วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Michael Jackson : Thriller : 89%



Michael Jackson : Thriller : 89%

ก่อนที่จะตัดสินใจรีวิวอัลบั้มนี้ส่วนตัวขอสารภาพนะคะว่า "คิดหนัก" พอสมควร เนื่องจากเป็นการยากมากๆที่จะเลือกอัลบั้มที่มีความสมบูรณ์แบบในตัวสูงขนาดนี้มาใช้เปิดตัวการกลับมารีวิวอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้จับปากกามาร่วม5้เดือนซึ่งขอยอมรับเลยนะคะว่าส่วนตัวเกิดความไม่มั่นใจเอามากๆว่าจะสามารถทำมันออกมาได้ดีในระดับเดียวกับตอนที่ฟอร์มในฐานะนักรีวิวของเรายังสดอยู่แบบช่วงก่อนหน้านี้รึเปล่า ขอสารภาพทุกท่านอย่างไม่อายเลยว่า "กลัวและเกร็ง" จนเขียนอะไรไม่ออกไปร่วมครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียวเนื่องจากเดียนตั้งใจที่จะให้งานชุดนี้มันออกมาดีที่สุดเท่าที่ศักยภาพของเดี๊ยนจะไต่ไปได้ เพราะมันไม่ใช่แค่เป็นงานที่เปิดตัวการกลับมารีวิวของเดี๊ยนเพียงยังเดียวหากแต่เป็นงานที่เดี๊ยนตั้งใจจะหยิบยกขึ้นมาเพื่อสดุดีความยิ่งใหญ่ของหนึ่งในฐานะที่เป็นอัลบั้มเพลงพ็อพที่จุดประกายแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่และแผ่รัศมีอิทธิพลต่างๆที่สามารถจะเขย่างอุตสาหกรรมดนตรีทั่วโลกได้จวบจนปัจจุบัน มากไปกว่านั้นนี่คือครั้งแรกที่เดี๊ยนได้เขียนถึงศิลปินท่านนี้และเชื่อว่าคงยังไม่สายเกินไปที่จะเขียนรีวิวชิ้นนี้เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่การจากไปของปูชนียบุคคลแห่งอาณาจักรเพลงพ็อพท่านนี้ ขออุทิศความรัก ความเคารพ ความศรัทธาและทุกสิ่งทุกอย่างผ่านรีวิวชิ้นนี้ให้แก่ดวงวิญญาณของ "ไมเคิล แจ็คสัน" ราชาเพลงพ็อพผู้ยิ่งใหญ่บนบัลลังก์แห่งอาณาจัรดนตรีตลอดกาลค่ะ

