วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

John Legend : Once Again : 89%



John Legend : Once Again : 89%



รูปแบบเพลง


หลังจากประสบความสำเร็จอย่างท้วมท้นทั้งในแง่รูปธรรมและนามธรรมจากอัลบั้มGet Liftedที่ทำยอดขายได้ถึง3ล้านแผ่นทั่วโลกรวมถึงได้รับเสนอชื่อเข้าชิงแกรมมี่ถึง8สาขาในปีนั้น ครั้งนี้เขากลับมาตอกย้ำศักยภาพและความเหนือชั้นทางดนตรีอีกครั้งกับOnce Againพร้อมกับกองทัพโปรดิวซ์เซอร์และนักแต่งเพลงมือทองคำของวงการหลายท่านอย่าง วิล.ไอ.แอมจากThe Black Eyed Peas/คานยี เวสต์/ราฟาเอล ซาดิค/ซารา/เคร็ก สตรีท/เดโว สพริงทีนส์/Avenue ฯลฯ (อู๊ยยยยยย !!!! แต่ละชื่ออ่านแล้วขนลุก) ทิศทางของอัลบั้มยังคงเป็นงานโซลอาร์แอนด์บีที่ผสมผสานภาคดนตรีที่หลากหลายทั้งพ็อพ กอสเพล โซล บลูส์ พ็อพโซล แจ๊ซซ์ อาร์แอนด์บีไปจนถึงอัลเทอเนทีฟ คลาสสิคพ็อพและจังหวะจะโคนแบบฮิพฮอพในบางแทร็คได้อย่างลงตัว ให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นงานพ็อพโซล อาร์แอนด์บีที่ลงตัว ไพเราะและเอกภาพในชิ้นงานค่อนข้างสมบูรณ์แบบสุดๆ


จุดด้อย


คงเป็นอีกครั้งที่เดี๊ยนต้องขอบอกว่านี่เป็นอีกหนึ่งงานที่โดยส่วนตัวเดี๊ยนไม่รู้สึกว่ามีปัญหาด้วยคือสามารถฟังได้อย่างต่อเนื่องทุกแทร็ค นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่ศักยภาพและคุณภาพของภาพรวมสูงมากๆในมาตรฐานของเดี๊ยน อย่างไรก็ตามโลกนี้ไม่มีอะไรยุติธรรมนะคะอย่างที่เรามักจะเห็นกันอยู่บ่อยๆว่าศิลปินคุณภาพที่นำเสนอผลงานออกมาอย่างประณีตมักจะไม่ดังหรืออาจจะไม่ค่อยดังเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับความดีของตัวเพลง เพลงของจอห์น เลเจนด์ดีมากๆค่ะเหนือชั้นกว่าศิลปินอาร์แอนด์บีหลายๆรายและเดี๊ยนกล้าพูดว่าคุณภาพของตัวงานล้ำหน้ากว่าศิลปินอาร์แอนด์บีรุ่นพี่บางรายที่คร่ำหวอดในวงการมาก่อนหน้าเขาอีก แต่เอาจริงๆก็อย่างที่เห็นกันนะคะว่าศิลปินอาร์แอนด์บีหลายท่านมีภาพลักษณ์เป็นอาวุธ มีเพลงที่เป็นสูตรสำเร็จติดหู มีการตลาดในเชิงนักธุรกิจมากกว่าในเชิงศิลปิน จากทั้งหมดที่ได้กล่าวไปก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ศิลปินคนนี้ยังไม่ดังเท่าที่ควร (สำหรับเดี๊ยนนะ) ไม่ต้องอะไรมากเอาที่ไทยจะมีซักกี่คนคะที่สนใจเพลงของเขาหรือแม้กระทั่งรู้จักว่าเขามีตัวตนในโลกดนตรี เมื่อถามถึงศิลปินอาร์แอนด์บีดีๆร้อยทั้งร้อยเห็นตอบบียอนเซ่ 50Centไม่ก็ลิเดียนั่นแหละค่ะเมื่อพูดถึงอาร์แอนด์บีคุณภาพ หึหึหึ (สำหรับเดี๊ยนอีบียังพอทำเนานะคะเพราะชีเริ่ดจริง) แต่อย่างไรก็ตามไม่มีอะไรน่าวิตกนะคะเนื่องจากคุณภาพมันอยู่ในตัวเห็นๆแม้ว่าในโลกแห่งความจริงอาจจะไม่ใช่ปัจจัยที่จะสามารถผลักดันคุณได้แรงที่สุดแต่เชื่อมั้ยละเมื่อให้เวลาพิสูจน์มากกว่านี้ เดี๊ยนเชื่อว่าศิลปินท่านนี้จะต้องก้าวไปถึงจุดที่เขาสมควรจะยืนอยู่ จุดที่เขาได้รับชื่อเสียง ความเป็นที่ยอมรับและความเป็นที่รู้จักมากกกว่านี้


