วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Leona Lewis : Spirit : 74%


Leona Lewis : Spirit : 74%

หนึ่งในศิลปินหน้าใหม่ที่โดดเด่นและน่าจับตามองที่สุดประจำปีปีที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้นเลโอน่า ลูอิสคนนี้นะคะด้วยความสำเร็จและการเป็นที่ยอมรับอันล้มหลามรวมถึงความสามารถในการร้องเพลงที่ไม่เป็นสองรองใครทำให้เธอคนนี้ฉายรัศมีความเป็นดิว่าออกมาได้อย่างโดดเด่นในสายตาเดียนเลยทีเดียว แม้ว่าเธอจะยังต้องผ่านบททดสอบเพื่อก้าวสู่ความสมบูรณ์แบบที่เหนือระดับกว่านี้ก็ตาม เรามาช่วยกันจับตาดูและเจียระไนเพชรเม็ดนี้ให้ก้าวขึ้นไปประดับบัลลังก์ดิว่าอย่างสง่างามด้วยกันเถอะค่ะ

รูปแบบเพลง

โดยภาพรวมแล้วงานชุดนี้ยืนพื้นอยู่ระหว่างความเป็นพ็อพอาร์แอนด์บีและเมนท์สตรีมพ็อพบัลลาดที่ภาคการนำเสนส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปที่อย่างหลังมากกว่า โดยที่ผสานลูกเล่นในการนำเสนอบัลลาดที่หลากหลาย อาทิ ความเป็นอดัลท์คอนเทมโพลารีย์ที่สูงมากก่อนจะขยับขยายไปสู่ภาคเมนท์สตรีมที่หลากหลายทั้งโซล บลูส์ ไลท์แจ๊ซซ์ กอสเพล คลาสสิค สแตนดาร์ดเพียโนบัลลาด อาร์แอนด์บี พ็อพไปจนถึงโมเดิร์นอาร์แอนด์บีกลายๆ เป็นต้น แหม อีแค่นี้ก็รู้ว่าเธอกะจะแจ้งเกิดในฐานะดิว่าเต็มที่เลยล่ะสิเนี่ย

จุดด้อย

ไม่ปฏิเสธนะคะว่างานชุดนี้มีภาพรวมที่ค่อนข้างแข็งคือหลายๆแทร็คมีเอกภาพในตัวงานที่ค่อนข้างโดดเด่น มีสูตรสำเร็จและองค์ประกอบอันไพเราะติดหูตามธรรมเนียมของอัลบั้มที่ถูกลิขิตออกมาแล้วว่าต้องดังน่ะค่ะ อย่างไรก็ตามเดี๊ยนว่าสิ่งที่ขาดไปก็คือความชัดเจนในบางแทร็คที่สมควรจะจัดจ้านและนำเสนอออกมาได้กระแทกใจกว่าที่ได้ยินมากกว่านี้ นอกจากนี้รวมไปถึงความชัดเจนของตัวศิลปินด้วยเพราะต้องยอมรับนะคะว่ามีหลายแทร็คเหมือนกันที่ฉายแสงความสำเร็จของศิลปินท่านอื่นมาบดบังเธอ (โดยเฉพาะแม่นางงามจักรวาลที่ชื่อมารายห์ แครีย์น่ะค่ะ)จะว่าไปก็แอบมีหงุดหงิดนะคะที่โปรดิวซ์เซอร์เลือกที่จะให้เธอแสดงศักยภาพภายใต้เงาควมสำเร็จของศิลปินท่านอื่นมากกว่าที่จะสร้างสรรซาวนด์ดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ให้ผู้ฟังจดจำการปลดปล่อยจิตวิญญาณเบื้องลึกในแบบฉบับที่เป็นเธอ แต่นี่อะไรคะทั้งอัลบั้มมีแต่ปลดปล่อยวิญญาณอีมารายห์ปลิวว่อนทั้งชุดยังกับจะทำอัลบั้มทริบิวต์ถวายคนตายก็ไม่ปาน หึหึหึ (นี่ไม่ได้แอบด่าอีหมีนะคะ) ซึ่งตรงจุดนี้ก็ต้องอาศัยเวลาในการขัดเกลาและเจียระไนตนเองจนดึงศักยภาพความเป็นออริจินัลในจิตวิญญาณของเธอให้โลดแล่นออกมาได้อย่างเต็มที่นะคะ แต่อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลแล้วก็ต้องยอมรับนะคะว่าเปิดตัวออกมาได้อย่างน่าประทับใจเลยทีเดียว โดยส่วนตัวแล้วค่อนข้างประทับใจการนำเสนอภาคเนื้อหาค่ะ ใช่! ฟังแบบผ่านๆได้แต่กลิ่นหวานๆๆเน่าๆของเรื่องรักๆใคร่ๆแต่หากพิจารณาถึงแก่นให้ลึกลงไปหลายแทร็คไม่เพียงเป็นการถ่ายทอดบทเพลงรักออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจหากแต่ว่าออกมาจากอีกเส้นทางที่สวยงามนั่นคือสมองและสติสัมปชัญญะที่กลั่นกรองออกมาบนหลักของเหตุผลและการมีชีวิตอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งนับว่าเป็นศรัทธาในรักอีกขั้วหนึ่งที่หาได้อย่างยากยิ่งจากอัลบั้มเพลงรักประโลมโลกในทุกยุคทุกสมัยนะคะเพราะว่ามีไม่มากนักหรอกที่มันจะช่วยฉีกคุณให้ขึ้นมาอยู่เหนือจินตนาการรักแบบโลกเทพนิยายพร้อมทั้งกระตุ้นให้ทุกหัวใจตระหนักอย่างยิ่งยวดว่า
ถ้าคิดจะรัก ต้องรักให้เป็น (เครดิตจากรีวิวอัลบั้ม Spirit ของมาดามจ๊อกกาโล่นะคะ)

