วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Keane : Hopes And Fears : 90%






Keane : Hopes And Fears : 90%



ขออุทิศรีวิวชิ้นนี้ให้แก่ช่วงเวลาหนึ่งบนถนนชีวิตที่ต้องฝ่าฟันหลายสิ่งหลายอย่างท่ามกลางบทเรียนจากมรสุมแห่งความมืดหม่นหวาดกลัวที่กรรโชกโหมกระหน่ำอย่างสุดแสนอำมหิตรวมถึงอุทิศให้แก่แสงสว่างแห่งความหวังที่ส่องประกายเป็นกำลังใจอย่างเจิดจ้าซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศที่นำทางเดี๊ยนให้สามารถรวบรวมพลังที่จะก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดและยืนหยัดอย่างสง่างามจนผ่านพบกับประจักษ์พยานแสนสำคัญแสนสำคัญอย่างความรัก ความเปลี่ยนแปลง ความสมดุลและที่สำคัญศรัทธาที่แข็งแกร่งที่ช่วยประคับประคองให้เดีียนสามารถรักษาทุกสิ่งในชีวิตไว้ได้ ขออุทิศความขอบคุณให้แก่ความเมตตาของพระบิดาบนสวรรค์ผู้ทรงสถิตนิรันดร์สำหรับการประทานดนตรีลงมาให้เปนเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตของลูก และขออุทิศความตั้งใจในรีวิวชิ้นนี้ให้แก่ Keane และ Hopes And Fears ในฐานะตัวแทนที่ดีสำหรับชีวิตเดี๊ยนในช่วงที่เผชิญกับบทเรียนทางจิตวิญญาณที่ดีที่สุดในแสงสว่างจากความทุกข์ระทม


รูปแบบเพลง+แทร็คเด็ด


Hopes And Fears คือสตูดิโออัลบั้มแรกในปี2004ของ Keane ซึ่งเป็นการรังสรรค์ภาคเนื้อหาเชิงปรัชญาที่ถ่ายทอดความบรรเจิดของจินตนาการรักบริสุทธิ์ ความหวัง ศรัทธาและแง่มุมดีๆในการยืนหยัดเผชิญโลกยามที่ชีวิตและสภาพจิตใจต้องพานพบกับมรสุมโดยนำเสนอผ่านความงดงามละเมียดละไมของดนตรีบริทพ็อพบริสุทธิ์ที่ยืนพื้นบนการนำเสนออยู่บนเบสส์ กลองและเครื่องดนตรีเอกอย่างเพียโนซึ่งนับว่าเป็นการฉีกกรอบการนำเสนอบริทพ็อพแบบอนุรักษ์นิยมที่มักจะระบายความสวยงามของภาคดนตรีเคียงคู่ไปกับกีตาร์ โดยส่วนตัวคิดว่าเจ๋งนะคะสำหรับความกล้าที่ฉีกไปนำเสนอภาคดนตรีที่แตกต่างบนบรรทัดฐานของความนิยมและสูตรสำเร็จที่ถูกสร้างและปฏิบัติเป็นรรมเนียมสืบต่อกันมาอย่างสูงเลยทีเดียว เริ่ด!