ซิงเกิ้ล


Save Room (4/5) จากการพิจารณาทั้งอัลบั้มแม้ว่าจะมีหลายแทร็คที่ศักยภาพเหนือระดับกว่าเพลงนี้อยุ่เกือบครึ่งก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาในแง่ของความสมบูรณ์แบบ ความเหมาะสมและกลยุทธ์เชิงการตลาดหลายๆด้านแล้วเดี๊ยนเห็นว่าสมควรที่สุดต่อการตัดโปรโมตเป็นซิงเกิ้ลแรก มาที่ตัวเพลงเป็นพ็อพโซลอาร์แอนด์บีเนิบๆผ่านการนำเสนอที่เรียบง่ายแต่เข้มข้นมีชั้นเชิงทุกองค์ประกอบ ที่สำคัญเนื้อหาเซ็กซี่เหลือร้าย! ฟังแล้วก็ตกใจนะคะเมื่อรู้ว่าตาวิลไอแอมเป็นคนปั้นกับมือไม่น่าเชื่อว่าจะทำเพลงบีทนิ่งๆเรียบๆแบบนี้ได้เหนือชั้นร้ายกาจไม่แพ้พวกฮิพฮอพรายละเอียดข้นคลั่กแน่นทะนานแบบที่ได้ยินกันจากหลายๆงานก่อนหน้านี้


Heaven (4.5/5) ซิงเกิ้ลที่สองปลุกเสกโดยฝีมือของคานยี เวสต์ ที่หยอดทั้งความเป็นพ็อพ โซล อาร์แอนด์บี บัลลาดผสานบีทฮิพฮอพอ่อนๆและกอสเพลรวมถึงแซมเพิ่ล "Heaven Only Knows" ของ Monk Higginsมาแปะบนตัวเพลงได้อย่างลงตัว ผลลัพธ์ออกมาเป็นงานพ็อพโซลอารNแอนด์บีชั้นเริ่ดบนท่วงทำนองละเมียดละไมกึ่งๆบัลลาดที่ถ่ายทอดพร้อมกับภาคเนื้อหาที่สามารถพรรณาได้อย่างมีวาทะศิลป์ลึกซึ้งสุดๆ


P.D.A [We Just Don't Care] (3.5/5) ภาคดนตรีเป็นโอลด์สคูลพ็อพโซลอาร์แอนด์บีผสานคลาสสิค แจ๊ซซ์ บีทฮิพฮอพอาร์แอนด์บีรวมถึงแทรกความเป็นอัลเทอเนทีฟมาจางๆช่วงกลางเพลง พิจารณาด้านเนื้อหา ต๊ายยยยยยยย!!!! เห้นหงิมๆแบบนี้ไม่น่าเชื่อนะคะว่าจะร่ายเรื่องใต้สะดือได้เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ เริ่ด!แต่ส่วนตัวฟังแล้วรู้สึกขำมากกว่าจะสยิวตามนะคะ อย่างไรก็ตามก็ต้องขอชมในแง่ที่สามารถผสมผสานดนตรีออกมาได้อย่างเหนือระดับกว่าพวกอาร์แอนด์บีที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันทั่วไปนะคะ


แทร็คอื่นๆ


เริ่มด้วย Stereo (3/5) ที่คนหล่อจิกแรงผ่านน้ำเสียงโซลเคียงคู่กับบีทอาร์แอนด์บีฮิพฮอพซึ่งค่อนข้างโจ๊ะและชัดเจนกว่าหลายๆแทร็คในอัลบั้ม ส่วนตัวเห็นว่าถ้านำไปมิกซ์ให้หนักกว่านี้แล้วเอาพวกแร๊พเพอร์ทั้งหลายมาช่วยกันสวดกรวดน้ำอีเมลานีที่กล่าวถึงในเพลงอะไรนั่นนี่แบบหยาบๆโลนๆหมิ่นสตรีอีกนิด รับรองระเบิดในคลับค่ะ ต่อด้วย Show Me (5) กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆดดดดดดดด ไม่มีอะไรมอบให้นอกจากคำว่าประทับใจค่ะกอสเพลโซลอาร์แอนด์บีบัลลาดเรียบๆนิ่งๆแต่ทรงพลังและไพเราะกระซวกจิตวิญาณถึงตาย โดยเฉพาะภาคเนื้อหาที่สามารถกลั่นกรองออกมาได้อย่างสวยงามบริสุทธิ์สุดๆอย่าง "I Try Not To Fall For Make Believe,But What Is Reality?" หรือ "Won't Spent My Time Waiting To Die Enjoy The Life I'm Living" ต๊ายยย!!!ฟังแล้วขนลุกน้ำตาไหลโดยเฉพาะประโยคหลังนี่มีความหมายเป็นส่วนตัวกับเดี๊ยนมากๆขอบคุณนะคะที่ช่วยตบเรียกสติว่าแท้จริงแล้วชีวิตต้องการอะไร แทร็คถัดไป Each Day Gets Better (5) ภาพรวมยืนพื้นที่โอลด์สคูลพ็อพโซลแบบโมทาวน์เสริมทัพด้วยอาร์แอนด์บี เจือกลิ่นอายโอลด์สคูล กอสเพลอ่อนๆและคลาสสิคพ็อพหวานๆลงไปได้อย่างลงตัว ผลลัพธ์ออกมาหวานใสน่ารักมากๆฟังแล้วนึกถึงเพลงของลุงมาร์วิน เกย์หลอนหัวขึ้นมาเลยทีเดียว มาที่ Again (4/5) ไทเทิ่ลแทร็ค โซลอาร์แอนด์บีบัลลาดดิบๆหม่นๆที่ถ่ายทอดเรื่องราวบนเสียงเพียโนและน้ำเสียงทรงพลังแบบศิลปินพวกโซลพวกบลูส์อย่างที่ได้ยินกันในยุค40-50นั้นแหละค่ะ แต่ส่วนตัวไม่ใช่เพลงที่ถูกใจสำหรับเดี๊ยนเท่าที่ควร