แทร็คเด็ด

เปิดงานได้อย่างมีเสน่ห์สุดๆกับ Bleeding Love (5) พ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดเนื้อหายอดเยี่ยมที่โดดเด่นบนการใช้ลูกเล่นและการให้มิติของเสียงในรูปแบบกึ่งๆอาร์แอนด์บีโซลโหยหวนที่ยกระดับภาคเนื้อหาที่เชือดเฉือนและท่อนคอรัสที่บรรจงนำเสนออกมาได้ติดหูเข้าขั้นอัจฉริยะเลยทีเดียว เกย์มากเพลงนี้! แทร็คถัดไป Whatever It Takes (4/5) อดัลท์คอนเทมโพลารีย์เมนท์สตรีมอาร์แอนด์บี พ็อพบัลลาดเย็นๆผสานความเป็นโซล คลาสสิค นิวเอจและตบท้ายด้วยอิทธิพลของยูโรกอสเพลเข้ามาปิดม่านได้อย่างลงตัวนับว่าเป็นแทร็คที่มีมิติและไพเราะติดหูเข้าขั้นแนวหน้าของงานชุดนี้เลยทีเดียว สลับมาฟังอะไรน่ารักๆสดใสๆกันบ้างดีมั้ยคะนี่เลย Angel (3.5/5) อดัลท์คอนเทมโพลารีย์อาร์แอนด์บี พ็อพใสๆที่ติดหูชะงัดตั้งแต่รอบแรกที่ได้ยิน เป็นสูตรสำเร็จในโลกพ็อพและอาร์แอนด์บีที่ขุดมาใช้ได้ผลทุกยุคสมัยชนิดไม่มีวันตายเลยนะคะ หึหึหึหึหึ
สำหรับแทร็คที่เดี๊ยนประทับใจมากที่สุดในSpiritคงจะหนีไม่พ้น Better In Time (5) อีกหนึ่งเพลงเก่งจากเธอที่ภาคดนตรีเป็นมิดเทมโพพ็อพอาร์แอนด์บีบัลลาดที่เดินท่วงทำนองอย่างสง่างามบนท่วงทำนองของสแตนดาร์ดพ็อพเพียโนสวยๆก่อนจะผสานเมโลดี้ย์โซลฟูลอาร์แอนด์บีหวานละมุนลอยละล่องควบคุมทิศทางได้อย่างอยู่หมัด ประทับใจถึงขั้นที่ไม่รู้ว่าจะต้องนั่งฟังไปอีกกี่รอบถึงจะเพียงพอกับความอิ่มเอมใจจากความไพเราะอบอุ่นและเนื้อหากรีดแทงหัวใจขนาดนี้ แม้ว่ามันจะแลดูเหมือน We Belong Together เอามากก็ตามที แทร็คถัดไป Yesterday(4/5) ที่ภาคดนตรีไม่หนีกันมากเท่าไรนักเพียงแต่ความหวานหยดและความโดนใจอยู่ในระดับที่ด้อยกว่าหนึ่งช่วงตัว ฟังๆไปส่วนตัวแอบนึกถึงเพลง I Stay In Love ของมารายห์ อย่างไรก็ตามไม่สามารถปฏิเสธได้ลงนะคะว่ามีทีเด็ดที่เมโลดี้แข็งปึ๊กและท่อนคอรัสที่ติดหูชะงัดมากๆ