ความสำเร็จ

โดยส่วนตัวแล้วเดียนมอง Thriller ว่าเปรียบเสมือนมหากาพย์บทที่เป็นสะพานทอดให้ชื่อของ "ไมเคิล แจ็คสัน" ต่อยอดขึ้นไปสัมผัสบัลลังก์แห่งอาณาจักรดนตรีในฐานะของ "ราชาแห่งเพลงพ็อพ" นับว่าเป็นอย่างก้าวสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่หลังจากที่สร้างชื่อในฐานะของสมาชิกวงJacksons Five และจากอัลบั้ม Off The Wall ในก่อนหน้านี้ก็คงจะไม่เกินความจริงไปเท่าใดนัก โดยการผจญภัยครั้งนี้ไมเคิลยังคงเลือกควินซี่ โจนส์ท่ได้เคยร่วมเดินทางด้วยกันในมหากาพย์ก่อนหน้านี้อย่าง Off The Wall ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมาแล้วเข้ามาร่วมเนรมิตสีสันให้มหากาพย์บทใหม่นี้มีเสน่ห์ที่จัดจ้านและขยายเข้าถึงฐานผู้ฟังได้อย่างกว้างชวางและง่ายยิ่งขึ้น โดยยึดคอนเส็ปท์ที่ว่าทุกแทร็คที่ได้รับเกียรติให้เข้ามาบรรจุอยู่ในอัลบั้มนี้จะต้องมีศักยภาพในตัวที่สูงพอที่จะสามารถเป็นแทร็คฮิตติดชาร์ตได้ทุกแทร็ค ซึ่งกับว่าบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างสง่างามนะคะตั้งแต่ความสำเร็จบนชาร์ตเพลงรวมถึงเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่สร้างแรงขับเคลื่อนอันยิ่งใหญ่แก่อุตสาหดนตรีและเป็นรงบันดาลใจอันดับต้นๆแก่ศิลปินทุกแขนงและทุกยุคสมัย ก่อนจะลามไปถึงการสร้างสถิติอันยิ่งใหญ่บนเวทีแกรมมี่ตั้งแต่เป็นเจ้าของสถิติผู้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่สูงสุดถึง12สาขาในปี1983 (เทียบเท่ากับเบบี้เฟซในปี1992) และเป็นศิลปินที่ได้รางวัลสูงสุดในปีเดียวถึง8สาขาโดยไมเคิลได้รับรางวัล7ตัวจากอัลบั้มที่คุกำละงอ่านอย่และอีกหนึ่งตัวในสาขา Best Recording For Children ในซาวนด์แทร็คประกอบภาพยนตร์เรื่อง E.T. The Extra-Terrestrial (เทียบเท่ากับคาร์ลอส ซานทาน่าในปี1992) รวมถึงเป็นศิลปินรายเดียวในประวัติศาสตร์แกรมมี่ที่สามารถราวีเข้าไปชิงรางวัลสาขา Vocal Performance ถึงสามฝั่งด้วยกันทั้งพ็อพ ร็อคและอาร์แอนด์บี เรียกได้ว่าอัลบั้มเดียวนี่ก็สามารถทลายกำแพงทางดนตรีได้อย่างหมดจดราบคาบเลยทีเดียวนะคะ เริ่ด! เหนือสิ่งอื่นใดที่น่าภูมิใจที่สุดก็คงหนีไม่พ้นอัลบั้มที่เป้นเจ้าของสถิติอัลบั้มที่มียอดขายสูงสุดในโลก (ข้อมูลอ้างอิงส่วนใหญ่ให้มาว่าประมาณ59ล้านแผ่น แต่นับมาถึงวินาทีนี้คงล่อไปร่วมร้อยแล้วแผ่นทั่วโลกแล้วล่ะค่ะ) เรียกได้ว่าได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากการรังสรรค์อัลบั้มดีๆอัลบั้มนี้กลับไปทั้งกล่อง เงินรวมถึงบารมีชื่อเสียงที่จารึกให้ชื่อของ "ไมเคิล แจ็คสัน" เป็นดาวค้างฟ้าที่เจิดจรัสที่สุดดวงหนึ่งที่จะประดับไว้ในใจคนดนตรีไปตลอดกาลเลยทีเดียว

จุดด้อย

โลกนี้มันไม่มีอะไรเพอร์เฟคยังไงล่ะคะ คะแนนที่ได้มันเป็นเพียงตัวเลขคร่าวๆเป็นพิธีที่พอวัดจริงๆแล้วรู้สึกว่าคงจะดีไม่ใช่น้อยถ้าเทคโนโลยีสารสนเทศจะสามรถพัฒนาให้ผู้เขียนส่งระดับความรู้สึกทางใจให้ผู้อ่านเคลิบเคลิ้มไปด้วยได้ 89%นี่มันแค่วัดตามเนื้อผ้าแต่ถ้าเอาจริงๆแล้วต่อให้เป็นได้100กฌ็ยังน้อยไปสำหรับงานชุดนี้ (และงานดีๆของศิลปินท่านอื่นอีกหลายอัลบั้ม) อยู่ดี

