วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Nuyorican Soul : Nuyorican Soul : 90%


Nuyorican Soul : Nuyorical Soul : 90%


ก่อนที่จะเข้าสู่ตัวงานเดี๊ยนขอเกริ่นอะไรเล็กน้อยถึงแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้เดียนรู้จักและต้องการจะรีวิวงานเพลงชุดนี้ ทั้งหมดทั้งมวลขออุทิศความรัก ความเคารพและคำขอบคุณให้แก่ "นิตสารPOP" นิตยสารดนตรีสากลและไลฟ์สไตล์ที่เปรี้ยวและเก๋ที่สุดในประวัติศาสตร์นิตยสารดนตรีสากลของประเทศไทย ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจน่ารักๆแรงเดียวกันที่ทำให้เดียนรักงานรีวิวจนบันดาลให้เกิดสมญานามของ Da Nastina โลดแล่นในโลกไซเบอร์ในฐานะนักอดีตรีวิวของบอร์ดForwardmagมาร่วม6ปีและแน่นอนเป็นรงบันดาลใจที่สำคัญที่มอบชีวิตให้แก่ Blogspot ของเดี๊ยนที่คุณกำลังอ่านอยู่นี่โดยมีจุดประสงค์เพื่อที่จะสานต่อความรักในดนตรีสากลและงานเขียนวิจารณื ส่วนตัวเมื่อเอ่ยถึง "POP" สิ่งที่คิดถึงเป้นอันดับแรกเลยคือบรรณาธิการสาวสุดเปรี้ยวประจำสำนักอย่าง "พี่ตี้" สุรจักร์ (ธิชา) ชัยวรศิลป์ ผู้ที่ไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในปูชนียบุคคลที่มีอิทธิพลต่องานเขียนของเดี๊ยนที่เดี๊ยนเคารพยิ่งหากแต่เป็นผู้จุดประกายแรงบันดาลใจที่ทำให้คำว่า "ไร้ขีดจำกัด" เกิดขึ้นกับรสนิยม โลกทัศน์และวัฒนธรรมในการบริโภคดนตรีของเดี๊ยน และวันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เดีญนจะได้เขียนรีวิวอุทิศถึงความรักและควมคิดถึงที่มีต่อเธอและอดีตทีมงานนิตยสาร POP ทุกๆท่านผ่านงานรีวิวที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแนะนำและแบ่งปันรสนิยมทางดนตรีที่ดีของพี่ตี้รวมถึงความสุขที่ยิ่งใหญ่และอบอุ่นที่ได้รับจากนิตยสารเล่มนี้ในฐานะหนึ่งในเพื่อนที่ดีที่สุดของชีวิต และนี่คือโปรเจ็ค Nuyorican Soul จาก Masters At Work ค่ะ