หนึ่งในแทร็คที่ส่วนตัวเห็นว่าโดดเด่นที่สุดในอัลบั้มนี้ก็คงหนีไม่พ้น The First Time Ever I Saw Your Face (4/5) บลูส์โซลอาร์แอนด์บีบัลลาดผสานอารมณ์คอนเทมโพลารีย์เมนท์สตรีมพ็อพบัลลาดก่อนจะบีบความหวานลงไปด้วยท่วงทำนองของไลท์แจ๊ซซ์เพียโนและอารมณ์คลาสสิคโซลฟูลอาร์แอนด์บีได้อย่างมีชั้นเชิง ใครคิดไม่ออกลองนึกถึงภาคที่อ่อนกว่าของมารายห์ใน The Wind,My Saving Grace หรือไม่ก็ I Wish You Well ดูนะคะ ในขณะที่ I Will Be (4/5) ที่เธอคัฟเวอร์มาจากอาวริล ลาวีญชนิดเปลี่ยนเป็นเพลงของเธอเองโดยสิ้นเชิงโดยปัดฝุ่นให้กลายเป็นอดัลท์คอนเทมโพลารีย์เมนท์สตรีมพ้อพบัลลาดสุดทรงพลังในแบบฉบับดิว่าบัลลาดยุค90 ซึ่งขายและทำให้ชอบได้ไม่ยาก และปิดท้ายด้วย Footprint In The Sand (4/5) อีกหนึ่งอดัลท์คอนเทมโพลารีย์พ็อพบัลลาดละเมียดละไมที่โดเด่นด้วยการขยับเข้าสู่ความเป็นโซลจากกอสเพลคอรัสสุดอลังการในช่วงท้าย เก็บทุกเม็ดที่เป็นมารายห์ได้อย่างชนิดที่เรียกว่าไม่มีตกหล่น

สรุป

ฉายแสงออกมาได้เจิดจรัสขนาดนี้แล้วเราก็พร้อมใจมาจับตามองการเดินทางบนถนนสายดนตรีของเธอคนนี้กันดีกว่าค่ะว่าจะพิสูจน์ตัวเองได้ดีแค่ไหนในอนาคต อย่างไรก็ตามเรื่องของอนาคตเดี๊ยนยังไม่สนใจจะคาดเดาเนื่องจากในวินาทีนี้ถือว่าเธอสอบผ่านในฐานะศิลปินคุณภาพเบื้องต้นอย่างไร้ข้อครหาแล้ว ก็ไม่สามารถคาดเดาได้นะคะว่าในวันข้างหน้าเอจะก้าวเป็นดิว่าอย่างสมบูรณ์แบบได้อย่างที่เดี๊ยนเล็งไว้รึเปล่าหากแต่วันนี้เอคืหนึ่งในมิตรใหม่ทางเสียงเพลงที่ถูกหูและถูกรสนิยมเดี๊ยนสุดๆคนหนึ่งชนิดที่แถบอยากจะขอไว้เป็นเพื่อนตายเลยทีเดียว แค่นั้นก็เกินพอแล้วสำหรับวันดีๆอีกหลายวันที่ผ่านไปกับอัลบั้มดีๆของศิลปินนางนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น