เปิดอัลบั้มด้วยท่วงทำนองสวยๆของเพียโนร็อคบัลลาดใน Somewhere Only We Know (4.5/5) กับภาคเนื้อหาที่เนรมิตผ่านปลายปากกาออกมาได้อย่างสุดแสนโรแมนติค ส่วนตัวขอคารวะสำหรับความสามารถในการใช้วัจนภาษาบรรยายความอบอุ่นและสวยงามของโลกทัศน์ที่เปี่ยมไปด้วยศรัทธาในรักอันบริสุทธิ์ได้อย่างแยบคายและจริงใจจนสัมผัสได้ สมศักดิศรีหนึ่งในซิงเกิ้ลที่ประสบความสำเร็จในแง่ยอดขายที่สุดจากทางวง (ปัจจุบันเป็น Is It Any Wonder? ในอัลบั้มถัดมาที่ทำยอดขายได้สูงที่สุด) ตามมาติดๆกับ This Is The Last Time (4/5) ที่สลัดความละเมียดละไมจากแทร็คแร็คเข้าสู่ความรืนเริงพลิ้วไหวหากแต่ยังคงความละมุนในแบบอัลเทอเนทีฟพ็อพร็อคที่ยืนพื้นอยู่บนความแพรวพราวบนท่วงทำนองบริทพ็อพที่ดำเนินเรื่องบนท่วงทำนองเพียโนร็อคหวานๆบริสุทธิ์ ส่วนตัวแอบประทับใจภาคเนื้อหาสุดเชือดเฉือนประชดประชันแต่เป็นปฏิปักษ์กับอารณ์เพลงที่คึกคักลืมโลกสุดเดช ซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาได้จากการนำเสนอดนตรีของศิลปินอังกฤษน่ะค่ะ เข้าสู่อารมณ์บัลลาดหม่นๆสุดทรงพลังใน She Has No Time (4/5) ที่ส่วนตัวถ้าพิจารณาในแง่ของภาคเนื้อหาจะออกมาบ้านจนเฉยๆก็ตามแต่พอได้มาสดับเอาอภินิหารในการโชว์เสียงร้องได้อย่างโหยหวนบาดลึกเข้าไปถึงจิวิญญาณสุดๆแล้วต้องขอคำนับที่สามารถยกระดับความเรียบง่ายของตัวเพลงให้โดเด่นได้ด้วยศักยภาพความเป็นศิลปินล้วนๆ เริ่ด !
มาที่ Sunshine (4.5/5) อีกหนึ่งแทร็คบัลลาดที่เพราะและดีที่สุดแทร็คหนึ่งประจำอัลบั้มที่ตัวเพลงถ่ายทอดจิตวิญญาณที่ปวดร้าวเคียงคู่ไปกับภาคเนื้อหาที่เขียนออกมาเชือดเฉือนและตรงประเด็นถึงสัจธรรมชวนขบคิดจากบทเรียนความยากแท้หยั่งถึงในสันดานดิบของสิ่งที่เรียกว่า "มนุษย์" เชื่อว่าเป้นอีกแทร็คที่สัมผัสโดนกลางใจใครหลายๆคนได้ ต่อด้วย Everybody's Changing (5) ซึ่งไม่กล่าวถึงไม่ได้นะคะแทร็คนี้เนื่องจากเป้นแทร็คที่ส่วนตัวโปรดปรานที่สุดในงานชุดนี้ซึ่งเดี๊ยนขอยกให้เป็นหนึ่งในมาสเตอร์พีซที่ดีที่สุดตลอดกาลจากมางวงเลยทีเดียวกับภาคดนตรีละเมียดละไมของบริทพ็อพบริสุทธิ์ที่ผสานภาคความเป็นอัลเทอเนทีฟของพ็อพร็อคละเมียดละไมกึ่งๆบัลลาดเข้ากับแบ็คกราวนด์จากซินธิไซเซอร์ได้อย่างลงตัว เยงคู่ไปกับภาคเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงความถ่องแท้ของสัจธรรมที่ว่า "ความเปลี่ยนแปลงคือสิ่งที่เสถียรที่สุดของโลกนี้" ส่วนตัวรู้สึกว่าภาคเนื้อหาให้แนวคิดเชิงปรัชญาที่ลุ่มลึกสำหรับการนำไปปรับใช้เพื่อรับมือกับความเชี่ยวกรากและหลากหลายของการดำรงชีวิตในวัฒนธรรมความเป็นมนุษย์ได้อย่างดี ปิดงานด้วย Bedshaped (4.5/5)บริทพอพบัลลาดที่แพรวพราวไปด้วยการผสมผสานความเป็นบลูส์ เพียโนแจ๊ซซ์ ออเครสตร้าและซินธิไซเซอร์ได้อย่างมีชั้นเชิง ส่วนตัวหลงรักการผสานความเกรี้ยวกราดและความละมุนทางความรู้สึกของภาคเนื้อหาที่ว่าความสำคัญของการยืหยัดเพือ่ศักดิ์ศรีและจุดยืนของตนเองพร้อมทั้งไม่ลืมที่จะเหลียวกลับไปมองสิ่งดีๆที่หลงเหลือให้ค้นหาในชีวิตมากกว่าที่จะทิ้งมันไปตลอดกาลเพียงเพราะความเจ็บปวดชั่วครู่ที่มันดูเหมือนจะยาวชั่วกาลนาน ปิดม่านการผจญภัยในโลกแห่งดนตรีภาคแรกได้อย่างเหนือชั้น



จุดด้อย



จากประสบการณ์ที่ได้แบ่งปันความคิดกับเพื่อนๆท่านที่ไม่ชอบ ได้ความมาว่าเอกภาพและความเรียบง่ายในการนำเสนอนั้นอาจจะกลายเป็นการขาดความหลากหลายในมุมมองของบางท่านกได้ ซึ่งจะว่าไปก็อาจจะจริงนะคะอย่างไรก็ตามส่วนตัวเดีียนคงต้องบอกว่าไม่เห็นด้วยอาจจะเป็นเพราะว่าส่วนตัวมีประสบการณ์ในการติดตามบริทพ็อพมาในระดับหนึ่งและจากเท่าที่เห็นคิดว่า Keane สามารถจีโตทย์การนำเสนอรูปแบบดนตรีได้อย่างละเมียดละไมในขณะเดียวกันก็ยังสามารถที่จะฉายความโดดเด่นในตัวงานออกมาได้เห็นเด่นชัดเรียกได้ว่าสามารถฉีกตัวออกมาเขย่าความสนใจในแวดวงบริทพ็อพได้อย่างน่ายกย่องทีเดียว ทั้งนี้คงต้องทิ้งไว้ให้ขบคิดในเรื่องของบรรทัดฐานและรสนิยมส่วนบุคคลเช่นเดิม



สรุป



ถ้าจะกล่าวโดยสรุปคงต้องบอกว่านอกจากจะเป็นนิยามทางการนำเสนอภาคดนตรีในรูปแบบใหม่ที่ทรงเสน่ห์จากแวดวงบริทพ็อพแล้วยังเป็นงานดนตรีที่สามารถเติมเต็มความรู้สึกดีๆแก่จิตวิญญาณให้เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและโลกทัศน์อันแสนบริสุทธิ์สว่างไสวซึ่งสำหรับเดียนมีไม่มากนะคะที่จะหาอัลบั้มพ็อพคุณภาพที่มีรูปแบบการนำเสนออันสุดแสนไพเราะติดหูและมอบความรู้สึกที่เปรียบเสมือนเข็มทิศที่ช่วยนำพาจิตใจผู้ฟังให้ก้าวไปสู่เส้นทางที่จรรโลงโลกทัศน์ในชีวิตให้มีศรัทธาที่เข้มแข็งและตระหนักถึงทุกวินาทีในแง่มุมที่สวยงามมากขึ้นของถนนสายนี้ แม้ว่าในความเป็นจริงอาจจะเป็นเส้นทางที่ต้องเผชิญกับชวากหนามและความทุกข์ระทมมากมายก็ตาม แต่ระลึกกันไว้เถิดนะคะว่า ชีวิตคนเราเป้นสิ่งที่สวยงามจริงๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น