รูปแบบดนตรี

ถ้าจะให้พูดถึงแวดวงของดนตรีเฮ้าส์เก๋ๆล่ะก็หนึ่งในชื่อที่ถุกกล่าวขานและเป็นที่ยอมรับในหมู่นักฟังขาเฮ้าส์ที่สุดคงหนีไม่พ้น Masters At Work ซึ่งเป็นการโคจรมาพบกันของสองคู่หูดีเจ รีมิกซ์เซอร์และโปรดิวซ์เซอร์ชื่อดังอย่าง "ลิทเทิ่ล" ลูอี้ เวก้า และ เคนนี่ย์ "โดพ" กอนซาเลส ที่นักฟังเพลงหลายท่านคงจะรู้จักชื่อของพวกเชาจากกิตติศัพท์อันลือลั่นของเพลง "To Be In Love" (เพลงโปรดเจ๊ตี้) ที่ขึ้นแท่นสู่ความเป็นหนึ่งในเพลงเฮ้าส์ที่คลาสสิคที่สุดตลอดกาล มาที่โปรเจ็คที่หยิบมารีวิวในชื่อ Nuyorican Soul ในปี1995 นับเปนการต่อยอดจากความสำเร็จในนามของ Masters At Work ก่อนหน้านี้ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามเและเป้นที่ยอมรับในหมู่ของนักฟังเพลงไปทั่วหัวระแหงกับดนตรีโซลเก๋ๆที่ผสานกลิ่นอายของความเป็นละทิน แจ๊ซซ์ ฟั้งค์กี้ย์ ดิสโก้รวมไปถึงเฮ้าส์หรูๆตามสไตล์ที่ทางวงถนัดก่อนจะตบความเด็ดดวงด้วยอิทธิพลของชิลล์เอ๊าท์สวยๆ อิเล็คโทรนิคอ่อนๆ ซาวนด์สแครชจากเทิร์นเทเบิ้ลแถมด้วยอารมณ์ของความเป็นโอลด์สคูลในบางแทร็คที่ทำให้นึกถึงความเป็นโซลในยุคโมทาวน์ต่อยอดมาถึงความเป็นนีโอโซลในช่วงยุค90ผสานความที่เป็นคลาสสิค อาร์แอนด์บี บลูส์และลูกเล่นแบบสแตนดาร์ดเพียโนกอสเพลที่แพรวพราวในตัว ก่อนที่จะบีบความเป็นพ็อพ จังหวะเต้นรำแบบเวิลด์มิวสิคและบรรยากาศของบลูส์โซลทรงเสน่ห์สไตล์แอฟริกันเข้าไปคุมทิศทางของหลายแทร็คในตัวงานได้อย่างอยู่หมัด

จุดด้อย

เป้นอีกหนึ่งงานที่ส่วนตัวกล้าที่จะการันตีว่ามีความสมบูรณ์แบบในเนื้องานสูงมากๆ ดนตรีในทุกแทร็คมีความสวยงาม พลิ้วไสวและชั้นเชิงลูกเล่นที่มีมิติน่าสนใจรวมถึงมีเสน่ห์เหนือกาลเวลาที่ไม่ว่าจะหยิบมาฟังในอีกกี่10ปีข้างหน้าเดี๊ยนเชื่อว่าก็จะยังสามารถสัมผัสได้ถึงความสวยงาม เก๋ไก๋และหรูหราของภาคดนตรีได้อย่างไม่มีเสื่อมคลายเลยทีเดียว รวมถึงต้องขอยืนยัน ณ ที่นี้เลยว่างานชุดนี้ไม่ใช่อัลบั้มโซลที่ฟังยากเนื่องจากส่วนตัวสัมผัสได้ถึงความเป็นพ็อพทีมีสัดส่วนในการคุมทิศทางของตัวงานได้สูงพอๆกับความเป็นโซล เฮ้าส์และชิลล์เอ๊าท์ในอัลบั้มเลยทีเดียว เพียงแต่มิติของลูกเล่นการนำเสนออาจจะซับซ้อน ข้นคลั่กและให้ผลลัพธ์ที่ออกมายากกว่าเพลงพ็อพในอุดมคติที่เคยชิน แต่ส่วนเชื่อนะคะว่าถ้าหลายคนได้ลองฟังจะตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว


