหน้าเราด้วยวิธีง่ายๆคือ "เพียงแค่เปิดมัน" แล้วมันจะสอนให้คุณรู้ว่า "นี่แหละสวิง" มาที่ Swing!Brother,Swing! (4.5/5) ตัวเพลงเป็นบลูส์แจ๊ซซ์ สวิงติดกลิ่นโซลหม่นๆเชิ่ดๆ ส่วนตัวชอบที่ป้าทำให้เรารู้ว่าการอิมโพรไวซ์ไปได้ไกลสุดถึงระดับไหน ดูเหมือนจะเรียบง่ายแต่ต้องยกย่องให้เป็นตัวอย่างที่ดีในการนำเสนอเพลงของป้ากับนักดนตรี ทุกคนรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวในขณะเดียวกันอัตลักษณ์แบบบิลลี่ ฮอลิเดย์ยังอยู่แบบครบถ้วน ปิดท้ายด้วย Them Their Eyes (4.5/5) เป็นเพลงแรกของป้าที่เดี๊ยนได้ฟังในชีวิต (ในThe Diva Series) ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นอีกสิบปีหลังจากนี้ (1949) มาที่ภาคนี้ป้าคัฟเวอร์มาจากนักร้องชายท่านหนึ่งในปี1931แต่เธอช็อควงการด้วยการเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเพลงของเธอไปตลอดกาล คือเป็นเพลงของคนอื่นก่อนหน้านี้แต่พอเธอมาร้องมันเหมือนกับแต่งมาให้เะอร้องเป็นคนแรกโดยเฉพาะ ถ้าคิดถึงป้าบิลลี่เดี๊ยนจะคิดถึงเพลงนี้เป็นเพลงแรกค่ะ

สรุป

ต้องขอบคุณพระเจ้าที่ประทานดนตรีลงมาบนโลกใบนี้ ทุกยุคทุกสมัยจะมีศิลปินที่เป็นที่นิยมและทำให้เดี๊ยนรู้สึกว่า เขาหรือเธอผู้นั้นเกิดมาเพื่อขับกล่อมดนตรีแก่เพื่อนมนุษย์ คงจะไม่ผิดถ้าจะบอกว่าบิลลี่ ฮอลิเดย์คือสมบัติอันล้ำค่าที่พระเจ้าประทานให้แก่มนุษย์ทุกคนที่รักดนตรีในยุคนั้นขณะเดียวกันพระองค์ก็ประทานให้ตำนานผู้นี้เป็นขุมทรัพย์ที่ทรงค่ามหาศาลให้แก่ชนรุ่นหลังผู้ซึ่งรักในเสียงดนตรีค้นหามาฟังต่อไป อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น