รูปแบบเพลง+แทร็คเด็ด

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า Thriller เป็นงานพ็อพอาร์แอนด์บีที่ผสานส่วนของความเป็นพ็อพและอาร์แอนด์บีเข้าด้วยกันอย่างชัดเจนโดยที่ถูกคลุมทิศทางด้วยความเป็นฟั้งค์และโซลแบบโมทาวน์ในระดับที่สูงมากก่อนที่จะก้าวไปสู่รสชาติของแดนซ์ ร็อค บัลลาด อดัลท์คอนเทมโพาลารีย์รวมถึงภาคการนำเสนอของความเป็นดิสโก้ที่ยังคงต่อยอดอิทธิพลมาจาก Off The Wall หากแต่ไม่มีบทบาทที่โดดเด่นและจัดจ้านเท่า ถ้าข้อมูลไม่ผิดร้สึกว่างานชุดนี้ป๋าไมค์อัดเพลงถึง300เพลงก่อนที่จะคัดก่อนที่จะคัดแทร็คที่ดีที่สุดมาเพียง9แทร็ค ส่วนแนสทิน่าจะขอคัดมาเขียนแค่7แทร็คที่ส่วนตัวเห็นว่าเด้งและโดนที่สุดนะคะ ขอเริ่มด้วย Wanna Be Startin' Something (4.5/5) ซิงเกิ้ลที่4ที่วางมาเป็นแทร็คเปิดอัลบั้มเท่ห์ๆบนอารมณ์ของความเป็นโอลดสคูลแดนซ์-ฟั้งค์ยุค70ผสานลูกเล่นของอาร์แอนด์บีและโซลช่วงโมทาวน์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากงานเพลงชุดก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะตบท้ายด้วยอิทธิพลความเป็นบลูส์โซลและแซมบ้าแบบแอฟริกันกับแซมเพิ่ลท่อน "Mama-Se-Mama-Sa-Ma-Ma-Coo-Sa" จากเพลง Soul Makossa ในปี1973 ของ Manu Dibago นักแซ็กโซโฟนชาวแคมมารูน ซึ่งเป็นอีกท่อนที่หยิบไปแซมเพิ่ลในเพลงเต้นรำเมื่อไรความเก๋จะตามมายกระดับเพลงของคุณให้ระเบิดฟลอรืกระจายทุกเมื่อเลยทีเดียวอย่างล่าสุดก็พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งกับ Don't Stop The Music ของริฮานน่าที่ใช้แซมเพิ่ลเดียวกันไงคะ

ป.ล. จริงๆแล้วแทร็คนี้ตั้งใจจะให้อยู่ในอัลบั้ม Off The Wall นะคะแต่คาดว่าป๋าไมค์คงอัดเสียงไม่ทันเลยจกมาไว้ในงานชุดนี้แทนซึ่งก็ถือว่าเป้นตัวเลือกที่ทำให้อัลบั้มนี้สมบูรณ์แบบขึ้นอย่างเหนือชั้นเลยทีเดียว

สำหรับแทร็คที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางความเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดคงหนีไม่พ้น Beat It (4/5) ที่ผสานความต้องการทำร็อคผิวดำในอุดมคติของควินซี่ โจนส์เข้ากับความเป็นฟั้งค์และอาร์แอนด์บีของไมเคิลก่อนจะบีบความเป็นพ็อพและแดนซ์เท่ห์ๆเข้าไปเสริมทัพ นับว่าเปรี้ยวอยู่! มาที่ Human Nature (4/5) ในรูปแบบของอดัลท์คอนเทมโพลารีย์โอลด์สคูลพ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดเจือโซลหวานๆลอยละล่องคุมทิศทางได้อย่างอยู่หมัด เป็นแทร็คที่ฟังง่ายหากแต่เมโลดี้แข็งมากๆเช่นเดียวกับ The Girl Is Mine (4/5) ที่ร่วมงานกับพอล แม็คคาร์ทนีย์ก็เป็นมิดเทมโพอาร์แอนด์บี พ็อพบัลลาดดีๆที่ผสานกลิ่นของโซลฟูลนิ้งๆหวานๆ พร้อมความแปลกใหม่ในการนำเสนอที่น่ารักน่าหยิกจนเป็นแรงบันดาลใจให้แบรนดี้กับโมนิก้านำมาหอนแย่งคู่สานต่อกันสุดฤทธิ์ใน The Boy Is Mine ที่ดังระบือในอีกเกือบหนึ่งทศวรรษหลังจากแทร็คนี้ สำหรับแทร็คที่ส่วนตัวโปรดปรานที่สุดคงต้องยกให้ Billie Jean (5) ที่เกือบจะถูกโหวตออกจากอัลบั้มในช่วงแรกเนื่องจากความแรงของภาคเนื้อหาที่ตอบโต้แฟนคลับโรคจิต (ซึ่งโรคจิตจริงๆ) ว่าไมเคิลเป็นพ่อของเด็กแฝดคนหนึ่งที่เป็นลูกของเธอ มาที่ตัวเพลงเป็นฟั้งค์กี้ย์แดนซ์-พ็อพที่โดดเด่นด้วยเสน่ห์ของบีทอาร์แอนด์บีเต้นรำร่วมสมัยและลูกเล่นการใช้เสียงแบบฟัลเซ็ทโท อย่างไรกตามความดีความชอบทั้งหมดคงต้องยกให้กับท่าเต้นมูนวอล์คอันลือลั่นที่ยกระดับให้แทร็คนี้ขึ้นแท่นสู่เพลงพ็อพที่ถูกจารึกให้เป็นตำนานของศิลปะทางดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์แห่งอุตสาหกรรมดนตรีที่เป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่แก่คนดนตรีจวบจนปัจจุบัน