แทร็คเด็ด

บ่งบอกภาพรวมของความเป็น Nuyorican Soul ได้อย่างดีใน I Am The Black Gold Of The Sun (4.5/5) ที่ได้สรรพสำเนียงแอฟริกันบลูส์โซลอันทรงเสน่ห์ของ Jocelyn Brow มาขับขานภาคดนตรีนีโอโซลที่ผสานทั้งความเป็นบลูส์ อาร์แอนด์บีและแจ๊ซซ์เล้าจ์นที่คลุกเคล้ากับบีทเต้นรำดาวน์เทมโพแบบฟั้งค์และพอิเล็คโทรนิคอ่อนๆก่อนจะตบด้วยกลิ่นอายของเฮ้าส์จางๆลอยละล่องตามด้วยอิทธิพลของลูกเล่นการนำเสนอแบบขิลล์เอ๊าทที่ให้อารมณ์ของบรรยากาศแบบแอฟริกันเวิลด์มิวสิคที่ฟังแล้วก่อให้เกิดจินตภาพถึงทุ่งหญ้าอันแห้งแล้งวหากแต่สวยงามตระการตาสลับกับภาพพระอาทิตย์เจิดจ้ายามรุ่งอรุณและวัฒนธรรมแห่งดำเนินชีวิตอันน่าตื่นตาตื่นใจไปตามวัฏจักรซึ่งเป็นมนตร์เสน่ห์อันลึกลับชวนของหายิ่งของอาณาจักรแอฟริกัน สลับจากมนตร์ขลังของแอฟริกันซาวนด์เก๋ๆมาสู่วัฒนธรรมของดนตรีโซลผิวดำอันหนักหน่วงชนิดเข้มข้นสะใจอย่างหมดจดในเวลาเพียงไม่กี่นาทีกับ It's Alright,I Feel It (5) โอลด์สคูลพ็อพโซลที่ยืนบนภาคดนตรีของสแตนดาร์ดเพียโนกอสเพลสุดอลังการสลับกับดนตรีเต้นรำสไตล์ฟั้งค์กี้ย์ ดิสโก้สวยๆแบบช่วงโมทาวน์ผสานกับสรรพสำเนียงแบบบลูส์โซลอาร์แอนด์บีดิบๆสุดอลังการของศิลปิน ฟังแล้วสะใจจนอยากกรี๊ด! มาที่ MAW Latin Blues (4.5/5) ละทินโซลจังหวะสนุกสนานที่เสริมทัพด้วยภาคดนตรีข้นคลั่กทั้งฟั้งค์กดี้ย์ ดิสโก้สวยๆรวมถึงแทรกอารมณ์ของเฮ้าส์พลิ้วๆเข้ากับจังหวะเต้นรำที่หลาหลายทั้งซัลช่า แซมบ้าไปจนถึงเร็กเก้อ่อนๆแบบละทิน อู๊ยยยย แซ่บ! ฟังแล้วสะใจจนมึนกันไปข้าง ปิดท้ายด้วยเพลงที่โปรดปรานที่สุดของงานชุดนี้อย่าง Runaway (5) ที่ส่วนตัวขอยกให้เป็นมาสเตอร์พีที่คลาสสิคตลอดกาลทั้งในนามของ MAWและNuyorican... กับภาคดนตรีพ็อพโซลสุดหรูหราที่ผสานด้วยอารมณ์เฮ้าส์พลิ้วๆเข้ากับจังหวะจะโคนของสกาและแอฟริกันแซมบ้าสวยๆตบท้ายอย่างเก๋ไก๋ด้วยการบีบความเป็นชิลล์เอ๊าท์เข้าไปยกระดับความสมบูรณ์แบบแก่ตัวเพลงจนถึงขีดสุด เป็นหนึ่งในเพลงที่ชอบที่สุดในชีวิตนี้!



สรุป

Nuyorican Soul คือหนึ่งในทางเลือกที่ฉลาดสำหรับคุณๆที่รู้สึกหวานอมขมกลืมกับความไม่เป็นสัปปะรดของวงการดนตรีสากลในยุคปัจจุบันและต้องการที่จะคืนรสชาติแห่งความสุขและชีวิตชีวาแก่โลกแห่งเสียงเพลงของคุณโดยย้อนกลับสู่แรงบันดาลใจในวันวานกับดนตรีโซลสนุกสนานและเฮ้าส์หรูหราพลิ้วๆที่เมื่อคุณได้เปิดใจลิ้มลองแล้วจะรู้ว่านิยามของความรู้สึกที่ว่า "ขอบฟ้าอยู่ใต้ฝ่าเท้า" มันเป็นอย่างไร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น