Slow Dance (4.5/5) อีกแทร็คที่ภาคการนำเสนอและเนื้อหาน่าสนใจมากๆค่ะ ตัวเพลงเป็นบลูส์โซลอาร์แอนด์บีบัลลาดเสริมทัพด้วยแจ๊ซซ์ เออร์บันพ็อพและกอสเพลในช่วงท้ายเพลงได้อย่างลงตัว แม้ว่าจะไม่เหมาะต่อการตัดเป็นซิงเกิ้ลแต่เพลงดีๆแบบนี้ได้ฟังแล้วก้ชื่นใจนะคะ มาที่Maxine (4/5)พ็อพสุดในอัลบั้มแล้วค่ะ ภาพรวมเป็นโอลด์สคูลพ็อพโซลผสานฃูกเล่นและเสน่ห์ของพ็อพโซลช่วงยุคโมทาวน์นิดๆในสัดส่วนลูกผสมที่พอเหมาะฟังได้เพลินๆเลยทีเดียว ต่อด้วย Where Did My Baby Go (4.5/5)คลาสสิคพ็อพบัลลาดผสานโซลอาร์แอนด์บี ผลลัพทธ์ออกมาเป็นบัลลาดที่นุ่มละมุน ไพเราะและให้ความรู้สึกอบอุ่นมากๆอีกทั้งยังติดหูชะงัด เป็นอีกแทร็คที่น่าส่งเข้าประกวดเป็นซิงเกิ้ลมากๆ ทำไมไม่ตัดยะ? แทร็คต่อไป Another Again (3.5/5) เปรียบเสมือนภาคต่อของAgainนะคะ ตัวเพลงเป็นอาร์แอนด์บีเนิบๆช้าๆ ส่วนตัวในแง่ของเนื้อหาและการนำเสนอทำได้ประทับใจเดียนน้อยที่สุด คิดว่าค่อนข้างซ้ำซ้อนและไม่มีชั้นเชิงเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับแทร็คอื่นๆ แต่ภาพรวมก็อยู่ในเกณฑ์ดีเลยทีเดียว ปิดอัลบั้มอย่างสวยงามด้วย


Coming Home (5) พ็อพโซลบัลลาดที่เปิดตัวบนท่วงทำนองสวยๆของบัลลาดเพียโนในช่วงต้นก่อนที่จะค่อยๆเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นกอสเพลโซลบัลลาดสุดอลังการ นอกจากนี้ยังพ่วงด้วยความสมบูรณ์แบบทั้งภาคเนื้อหาที่บริสุทธิ์ลึกซึ้งและการนำเสนอที่ทรงพลังทุกองค์ประกอบช่วยผลักดันให้แทร็คนี้เป็นยิ่งกว่าบัลลาดเพราะๆปิดอัลบั้ม หากแต่เป็นแทร็คที่ร่ำลาผู้ฟังด้วยการมอบความประทับใจส่งท้ายฐานะเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มรวมถึงกระตุ้นให้หลายคนเกิดความต้องการที่จะติดตามและรอคอยการผจญภัยครั้งใหม่ของศิลปินท่านนี้ด้วยใจจดจ่อ


สรุป

ช่วยมาเป็นพลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้โลกทั้งใบให้หันมาตระหนักถึงคุณค่าของศิลปินคุณภาพด้วยการเริ่มต้นง่ายๆ แค่ลองฟังอัลบั้มดีๆนี้กันดูนะคะ แล้วคุณจะรักดนตรีดีๆที่ช่วยแต่งแต้มสีสันให้โลกที่โหดร้ายใบนี้สวยงามและน่าอยู่ต่อไป แค่เปิดใจแล้วฉีกตัวเองออกมาจากอะไรเดิมๆกล้ามั้ยล่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น