อีกหนึ่งแทร็คที่ส่วนตัวชอบเป็นพิเศษขอยกให้ The Lady In My Life (4.5/5) คอนเทมโพลารีย์เพียวโซลบัลลาดผสานอาร์แอนด์บีโซลหวานๆตามสไตล์บัลลาดโซลของโมทาวน์ก่อนจะตบด้วยอารมณ์ของความเป็นแจ๊ซซ์เล้านจ์หม่นๆ (ไม่แน่ใจว่ายุคนั้นบัญญัติศัพท์ "เล้าจน์" หรือยัง) เสียดายที่คงหนักมือและดิบไปนิดจนพลาดโอกาสที่จะตัดเป็นซิงเกิ้ลสวยๆ ปิดท้ายด้วย Thriller (5) ไทเทิ่ลแทร็คกับโอลด์สคูลพ็อพแดนซ์ที่คลุกเคล้าด้วยลูกเล่นของความเป็นฟั้งค์กี้ย์และอาร์แอนด์บีรวมถึงองค์ประกอบทางดนตรีต่างๆที่มีมิติและชั้นเชิงสูงเสียจนขอยกให้เป็นตัวแทนของหนึ่งในตัวแทนของแทร็คเต้นรำที่ดีที่สุดประจำยุค80โดยไร้ข้อกังขา นอกเหนือจากตัวเพลงป๋าไมค์ยังเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมใหม่ให้อุตสาหกรรมดนตรีโดยเป็นผุ้ที่เริ่มการจุดประกายให้ศิลปินสนใจที่จะหันมาให้ความสำคัญกับการนำเสนอดนตรีผ่านทางมิวสิควิดีโอมากขึ้นรวมถึงเป็นการนำศิลปะขึ้นมายกระดับมิวสิควิดีโอให้มีความน่าสนใจจนเป็นหนึ่งในสิ่งที่เคียงคู่มากับการนำเสนองานดนตรีจวบจนวินาทีนี้เลยทีเดียว เริ่ด!


สรุป
ถ้าวิญญาณของไมเคิลสามารถรับรู้ได้ สุดท้ายนี้เดี๊ยนอยากจะกล่าวว่าส่วนตัวรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสกลับมารีวิวอีกครั้งและได้เขียนถึงอัลบั้มจากศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ที่ช่วยผลักดันและจุดประกายสิ่งใหม่ๆอุตสาหกรรมดนตรีสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างภาคภูมิจวบจนวินาทีนี้ ส่วนตัวรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่วงการดนตรีได้เสียปูชนียบุคคลที่มีความสามารถเช่นคุณไปแต่อย่างไรก็ตามส่วนตัวเชื่อว่าอาณาจักรดนตรียังคงเดินหน้าต่อไปโดยลมหายใจที่ยังมีอยู่เชื่อว่าส่วนหนึ่งยังคงมาจากอิทธิพลของการรังสรรค์ผลงานอันยิ่งใหญ่และทรงคุณค่าจากคุณตลอดกาล หลับให้สบายนะคะ "ไมเคิล" ชีวิตคุณได้ผ่านบททดสอบทั้งดีและร้ายมาเยอะรวมถึงคุณได้ทำสิ่งที่มีค่าในฐานะศิลปินและเอ็นเตอรืเทนเนอร์ที่สร้างความสุขและความรักความผูกพันทางใจแก่ผู้คนที่รักในเสียงดนตรีมาเยอะ นับตั้งแต่วินาทีนี้ชื่อของ "ไมเคิล แจ็คสัน" จะไม่มีมลทินอีกต่อไปหากแต่จะเป็นชื่อที่หลายๆคนจะคงให้ความเคารพและคิดถึงคุณในฐานะราชาแห่งเพลงพ็อพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกตลอดกาลและจะไม่มีใครมาแทนที่ได้ ขอให้จิตวิญญาณของคุณเป็นสุขและขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณมอบให้แก่อาณาจักรดนตรี โลกจะจารึกคุณไว้ในฐานะหนึ่งในดวงดาวที่สุกสกาวเสมอและจะเป็นเช่นนี้ไปตลอดกาลค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น